ตะวันออกกลางสะเทือนไทย น้ำมันพุ่ง,เรืออ้อมโลก,แรงงานเสี่ยง,ความมั่นคงต้องเข้ม
4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย
รัฐบาลออกมาตรการประหยัดพลังงานเร่งด่วนหลังคณะรัฐมนตรีมีมติรับมือความผันผวนของตลาดน้ำมันโลก จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่เริ่มส่งแรงกระแทกถึงเศรษฐกิจไทยในอย่างน้อย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ราคาพลังงาน การขนส่งสินค้าโลก ความปลอดภัยของแรงงานไทยในต่างแดน และความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยรัฐบาลเตรียมทั้งมาตรการประหยัดพลังงานภายในประเทศและแผนรับมือฉุกเฉินหากวิกฤตยืดเยื้อ
ต้นเหตุของแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกมาจากการสู้รบในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางพลังงานโลก โดยเฉพาะ ช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์ที่มีการขนส่งน้ำมันโลกเกือบหนึ่งในห้า หากเส้นทางนี้ถูกโจมตีหรือถูกปิด การส่งออกพลังงานจากประเทศผู้ผลิตสำคัญ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ คูเวต จะสะดุดทันที ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนและกระทบประเทศผู้นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก รวมถึงประเทศไทย
ผลกระทบแรกคือราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลต่อค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และต้นทุนการผลิตทั่วโลก รัฐบาลไทยจึงออกมาตรการลดการใช้พลังงานในภาครัฐ เช่น ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจบางส่วนทำงานจากบ้าน (Work From Home) การตั้งอุณหภูมิแอร์ในอาคารราชการที่ 26-27 องศา รวมถึงการเตรียมมาตรการสำรอง เช่น การให้สถานีบริการน้ำมันปิดเวลา 22.00 น. และการปิดไฟป้ายโฆษณากลางคืน หากสถานการณ์พลังงานรุนแรงขึ้น
แรงกระแทกประการที่สองเกิดกับการค้าโลก เมื่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้สายเดินเรือบางส่วนหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง ส่งผลให้เรือสินค้าจากเอเชียไปยุโรปต้องอ้อมผ่าน แหลมกู๊ดโฮป ทางตอนใต้ของแอฟริกาแทนการผ่าน คลองสุเอซ ใน อียิปต์ การอ้อมเส้นทางอาจเพิ่มเวลาเดินเรือราวสองสัปดาห์ ทำให้ต้นทุนการส่งออกของไทยไปตลาดยุโรปสูงขึ้น และกระทบห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าหลัก เช่น สหภาพยุโรป และ สหราชอาณาจักร
อีกประเด็นสำคัญคือความปลอดภัยของแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีแรงงานจำนวนมากทำงานอยู่ในประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น อิสราเอล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ซาอุดีอาระเบีย หากสงครามขยายตัวหรือมีการโจมตีเมืองเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยจะดำเนินการอพยพคนไทยทันทีตามแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทางการทูตและการบินกับประเทศในภูมิภาค
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงยังเตือนว่า หากความขัดแย้งลุกลาม เครือข่ายติดอาวุธบางกลุ่มอาจขยายปฏิบัติการไปยังประเทศที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับชาติตะวันตก แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่เมืองท่องเที่ยว สนามบิน และศูนย์กลางเศรษฐกิจอาจต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเครือข่ายความขัดแย้งในภูมิภาคเชื่อมโยงกับพื้นที่อย่าง เลบานอน และ เยเมน ซึ่งมีกลุ่มติดอาวุธเคลื่อนไหวอยู่
ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า ไทยควรดำเนินมาตรการเร่งด่วนในสามด้าน ได้แก่ การบริหารคลังสำรองพลังงานและลดการใช้พลังงานในประเทศ การสนับสนุนเส้นทางขนส่งสินค้าทางเลือกเพื่อลดต้นทุนการส่งออก และการเตรียมแผนอพยพแรงงานไทยในตะวันออกกลางควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังทวีความรุนแรง
ท้ายที่สุด สงครามที่เกิดขึ้นไกลจากไทยหลายพันกิโลเมตรอาจดูเหมือนเป็นเรื่องของมหาอำนาจ แต่ในโลกที่พลังงานและเศรษฐกิจเชื่อมต่อกันอย่างแน่นแฟ้น ระเบิดที่ตกในทะเลทรายอาจสะเทือนถึงกระเป๋าสตางค์ของคนไทยเร็วกว่าที่คาดคิด
2569-03-12 “ชัยทัศน์”



