“ภูมิใจไทย” แชมป์ สส.เขต “ประชาชน” ครองปาร์ตี้ลิสต์- ประชามติรื้อกติกาฉลุย!
ปรากฏการณ์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้การเมืองไทย หลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ชัดพรรค “ภูมิใจไทย” ผงาดคว้าชัยอันดับ 1 ในสภาด้วยฐาน สส.เขตที่แข็งแกร่ง ขณะที่พรรค “ประชาชน” ยังคงครองแชมป์คะแนนนิยมบัญชีรายชื่อท่ามกลางผู้ออกมาใช้สิทธิทะลุ 80% จนการจราจรเป็นอัมพาตทั่วประเทศ นอกจากนี้ฉันทามติมหาชนยังส่งสัญญาณ “เห็นชอบ” แก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถล่มทลาย บีบรัฐบาลชุดหน้าเดินหน้าปฏิรูปกติกาประเทศทันทีตามอาณัติสัญญาณของประชาชน
พลังบริสุทธิ์ทุบสถิติ เมื่อ 80% คือคำตอบ
ความตื่นตัวทางการเมืองครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนตั้งแต่เปิดหีบ โดยเฉพาะพลังจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก และคนรุ่นใหม่ที่ออกมาใช้สิทธิจนสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ยอดผู้มาใช้สิทธิแตะระดับ 80% ทิ้งห่างปี 2562 และ 2566 อย่างขาดลอย สภาพจราจรที่ติดขัดอย่างหนักทั่วประเทศไม่ใช่เพียงอุปสรรคการเดินทาง แต่คือดัชนีชี้วัดความอัดอั้นของมหาชนที่ต้องการเข้ามา “รื้อกติกาเดิม” และสถาปนาอนาคตใหม่ด้วยมือตนเอง
ภูมิใจไทย ยุทธศาสตร์ท้องถิ่นสยบกระแส
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการยืนยันความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดที่นั่ง สส.เขตนำโด่งเป็นอันดับ 1 ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนว่านโยบายที่เน้นการปฏิบัติได้จริงและการเข้าถึงฐานรากในระดับพื้นที่ ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่กุมหัวใจคนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้ภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำที่มีอำนาจต่อรองสูงสุดในการกำหนดโฉมหน้าและโครงสร้างรัฐบาลชุดใหม่
การขับเคี่ยวข้ามขั้ว อุดมการณ์ปะทะผลงาน
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยพยายามยื้อฐานเสียงเดิมด้วยแคมเปญเศรษฐกิจ แต่ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนยังคงแสดงแสนยานุภาพด้วยการครองแชมป์คะแนนนิยมทั่วประเทศไว้อย่างมั่นคง ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำพฤติกรรม “บัตรสองใบคนละพรรค” ที่ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประชาชนเลือก “คนที่ชอบ” ในระดับเขตพื้นที่ แต่เลือก “อุดมการณ์ที่ใช่” ในระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้สภาชุดใหม่มีความหลากหลายในมิติของขั้วอุดมการณ์
กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์ คิงเมกเกอร์ในสมการอำนาจ
พรรคระดับกลางก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญอย่างไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงเจาะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานจนกวาดที่นั่งมาเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในพื้นที่ภาคใต้ การกระจายตัวของคะแนนในกลุ่มพรรคเหล่านี้จะบีบให้การจัดตั้งรัฐบาลต้องอาศัยการเจรจาข้ามขั้วที่เข้มข้น เพื่อรวมเสียงให้ได้เสถียรภาพภายใต้อำนาจต่อรองที่ก้ำกึ่ง
ประชามติ อาณัติสัญญาณแห่งการรื้อกติกา
หัวใจสำคัญที่ควบคู่มากับการเลือกตั้งคือการลงประชามติ ซึ่งคะแนน “เห็นชอบ” ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีคะแนนนำโด่งอย่างถล่มทลาย ผลลัพธ์นี้เปรียบเสมือน “ใบสั่ง” จากมหาชนที่รัฐบาลชุดใหม่ไม่อาจบิดพลิ้วได้ และจะเป็นภารกิจเร่งด่วนลำดับแรกที่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติจะต้องดำเนินการเพื่อสร้างกติกาที่เป็นสากลและเป็นประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านคูหาในวันนี้
บทสรุป ก้าวต่อไปภายใต้ดุลอำนาจใหม่
เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ คือการเริ่มต้นของยุคสมัย “การเมืองหลายขั้ว” ที่สมบูรณ์แบบ เมื่อพรรคที่ได้ สส.เขต มากที่สุด ภูมิใจไทย และพรรคที่ครองคะแนนนิยมบัญชีรายชื่อ ประชาชน ต้องมาอยู่บนกระดานอำนาจเดียวกัน ภารกิจสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่คือการสอดประสานความต้องการที่แตกต่างเข้ากับเสียงประชามติ เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและมุ่งหน้าสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างสันติวิธี
เชื่อแล้วว่าคนไทยอยากเปลี่ยนกติกาแค่ไหน!
ดูได้จากสภาพจราจรที่ติดหนึบยิ่งกว่าเทศกาลไหนๆ นี่คือ “ดัชนีความอัดอั้น” ที่ชัดเจนที่สุด เพราะประชาชนยอม “ติด” อยู่บนถนน 3 ชั่วโมง เพื่อไปกาบัตรแค่ 3 นาที ดีกว่าต้องทนติดอยู่ในกติกาเดิมๆ ต่อไปอีกหลายปี…
งานนี้สปิริตคนไทยแรงยิ่งกว่าเครื่องยนต์รถซิ่งสายไหนในประเทศเสียอีก….!
2569-02-10 “ชัยทัศน์”



