หน้าแรกINSIDE - INSIGHTล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  ...

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

เผยแพร่

spot_img

จุดคำถามใหญ่เจ้าหน้าที่รัฐละเลยการกำกับดูแลมานาน

  ปฏิบัติการทลายนอมินีทุนต่างชาติ เปิดคำถามใหญ่ต่อการกำกับดูแลของรัฐ

                               คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

                               การเข้าตรวจค้นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูป 8 แห่งในจังหวัดราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่จาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้เปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจ “ล้ง” ที่อาจใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนทุนต่างชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งจำกัดบทบาทของต่างชาติในธุรกิจเกษตรและการค้าภายในประเทศ คดีนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการกดราคามะพร้าวหน้าสวน แต่ยังจุดคำถามต่อการกำกับดูแลของรัฐที่อาจปล่อยให้ธุรกิจลักษณะดังกล่าวขยายตัวมาเป็นเวลานาน

                                ปฏิบัติการตรวจค้นเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าบริษัทรับซื้อมะพร้าวหลายแห่งในจังหวัดราชบุรีมีโครงสร้างการถือหุ้นผิดปกติ โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นในนาม แต่การบริหารและการตัดสินใจทางธุรกิจกลับอยู่ภายใต้การควบคุมของนักลงทุนต่างชาติ หลักฐานที่ตรวจพบประกอบด้วยเอกสารบัญชีการเงิน สัญญาเช่าสวนมะพร้าว และข้อมูลการโอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าขัดต่อกฎหมายธุรกิจต่างด้าวหรือไม่

                              “ล้ง” เป็นศูนย์รวบรวม คัดแยก และบรรจุผลไม้หรือผลผลิตเกษตรเพื่อส่งออก มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เกษตรกรจนถึงตลาดต่างประเทศ ในกรณีมะพร้าวน้ำหอม หากล้งสามารถควบคุมการรับซื้อในพื้นที่จำนวนมาก จะทำให้มีอำนาจกำหนดราคาในตลาด เกษตรกรบางพื้นที่ระบุว่าราคาหน้าสวนเคยถูกกดต่ำเพียงไม่กี่บาทต่อลูก ขณะที่ราคาส่งออกอาจสูงกว่าหลายเท่าตัว

                              ธุรกิจล้งและโรงงานแปรรูปต้องผ่านกระบวนการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่การจดทะเบียนบริษัทกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การขอใบอนุญาตโรงงานจาก กรมโรงงานอุตสาหกรรม การขอใบอนุญาตส่งออกผ่าน กรมการค้าต่างประเทศ รวมถึงการตรวจสอบภาษีโดย กรมสรรพากร ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจจึงตั้งคำถามว่า หากมีการใช้โครงสร้างนอมินีในวงกว้างจริง เหตุใดจึงไม่ถูกตรวจพบตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาตและการกำกับดูแล

                             นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจเกษตรชี้ว่าหากตลาดถูกควบคุมโดยผู้ซื้อเพียงไม่กี่ราย จะทำให้เกิดภาวะกึ่งผูกขาด เกษตรกรมีอำนาจต่อรองต่ำลงและต้องยอมขายผลผลิตในราคาที่กำหนดโดยผู้ซื้อ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้ของเกษตรกร แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจชนบทและความมั่นคงของภาคการเกษตรในระยะยาว

                                คดีล้งมะพร้าวจึงกลายเป็นประเด็นทางการเมืองและนโยบายสาธารณะ เนื่องจากสะท้อนคำถามสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบกำกับดูแลของรัฐ นักวิชาการบางส่วนมองว่า หากไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ธุรกิจที่ใช้โครงสร้างนอมินีอาจขยายตัวต่อไป และทำให้ทุนต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลต่อการค้าผลผลิตเกษตรของไทยมากขึ้น

                             ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่ารัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการค้าผลผลิตเกษตร รวมทั้งปรับปรุงระบบติดตามการส่งออกและการเคลื่อนย้ายเงินทุน เพื่อป้องกันการใช้โครงสร้างนอมินี หากการตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง คดีนี้อาจนำไปสู่การทบทวนมาตรการกำกับดูแลธุรกิจล้งทั่วประเทศ

                          ในโลกของการค้าเกษตร กลไกตลาดมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้กำหนดราคา

                         แต่บางครั้ง กลไกที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ในตลาด หากแต่อยู่ในเอกสารบริษัท ห้องประชุม และโต๊ะทำงานของหน่วยงานรัฐ  และหากปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น 

                      “ล้ง”…อาจยังคงเติบโตเงียบ ๆ ต่อไป !

                        จนวันหนึ่ง ประเทศอาจค้นพบว่าห่วงโซ่การค้าเกษตรของตัวเองไม่ได้อยู่ในมือของเกษตรกรหรือผู้ประกอบการไทยอีกต่อไป

2569-03-13  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)