ทองคำโลกเหนือ 5,000 ดอลลาร์ ตลาดผันผวนแรง
สงคราม,เงินเฟ้อ,ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ทำตลาดทองกลายเป็น “เครื่องวัดความกลัวของเศรษฐกิจโลก”
ราคาทองคำโลกในช่วง 15-16 มีนาคม 2569 ยังคงยืนอยู่เหนือระดับสำคัญ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะผันผวนขึ้นลงจากแรงกดดันค่าเงินดอลลาร์และความกังวลนโยบายดอกเบี้ย ขณะที่ในประเทศไทยราคาทองคำแท่งเคลื่อนไหวใกล้ 76,700-77,300 บาทต่อบาททองคำ และทองรูปพรรณประมาณ 77,500-78,100 บาท สะท้อนความผันผวนที่สูงกว่าช่วงปกติของตลาดทองคำ
ตลาดทองคำโลกในช่วงสองวันที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่ตึงตัว โดยราคาทองคำสปอตแกว่งอยู่บริเวณ ประมาณ 4,980-5,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังนักลงทุนประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แม้จะมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่ราคาทองยังสามารถยืนเหนือระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวสำคัญที่สะท้อนแรงซื้อจากตลาดทั่วโลก
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศ ยังสอดคล้องกับตลาดโลก โดยวันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่บริเวณ ประมาณ 76,750 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณขายออกประมาณ 77,550 บาท ขณะที่ช่วงหนึ่งของวันที่ 15 มีนาคม ราคาทองคำแท่งเคยขึ้นไปใกล้ 77,300 บาท ก่อนจะปรับตัวลงเล็กน้อยตามแรงขายในตลาดโลก แสดงให้เห็นถึงลักษณะการแกว่งตัวขึ้นลงในช่วงสั้นที่ชัดเจน
สิ่งที่นักวิเคราะห์จับตามองไม่ใช่เพียงระดับราคาที่สูง แต่คือ ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของตลาดทอง เพราะในหลายช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำในไทยสามารถปรับขึ้นหรือลงวันละหลายร้อยบาท และมีการประกาศปรับราคาหลายครั้งภายในวันเดียว ภาพเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดโลกเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำในระยะนี้มาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงซื้อจากธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลก การสะสมทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศของหลายประเทศถูกมองว่าเป็นความพยายามกระจายความเสี่ยงจากเงินสกุลหลัก ขณะเดียวกันสถานการณ์สงครามและความผันผวนของราคาพลังงานยังทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งจึงมองว่า ราคาทองคำในช่วงนี้กำลังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณเตือน” ของเศรษฐกิจโลก เพราะเมื่อใดที่ทองคำยืนอยู่ในระดับสูงพร้อมความผันผวนที่เพิ่มขึ้น มักหมายถึงตลาดการเงินกำลังเผชิญความกังวลด้านเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน หรือความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ
สำหรับในประเทศ ระดับราคาทองคำที่แกว่งอยู่ในช่วง 7.6-7.8 หมื่นบาทต่อบาททองคำ ถือเป็นระดับที่สูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการลงทุนของประชาชน รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินทุนในตลาดการเงินในระยะต่อไป หากความผันผวนของตลาดโลกยังคงดำเนินต่อเนื่อง
ในอดีตทองคำเป็นเครื่องประดับของมนุษย์ แต่ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ทองคำกลับกลายเป็นเหมือน “เครื่องวัดไข้ของโลก” เมื่อใดที่ราคาทองพุ่งและแกว่งแรง นั่นมักหมายความว่าโลกกำลังไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก
2569-03-17 “ชัยทัศน์”



