วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

เผยแพร่

spot_img

“อันดับ 1” ที่ “อยู่นิ่งไม่ได้” ในสมรภูมิการบิน

                      เบื้องหลังท่าอากาศยานที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กับโจทย์การบริหารที่ต้องเร่งยกระดับให้ก้าวนำคู่แข่ง และบทเรียนสำคัญที่ไม่ควรปล่อยให้การเมืองย้อนกลับมาแทรกแซงการบริหารอีกครั้ง

                       ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากถึง 113 สายการบิน สะท้อนบทบาท “ประตูการบินของภูมิภาค” อย่างชัดเจน ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงความสำเร็จเชิงภาพลักษณ์ แต่เป็นผลจากทำเลทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตก นโยบายเปิดกว้างต่อสายการบินทุกโมเดล และตลาดผู้โดยสารปลายทางที่แข็งแรงจากการท่องเที่ยว ธุรกิจ และแรงงานข้ามชาติ

                  อย่างไรก็ตาม ความเป็นอันดับหนึ่งในวันนี้ มิได้หมายความว่าสุวรรณภูมิจะปลอดภัยจากการแข่งขันในวันข้างหน้า

                     ในภูมิภาคเดียวกัน สนามบินอย่าง ชางงี  สิงคโปร์ วางตัวเป็นฮับ“ต่อเครื่อง” ระดับโลกด้วยประสิทธิภาพการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สูงมาก ขณะที่ อินชอน เกาหลีใต้ ใช้จุดแข็งด้านการบริหารและเทคโนโลยีดึงเส้นทางระยะไกล และ กัวลาลัมเปอร์ ใช้เครือข่ายสายการบินต้นทุนต่ำขยายการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว สนามบินเหล่านี้อาจมีจำนวนสายการบินน้อยกว่าสุวรรณภูมิ แต่กำลัง “เพิ่มคุณภาพของการเชื่อมต่อ” อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการแข่งขันในมิติที่ลึกกว่าแค่จำนวนเที่ยวบิน

                      การมีสายการบินจำนวนมากคือดาบสองคม เพราะหมายถึงภาระการบริหาร Slot หรือช่วงเวลาการขึ้น,ลงอากาศยาน, Gate   หรือหลุมจอดและประตูเทียบเครื่อง, และ Terminal  หรืออาคารผู้โดยสาร และระบบภาคพื้นดินที่ซับซ้อน หากประสิทธิภาพลดลงเพียงเล็กน้อย ความได้เปรียบอาจถูกบั่นทอนทันที 

                   ในโลกการบินสมัยใหม่ สนามบินไม่ได้แข่งกันที่ “ใครมีรันเวย์มากกว่า” แต่แข่งกันที่ว่า หนึ่ง Slot สามารถสร้างมูลค่าให้สายการบินได้มากเพียงใด หากสุวรรณภูมิไม่สามารถยกระดับคุณภาพของ Slot และความตรงต่อเวลาได้อย่างต่อเนื่อง ความเป็นอันดับหนึ่งอาจถูกคู่แข่งค่อย ๆ แย่งชิงไปทีละเส้นทาง

                  การรักษาความเป็นผู้นำของสุวรรณภูมิจำเป็นต้องใช้“กลยุทธ์”  มากกว่าการขยายพื้นที่ ได้แก่ การยกระดับประสิทธิภาพการหมุนเวียนอากาศยาน การเลือกบทบาทฮับเฉพาะเส้นทางที่ไทยได้เปรียบ การบริหารระบบสองสนามบินในกรุงเทพฯ ให้ทำงานเสริมกันอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนารายได้เชิงพาณิชย์เพื่อหล่อเลี้ยงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญคือการสร้างความเป็นพันธมิตรกับสายการบิน ไม่ใช่เพียงผู้ให้เช่าพื้นที่ เพราะในยุคนี้ สายการบินเลือกสนามบินที่ “โตไปด้วยกันได้” มากกว่าสนามบินที่มีแค่ทำเลดี

                       ท้ายที่สุด ความท้าทายของสุวรรณภูมิอาจไม่ได้อยู่ที่คู่แข่งในต่างประเทศ หากแต่อยู่ที่การบริหารจัดการภายในประเทศเอง 

                       สนามบินระดับโลกแข่งขันกันด้วยข้อมูล ความเร็ว และประสิทธิภาพ ไม่ใช่ด้วยอิทธิพลหรือการต่อรองทางการเมือง หากการตัดสินใจเชิงโครงสร้างถูกดึงกลับไปผูกกับผลประโยชน์ระยะสั้น สุวรรณภูมิอาจไม่แพ้เพราะขาดรันเวย์หรือผู้โดยสาร แต่แพ้เพราะไม่สามารถตัดสินใจได้ทันเวลาในสมรภูมิการบินที่ทุกนาทีมีมูลค่า 

                    ”อันดับ 1“  ไม่ใช่รางวัล หากคือภาระที่ต้องบริหารด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง และต้องรักษาระยะห่างจากการเมืองให้ไกลพอ ๆ กับการรักษาระยะห่างจากคู่แข่ง

ข่าวล่าสุด

นักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอให้คว่ำบาตรไม่เลือกพรรคที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทรัมป์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ขู่แคนาดาจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนแคนาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 24ม.ค.ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% กับสินค้าที่จำหน่ายในสหรัฐ หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3 สัปดาห์นี้ โค้งสุดท้ายกับสองคำถามสำคัญ ที่อยากฟังการเมืองจากเสียงประชาชน

โลกแบ่งขั้ว อาเซียนคือทางรอด

Decoupling is Real: ผู้นำโลกไม่ได้แค่เจรจาเรื่องกำแพงภาษี (Tariff) แบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่ยกระดับสู่การกีดกัน (Sanction) และบีบให้เลือกข้างชัดเจนระหว่าง US และ China

ข่าวอื่นๆ

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

 “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

จุดที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือ การประกาศสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในนาม "สาธารณรัฐกอทูเล" (Republic of Kawthoolei) โดย พล.อ. เนอดา เมียะ ทายาททางการเมืองของนายพลโบเมียะ