หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินคุณปู่คนนี้รวยที่สุดในญี่ปุ่น จากช่วยงานพ่อในร้านขายเสื้อผ้าถูกๆ 

คุณปู่คนนี้รวยที่สุดในญี่ปุ่น จากช่วยงานพ่อในร้านขายเสื้อผ้าถูกๆ 

เผยแพร่

spot_img

วันนี้เขาเป็นเจ้าสัว “ยูนิโคล่” ยี่ห้อเสื้อผ้าที่ยอดขายสูงสุดอันดับ 2 ของโลก

“ทาดาชิ ยานาอิ” วัย 77 ปี ถือครองสินทรัพย์สุทธิ 5.74 หมื่นล้านดอลลาร์ อภิมหึมามหาเศรษฐีอันดับ 29 ของโลก

ไม่มีความคิดเกษียณในหัวคุณปู่

ยังเข้างาน 6-7 โมงเช้าทุกวัน

เป้าหมายคือบุกอเมริกา! เพิ่มยอดขายทั่วโลก 3 เท่า! พิชิต “ซาร่า” ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก!

โอ้ น่าตื่นเต้นยิ่งนัก น่าตื่นเต้นเกินกว่าจะนั่งอยู่บ้านเลี้ยงหลาน!

เขายังละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว เดินตรวจตราทุกซอกมุม ถึงขั้นดูตะเข็บเย็บเรียบร้อยไหม!

สมัยละอ่อน ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน

พอดีปะป๊าเปิดร้านขายเสื้อผ้าในเมืองอูเบะ สักพักก็จึงตัดสินใจออกมาช่วยทำ

หัวเซ็งลี้ ก็เปิดร้านของตัวเอง เป็นเถ้าแก่ดีกว่า!

ปี 1984 จึงถือกำเนิดร้าน Unique Clothing Warehouse ที่ฮิโรชิมา

เสื้อผ้าแนวลำลอง ใส่สบาย

แล้วมันขายดีระเบิดระเบ้อ ระดับปรากฏการณ์

(สังเกตชื่อนะครับ พอเห็นเค้าใช่มั้ย ว่าจะกลายมาเป็นอะไร เดี๋ยวมี “หักมุม” เล็กๆ)

ใหม่ๆ ก็เริ่มจากไปควานหา ไปกว้านซื้อเสื้อผ้าถูกๆ มาขายในร้าน

ซึ่งยุคนั้น ก็นิยมไปฮ่องกงกัน แล้ววันหนึ่งก็เกิดประกายความคิดขึ้น ขณะที่เขากำลังเลือกเสื้อโปโลอยู่ เฮ้ย ทำไมมันถูกขนาดนี้และคุณภาพดีขนาดนี้! แล้วเฮ้ย บันดาลใจ ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ! ไม่หาโรงงานมาผลิตให้ แล้วปะยี่ห้อของเราเองเลยนิ!

นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นน่ะเอง

จาก Unique Clothing Warehouse ก็เป็น Uniclo

ซึ่งตอนจดทะเบียน เจ้าหน้าที่ฮ่องกงดันเขียนผิด เขียนเป็น Uniqlo อ้าว! แต่เถ้าแก่ยานาอิก็ปล่อยเลยตามเลย อ้าวอีกที!

ก่อนที่ชื่อนี้จะกลายเป็นยิ่งกว่าตำนานมาถึงทุกวันนี้!

ทั่วญี่ปุ่น ทั่วเอเชีย และทั่วโ.. แหม มันก็ยังไม่ครองทั้งโลกอย่างแท้จริง

นี้จึงเป็นความทะเยอทะยานที่ยานาอิต้องเอาให้ได้!

ปัจจุบัน มี 3,594 สาขา ใน 26 ประเทศ

(ไทยมี 72 สาขา)

หลักๆ ยึดหัวหาดในเอเชีย แต่ตะวันตกยังไม่ค่อยเท่าไหร่

Fast Retailing (บริษัทแม่ของ “ยูนิโคล่”) ยอดขาย 3.4 ล้านล้านเยนในปีล่าสุด

ส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น จีน เอเชียอื่นๆ

ยอดขายที่อเมริกาเหนือ 2.71 แสนล้านเยน

น้อยเกินไป น้อยขนาดนี้ไม่ได้

เจ้าสัวยานาอิ ตั้งเป้า จะเอาให้ได้ 3 ล้านล้านเยน!!! โอ้โห คือ 10 เท่าจากตอนนี้

จะบุกเต็มตัวแล้ว!

ที่อเมริกา ยูนิโคล่ประสบความสำเร็จแบบเจียมตน มีอยู่แค่ 77 สาขา เจาะตามเมืองชายฝั่ง ทว่าบัดนี้คิดจะกวาดทั้งแผ่นดิน!

(*ตลาดที่นั่นไม่ง่าย ต่างชาติเสร็จมาหลายเจ้าแล้ว

Benetton จากอิตาลี ยุค1980s 1990s ฮิตมาก ตีตลาดอเมริกาสำเร็จ … แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงหยิบมือ ไม่กี่สาขาในแคลิฟอร์เนีย

Topshop จากอังกฤษเมื่อสิบกว่าปีก่อนพยายามจะรุกให้ได้ … ลงท้ายบาดเจ็บถึงขั้นล้มละลาย

ปัจจุบัน Gap และ J.Crew ยี่ห้อของอเมริกาเอง ที่เคยเหมือนเอาท์ไปแล้ว กลับกลายเป็นฟื้นชีพขึ้นมายิ่งใหญ่ในสังเวียนอเมริกา

… ไม่ง่ายเลยสำหรับ Uniqlo)

จิตวิญญาณญี่ปุ่น

คุณปู่ยานาอิยังขยันไปเดินสอดส่องตามสาขา และจ้ำจี้จ้ำไชผู้จัดการร้าน

จงมองอย่างลูกค้า มองด้วยสายตาของลูกค้า

“สิ่งที่แย่ที่สุดคือมองร้านด้วยมุมของผู้จัดการ คุณจะมองไม่เห็นอะไรเลยทั้งนั้นว่าจริงๆ แล้วลูกค้ามองยังไง คิดยังไง”

หลักการเช่นนี้ย่อมถ่ายทอดมาถึง Global CEO เช่นเดัยวกัน

ไดสุเกะ สึคาโกชิ กล่าวขณะจิ้มไอแพ็ดว่า “ผมจะดูตัวเลขที่ไหนในโลกก็ได้ทั้งหมดแหละ แต่แค่ดาต้าแค่ข้อมูลมันไม่มีทางพอ”

“คุณจะเข้าใจลูกค้าได้ก็ต่อเมื่อคุณเข้าไปฝังตัวอยู่ในร้านแล้วเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าจริงๆ”

“จะโต ไม่ใช่มาจากเปิดสาขาเยอะๆ เร็วๆ แต่มันมาจากลูกค้าซื้อของสักชิ้นในสักสาขา ในทุกวันๆ” 

ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ดูพนักงานร้าน “ยูนิโคล่” ในบ้านเราก็เป็นเยี่ยงนั้นเลย สังเกตสังกา บริการเราอย่างดีเยี่ยมเปี่ยมล้นด้วยความเอาใจใส่ (จดข้อมูลเราในใจอยู่ด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้!) เราจะหยิบจะจับอะไร ก็พร้อมปรี่เข้ามาประกบ อำนวยความสะดวก

ก็คิดดู ประธานบริษัท เถ้าแก่ใหญ่อย่างยานาอิยังเดินตรวจ เดินช้อปอยู่ทุกวี่วัน (สวมบทเป็นลูกค้า)

เดินเลือกสินค้าจริงๆ แล้วก็จ่ายตังค์จริงๆ สัมผัสประสบการณ์จริงเฉกเช่นเป็นลูกค้า

(และก็ใส่จริงด้วย เสื้อผ้าที่ใส่ทั้งตัวก็ของยูนิโคล่หมด! เว้นอย่างเดียวคือรองเท้า!)

ไม่งั้นจะเอาไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อลูกค้าให้ถูกจุดได้ไง!

จะมีที่แตกต่างจากลูกค้าทั่วไปก็คือ …

ยานาอิจะต้องถามพนักงานก่อนจ่ายเงิน “มีสิทธิ์ส่วนลดพนักงานใช่ไหมครับ”

แล้วเด็กในร้านก็จะเลิ่กลั่กถามว่า “รหัสพนักงานอะไรครับ”

ก่อนที่ชายชราจะตอบว่า “1”

หนึ่งเดียวคนนี้

คนหนึ่งคนแรกที่ก่อตั้งอาณาจักรนี้

อาณาจักรที่กำลังหาญกล้าจะครองทั้งโลก

“ทาดาชิ ยานาอิ” แห่งยูนิโคล่

เดือดทะลักจุดแตก

๓๐ มค.๒๕๖๙

https://www.facebook.com/share/p/1AKJU2jzKZ

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์