หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าราคาดีเซล  จ่อทลายเพดาน 30 บาท

เผยแพร่

spot_img

รัฐบาลเผชิญทางตันนโยบายอุดหนุน ท่ามกลางสถานะกองทุนน้ำมันที่เริ่มวิกฤต

 สมรภูมิตะวันออกกลางกับบทพิสูจน์ “สายป่าน” กองทุนน้ำมัน  เมื่อเพดาน 30 บาทเริ่มปริร้าว: วิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่าง “วินัยการคลัง” หรือ “ความพึงพอใจของมหาชน”

                          ในขณะที่ท้องฟ้าเหนือภูมิภาคตะวันออกกลางถูกย้อมด้วยสีเพลิงจากการปะทะครั้งใหม่ ส่งแรงสั่นสะเทือนให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะยานเฉียด 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับ “ความร้อนแรง” ที่ไม่ใช่สภาพอากาศ แต่เป็นพายุค่าครองชีพที่จ่อซัดเพดานราคาน้ำมันดีเซลให้พังทลายลง ท่ามกลางสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งสัญญาณ “ติดลบ” จนใกล้ถึงจุดที่วิศวกรทางการเงินของรัฐบาลต้องใช้จินตนาการมากกว่าหลักคณิตศาสตร์ในการประคองสถานะให้รอดพ้นจากภาวะชะงักงันทางนโยบาย

                                สภาวะทางตันในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่คือภาพสะท้อนของ “วงจรการพึ่งพา” ที่หยั่งรากลึก เมื่อน้ำมันดิบกว่าครึ่งที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยต้องล่องเรือฝ่าความร้อนระอุผ่านช่องแคบฮอร์มุซอันเปราะบาง การที่รัฐบาลประกาศความเชื่อมั่นเรื่องสำรองน้ำมัน 90 วัน จึงเป็นเสมือนการยืนยันกับผู้ประสบภัยว่า “เรายังมีเชื้อเพลิงพอสำหรับจุดตะเกียง” ทว่ากลับไม่ได้ระบุว่าใครจะเป็นผู้รับภาระค่าแสงสว่างที่กำลังพุ่งสูงขึ้นตามอุณหภูมิการเมืองโลก ซึ่งดูเหมือนจะเดือดกว่าราคาโภคภัณฑ์ใดๆ ในตลาด

                                ความพยายามของกระทรวงพลังงานในการบริหารจัดการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย ดูจะเป็นมาตรการที่ “ละเมียดละไม” เกินไปสำหรับสถานการณ์ที่ไฟกำลังลามทุ่ง เปรียบได้กับการตรวจสอบระบบระบายอากาศในขณะที่อาคารทั้งหลังกำลังถูกรมด้วยควัน สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามในนาทีนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “มีน้ำมันให้เติมไหม” แต่คือ “รายได้ที่มีอยู่จะเหลือพอสำหรับปัจจัยสี่อื่นหรือไม่” เมื่อส่วนต่างการอุดหนุนดีเซลกำลังดูดซับสภาพคล่องของรัฐราวกับผืนทรายที่กระหายน้ำ แต่ให้ผลลัพธ์เป็นเพียงการยื้อเวลาเพื่อรอความหวังที่ยังมองไม่เห็น

                               ในทางวิชาการ การแก้ปัญหาด้วยการ “ตรึงราคา” ผ่านกลไกภาษีสรรพสามิตและเงินกองทุนฯ คือบทละครทางการเงินที่อาจเรียกเสียงตบมือได้ในระยะสั้น แต่ทิ้งภาระอันหนักอึ้งไว้เป็นมรดกให้คนรุ่นถัดไปช่วยกันสะสาง ทางออกที่ยั่งยืนอย่างการเปิดโต๊ะเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล Overlapping Claims Area (OCA) กับกัมพูชา จึงถูกนำกลับมานำเสนอด้วยท่วงท่าที่ขะมักเขม้นอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ทรัพยากรมหาศาลยังคงถูกกักขังอยู่ใต้ผืนน้ำ เพียงเพราะการตีความเส้นเขตแดนบนกระดาษเดินช้ากว่าเข็มราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ขยับขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร

                          การที่รัฐบาลจำต้องส่งสัญญาณให้โรงไฟฟ้าถ่านหินกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง สะท้อนถึงภาวะ “จำยอมทางจริยธรรม” เป็นการยอมพักแผนงานไว้ชั่วคราวเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่กำลังระเหยไปพร้อมกับต้นทุนการผลิต ซึ่งหากสมรภูมิในต่างแดนยังไม่มีวี่แววจะสงบ มาตรการ “ขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน” แบบเดิมๆ อาจถูกมองว่าเป็นเพียงวาทกรรมปลอบประโลมใจในยามที่โครงสร้างต้นทุนของประเทศกำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบทศวรรษ

                            ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานรับผิดชอบต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาแบบ “เฉพาะหน้ารายวัน” ไปสู่การสังคายนาโครงสร้างราคาที่สะท้อนความเป็นจริง และการแสวงหาความมั่นคงทางพลังงานที่พึ่งพาตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม มิฉะนั้น นิยามของความมั่นคงพลังงานไทยก็จะยังคงเป็นเพียง “ถ้อยแถลงที่สวยหรู” บนหน้ากระดาษ ตราบเท่าที่ราคาต้นทุนชีวิตของคนไทยยังต้องฝากไว้กับปลายนิ้วของผู้ควบคุมวาล์วน้ำมันในอีกซีกโลกหนึ่ง

2569-03-16   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

ข่าวอื่นๆ

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...