หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งปิดตำนาน “ทหารเสือราชินี” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ปิดตำนาน “ทหารเสือราชินี” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เผยแพร่

spot_img

“หัวใจสีม่วง” คงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำ 
“ในหลวง รัชกาลที่ ๑๐” มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อค่ายทหารใหม่ จากเดิม “ค่ายนวมินทราชินี” (ร.๒๑ รอ.) เป็น “ค่ายมหาวชิราลงกรณ์ราชวัลลภ” (ร.๙๐๒ รอ.) 

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อค่ายทหารใหม่ จากเดิม “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ใน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” หรือ “ค่ายนวมินทราชินี” (ร.๒๑ รอ.) เป็น “ค่ายมหาวชิราลงกรณ์ราชวัลลภ” หรือ “กรมทหารราบที่ ๙๐๒ รักษาพระองค์ ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” (ร.๙๐๒ รอ.) 

สำหรับ รหัส ๙๐๒ (ออกเสียงว่า เก้า-ศูนย์-โท) เป็นรหัสประจำพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนามหน่วยทหารรักษาพระองค์ “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เป็น “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ตั้งกองบังคับการที่ค่ายนวมินทราชินี ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 

ทั้งนี้ “ทหารเสือราชินี” ทหารและกำลังพลจาก “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” (ร.๒๑ รอ.) ได้ปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้าย ในฐานะกองทหารเกียรติยศ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ ๓๑ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยทหาร และเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบการแต่งกายของทหารรักษาพระองค์ จากเดิม “ชุดสีม่วง” และแขนเสื้ออาร์มพระนามาภิไธย ส.ก. (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) เป็น “ชุดสีแดง” และแขนเสื้ออาร์มพระปรมาภิไธย ส.พ.ป.ม.ว. ๑๐ (พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐) ต่อไป 

“ทหารเสือราชินี”  

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระยศทหารแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงพระยศทางทหาร คือ “จอมพลหญิง จอมพลเรือหญิง จอมพลอากาศหญิง” นับว่าทรงเป็น “จอมพลหญิง” ของทหาร ๓ เหล่าทัพ พระองค์แรกและพระองค์เดียวของประเทศไทยและของโลก และทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ร.๒๑ รอ.) ซึ่งได้รับพระราชทานสมญานามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ทหารเสือราชินี” 

“…กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ได้สร้างชื่อเสียงให้ทหารไทย นับตั้งแต่สงครามเกาหลีเรื่อยมาจนได้รับสมญานามว่า “พยัคฆ์น้อย” และสมญานามว่า “ทหารเสือราชินี” จากการสร้างวีรกรรมปราบปรามผู้ก่อการร้าย และการป้องกันประเทศชาติหลายต่อหลายครั้ง 

ที่สำคัญคือ ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ เป็นหน่วยทหารที่มีเกียรติประวัติดีเด่นมีศักดิ์ศรี ควรที่ข้าพเจ้าจะภาคภูมิที่เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ ขอให้ยึดมั่นต่อความเสียสละนี้ตลอดไป…”

พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรทหารเสือ รุ่น ๑๑ ณ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ (ร.๒๑ รอ.) เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๓

ประวัติความเป็นมา กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ (ร.๒๑ รอ.) “ทหารเสือราชินี” 

กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ (ร.๒๑ รอ.) ถือเป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ ที่ขึ้นตรงกับกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ (พล.ร.๒ รอ.) โดยได้รับพระราชทานสมญาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า “ทหารเสือนวมินทราชินี” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ทหารเสือราชินี”

กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๔๙๓ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ขอให้จัดตั้งกำลังเข้าช่วยเหลือรัฐบาลของสาธารณรัฐเกาหลี มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ โดยใช้นามหน่วยว่า “กรมผสมที่ ๒๑” มีที่ตั้งกองบังคับการชั่วคราวอยู่ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้แปรสภาพเป็น “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศทหารแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น “พันเอกหญิง” ตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ และเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ได้ย้ายเข้าที่ตั้งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี พร้อมมีหน่วยขึ้นตรงอีก ๓ กองพันทหาร คือ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ (ร.๒๑ พัน.๑ รอ.) กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ (ร.๒๑ พัน.๒ รอ.) และกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ (ร.๒๑ พัน.๓ รอ.) 

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนนาม “หน่วยทหารรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เป็น “หน่วยทหารรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป

ความหมายของเครื่องหมาย “ทหารเสือราชินี” 

หัวใจสีม่วงประดับพระนามาภิไธย ย่อ สก. หมายถึง ผู้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริตและจริงใจ

เสือประคองหัวใจสีม่วง หมายถึง กำลังพลทหารเสือทุกนาย เทิดทูนความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีแทบเบื้องยุคลบาท

ภูเขา เกลียวคลื่น ก้อนเมฆ หมายถึง ทหารเสือทุกนายพร้อมจะดั้นด้นไปทั่วทุกหน ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบนฟ้า พื้นดิน ภูเขาหรือในทะเล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของชาติ และองค์พระมหากษัตริย์

“เราเชื้อชาติชายชาญทหารกล้า ทหารเสือราชินีศรีสยาม

เกียรติระบือลือเลื่องกระเดื่องนาม ทั่วเขตคามรู้เหล่าเรา ส.ก.”

นี้คือเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจากเพลง “เรา-เหล่าราบ ๒๑” เพลงนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ให้ ร้อยตำรวจโท วัลลภ จันทร์แสงศรี แต่งเนื้อเพลง ให้แก่กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงพระราชทาน

#ภาพ : พระฉายาลักษณ์ จอมพลหญิง จอมพลเรือหญิง จอมพลอากาศหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ฯ ในฐานะผู้บังคับการพิเศษกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ร.๒๑ รอ.) 

เพจ เฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน เฉลิมพระขวัญองค์ราชินี เรียบเรียงและเผยแพร่

น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 

 #สถิตในดวงใจไทยตราบนิรันดร์ 

ข่าวล่าสุด

ถอดบทเรียนไวรัส ”ฮันตา“   ความท้าทายใหม่…บนเส้นทางสัญจรโลก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกรณีเรือสำราญ MV Hondius ที่พบผู้เสียชีวิตและติดเชื้อไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดีส (Andes Virus)

วันนี้ “พระราชพิธีพืชมงคล ฯ” 13 พฤษภาคม 2569

สำนักพระราชวังเผยกำหนดการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

มอบรางวัล”เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์”ประจำปี 2569 เชิดชูเกียรติ 3 นักหนังสือพิมพ์อาวุโส

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบรางวัล”เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์”ประจำปี 2569 เชิดชูเกียรติ 3 นักหนังสือพิมพ์อาวุโส “ระวิ โหลทอง-ชัยราชวัตร-ผุสดี คีตวรนาฏ” ผู้มีคุณูปการแก่วงการหนังสือพิมพ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมมอบรางวัลองค์กรและบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน การศึกษา...

สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และการทำงานร่วมกัน พร้อมคิกออฟโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569...

ข่าวอื่นๆ

สภาการสื่อมวลชนฯ เห็นชอบทำ MOU กับสภาการสื่อมวลชนมาเลเซีย

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และการทำงานร่วมกัน พร้อมคิกออฟโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569...

ผวจ.สุราษฎร์ฯย้ำพร้อมลงดาบ นอมินี ต่างชาติประกอบกิจการผิดกฎหมายแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะ

มาตรการของจังหวัดสุราษฎร์ธานีบนเกาะพะงันและเกาะสมุย ทำทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนรวมทั้งคนไทยที่ทำผิดกฎหมาย เราก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

รวบชาวจีนขับรถคว่ำ ค้นเจอปืนและกระสุนปืนสงคราม 

เกิดเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำเขตนาจอมเทียน โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ขับรถ ตรวจสอบบัตร ทราบชื่อ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ถือพาสปอร์ตจีน และมีบัตรประจำตัวสีชมพู และ ผู้หญิงอีก 1 คน ในรถ อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธสงคราม