หน้าแรกINSIDE - INSIGHT”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

เผยแพร่

spot_img

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก !

ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน

                            การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง

                           ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

                           นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

                          ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ทั้งจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงิน และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

                         จิตติ  ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมของ สมาคมค้าทองคำ เคยแสดงความเห็นว่า หากไม่เกิดสงครามขนาดใหญ่ ราคาทองคำอาจไม่พุ่งไปถึงระดับ บาทละ 100,000 บาท ความเห็นดังกล่าวสะท้อนมุมมองของตลาดที่เชื่อมโยงราคาทองคำกับความตึงเครียดของสถานการณ์โลก

                         ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางของหลายประเทศเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียและตะวันออกกลาง แนวโน้มดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินสกุลหลัก และลดการพึ่งพาระบบการเงินที่ผูกกับประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศ

                      ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำเกิดขึ้นในหลายประเทศพร้อมกัน ตลาดทองในเวียดนามมีความผันผวนสูงและราคาภายในประเทศบางช่วงสูงกว่าตลาดโลก ขณะที่สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำของภูมิภาคและเป็นฐานสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ ส่วนมาเลเซียและอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่ประชาชนหันมาถือทองคำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินและเงินเฟ้อ

                     นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของราคาทองคำอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน เงินลงทุนบางส่วนอาจไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ทองคำ ขณะที่การซื้อขายทองคำในปริมาณมากอาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท นอกจากนี้ราคาทองที่สูงขึ้นยังส่งผลต่อธุรกิจเครื่องประดับ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

                    ในระดับระบบเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำอย่างรวดเร็วอาจสะท้อนการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เงินทุนมักไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล กระบวนการดังกล่าวอาจทำให้ตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้น และทำให้ธนาคารกลางของหลายประเทศต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

                  ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเสนอว่า ภาครัฐควรติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินและเงินทุนระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ประชาชนเพื่อลดความตื่นตระหนกของตลาด ขณะเดียวกันประชาชนควรระมัดระวังการลงทุนและไม่ตัดสินใจซื้อทองคำเพียงเพราะกระแสของตลาด โดยควรกระจายการลงทุนและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

                       แม้ราคาทองคำจะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในช่วงวิกฤต แต่ประวัติศาสตร์ของตลาดการเงินแสดงให้เห็นว่าราคาทองคำสามารถปรับตัวลงได้เช่นกันเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

                       ในช่วงเวลาที่ราคาทองคำกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าทองจะขึ้นไปถึงระดับใด แต่คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวของราคานั้น นั่นคือระดับความกังวลของตลาดต่ออนาคตของเศรษฐกิจโลก

                        ในตลาดการเงิน ผู้คนมักมองว่าทองคำที่พุ่งสูงคือสัญญาณของความมั่งคั่ง  จริงแล้วคือเครื่องเตือนว่า ความไม่แน่นอนของโลกอาจกำลังเพิ่มขึ้น เพราะในหลายช่วงของประวัติศาสตร์ วันที่ทองคำเปล่งประกายที่สุด มักเป็นวันที่โลกกำลังเผชิญความกังวลมากที่สุดเช่นกัน

2569-03-11   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

ข่าวอื่นๆ

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...