นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก “วิถีคิด” อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที
.
❏เปรียบเทียบยุค “เปรม” ชูความสุจริตคือกุญแจสำคัญ
.
นายโสภณได้หยิบยกประสบการณ์ในอดีตสมัยที่ตนเป็นกรรมการนโยบายน้ำมันฯ และได้รับมอบหมายจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้เข้ามาดูแลวิกฤตการณ์น้ำมันโลกในปี 1973 และ 1980 ซึ่งราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 400-500% วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบันมาก แต่ไทยรอดพ้นมาได้โดยที่น้ำมันไม่ขาดแคลนและไฟฟ้าไม่ดับ
.
“เราทำได้เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่สุจริต ไม่มีรัฐมนตรีใกล้ชิดคดโกง ไม่มีรัฐมนตรีกักตุน” นายโสภณระบุ
.
พร้อมเสริมว่าในอดีต ทุกครั้งที่รัฐบาลอนุมัติให้ขึ้นราคาน้ำมัน จะมีการส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ออกวัดถัง สต๊อกน้ำมันสำเร็จรูปของผู้ค้าทั่วประเทศ เพื่อเรียกเก็บเงินส่วนต่างจากสต๊อกราคาเก่าคืนให้กับประชาชน ซึ่งกลไกนี้ทำให้นักการเมืองและผู้ค้าไม่กล้ากักตุนน้ำมัน
.
❏ จวกยับ รัฐบาลปล่อยปละ เปิดช่องกักตุนฟันกำไรหมื่นล้าน
.
สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน นายโสภณชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ โดยระบุข้อความสำคัญว่า “น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ขาดแคลนความสุจริต” พร้อมวิพากษ์การที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน 2 บาทต่อลิตรในวันนี้ (24 มีนาคม 2026) โดยไม่มีมาตรการส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดถังสต๊อกน้ำมันของผู้ค้า ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองที่กักตุนน้ำมันไว้ล่วงหน้า ได้รับผลกำไรส่วนต่างจากสต๊อกเก่าไปทันที
.
นายโสภณคำนวณตัวเลขเบื้องต้นว่า หากอ้างอิงจากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่ามีสต๊อกน้ำมันสำรอง 100 วัน แต่คำนวณจากตัวเลขขั้นต่ำเพียง 50 วัน (ยอดขาย 160 ล้านลิตร/วัน x ปรับขึ้น 2 บาท/ลิตร) จะพบว่ามีเม็ดเงินตกไปอยู่ในมือผู้กักตุนทันทีกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่มาจากกระเป๋าของประชาชน
.
ในช่วงท้าย นายโสภณยังได้เตือนว่า การละเลยไม่ยอมวัดสต๊อกน้ำมันราคาเก่า จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้ผู้ค้าเตรียมกักตุนน้ำมันเพื่อรอรับกำไรจากการประกาศขึ้นราคาของรัฐบาลในครั้งต่อๆ ไป พร้อมทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบว่า “ไม่มีนักการเมืองที่กักตุนอยากให้วัดสต๊อกน้ำมันครับ”
.
❏เกร็ดประวัติเพิ่มเติม
นายโสภณ สุภาพงษ์ เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงพลังงานไทย ในปี 1984 เขาได้ก่อตั้งและบริหารบริษัท บางจากฯ โดยเข้าซื้อกิจการโรงกลั่นเดิมของรัฐที่ขาดทุนสะสมเทียบเท่า 50,000 ล้านบาท และสามารถพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก ทำให้บางจากฯ กลายเป็นโรงกลั่นแห่งแรกที่บริหารโดยคนไทย 100% จนได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นของชาติด้านพัฒนาเศรษฐกิจ และรางวัลระดับนานาชาติอย่างรามอน แมกไซไซ



