สูตร “เพื่อไทย-กล้าธรรม” กับโจทย์ภาพลักษณ์ที่สังคมจับตา
การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยจะดึงทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม ซึ่งทำให้ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร และ ธรรมนัส พรหมเผ่า กลายเป็นศูนย์กลางของการจับตามองทันที
การดึงเพื่อไทยเข้ามา หมายถึงการยอมรับพลังของพรรคใหญ่ที่มีฐานเสียงแข็งแรงทั่วประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาพจำเรื่องอิทธิพลทางการเมืองของทักษิณยังคงฝังอยู่ในความรับรู้ของสาธารณะ แม้เจ้าตัวจะไม่มีตำแหน่งทางการบริหารโดยตรงก็ตาม คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่บทบาทตามกฎหมาย แต่อยู่ที่ “บทบาทในความเชื่อของสังคม” ว่าจะส่งผลต่อทิศทางรัฐบาลเพียงใด
ขณะเดียวกัน การดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามา เสริมความแข็งแรงเชิงตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมี สส.ในมือจำนวนมากและขึ้นชื่อเรื่องการบริหารเสียง แต่ภาพลักษณ์ทางการเมืองของแกนนำพรรคย่อมทำให้รัฐบาลถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษในทุกก้าวเดิน การรวมสองพรรคนี้เข้าด้วยกันจึงเท่ากับรวม “พลังเสียง” และ “พลังการจับตา” ไว้ในสมการเดียวกัน
ทางเลือกอีกด้านคือการลดแรงกระเพื่อมทางภาพลักษณ์ ด้วยการดึงพรรคที่มีภาพจำแบบสถาบันการเมืองดั้งเดิม เช่น พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคขนาดเล็กอื่น ๆ เข้ามาแทน สูตรนี้อาจทำให้ภาพรัฐบาลดูนุ่มนวลขึ้น และลดความเข้มข้นของตัวบุคคลที่ถูกจับตา แต่โจทย์สำคัญคือจำนวนเสียงจะเพียงพอหรือไม่ และเสถียรภาพจะมั่นคงแค่ไหนเมื่อพึ่งพาหลายพรรคขนาดเล็ก
อีกทั้งต้องยอมรับว่า ในรอบนี้ภูมิใจไทยมีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย สามารถออกแบบสูตรจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่าหนึ่งแนวทาง จึงมีแนวโน้มว่าจะไม่ดำเนินยุทธศาสตร์อย่างชะล่าใจหรือบุ่มบ่าม เพราะพรรคการเมืองที่อาจเข้ามาเคียงข้าง ล้วนเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์และมีศักยภาพต่อรองสูงทั้งสิ้น การประคองดุลอำนาจจึงต้องอาศัยความรอบคอบอย่างยิ่ง มิฉะนั้นอาจเสียเปรียบกลางสนามการเมืองได้โดยไม่ตั้งใจ
ดังนั้น สมการของภูมิใจไทยจึงเป็นการเลือกระหว่าง “เสียงที่แน่น” กับ “ภาพที่เนียน” หากเลือกสูตรแรก รัฐบาลอาจมั่นคงในสภาแต่ต้องรับมือกับแรงเพ่งเล็งตลอดเวลา หากเลือกสูตรหลัง ภาพอาจดูสะอาดตาแต่ต้องบริหารเสียงอย่างประณีตทุกครั้งที่มีการโหวตสำคัญ
และในท้ายที่สุด การเมืองไทยอาจพิสูจน์อีกครั้งว่า ไม่ว่าจะจัดสูตรไหน ประชาชนก็มักได้ยินคำอธิบายสวยหรูเสมอว่า “ทั้งหมดทำเพื่อความมั่นคงของประเทศ” เพียงแต่คำว่า “ประเทศ” ในแต่ละยุค อาจมีความหมายไม่เท่ากันในห้องประชุมกับหน้าบ้านของประชาชน
2569-02-17 “ชัยทัศน์”



