วันอังคาร, เมษายน 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่าให้เป็น “พยาธิ” สูบเลือดชาติ ?  แฉกลไกมาเฟียพลังงานทำ “น้ำมันล่องหน” 57 ล้านลิตร !

อย่าให้เป็น “พยาธิ” สูบเลือดชาติ ?  แฉกลไกมาเฟียพลังงานทำ “น้ำมันล่องหน” 57 ล้านลิตร !

เผยแพร่

spot_img

ท้าทายอำนาจรัฐกลางวิกฤตตะวันออกกลาง

จับตา DSI ลุยทลาย “กำแพงเหล็ก” สุราษฎร์ธานี

                        ปฏิบัติการสายฟ้าแลบอายัดคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบพิรุธน้ำมันหายไปจากระบบบัญชีกว่า 57 ล้านลิตร กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของขบวนการทุจริตเชิงนโยบายระดับมหภาค โดยอาศัยจังหวะราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง เข้าสูบกินเงินอุดหนุนภาษีประชาชนผ่านส่วนต่างราคาน้ำมันมหาศาล นายกฯ อนุทินผนึกกำลังกระทรวงยุติธรรมส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ หวังกระชากหน้ากากผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังที่ทำหน้าที่เป็น “กำแพงมาเฟีย” ปิดกั้นการตรวจสอบมาอย่างยาวนาน

                      จากถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 3-4 เมษายนที่ผ่านมา กรณีการอายัดคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่พบตัวเลขน้ำมัน “ล่องหน” สูงถึง 57 ล้านลิตร นั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ทางอาชญากรรมเศรษฐกิจที่เขย่าความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ ลำพังเพียงความผิดพลาดทางบัญชีหรือการลักลอบรายย่อยย่อมไม่อาจเป็นไปได้ นี่คือร่องรอยของขบวนการทุจริตเชิงนโยบายที่อาศัยช่องว่างจากเงินอุดหนุนภาษีประชาชนมาเป็นเครื่องมือแสวงหาความมั่งคั่ง

                          ข้อเท็จจริงจากชุดปฏิบัติการร่วมทั้ง DSI, ศรชล., กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ระบุพฤติการณ์ชัดเจนถึงการใช้ “แผนประวิงเวลา” โดยอาศัยจังหวะความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ให้เรือบรรทุกน้ำมันลอยลำกักตุนน้ำมันที่รัฐอุดหนุนราคาไว้เพื่อรอจังหวะทำกำไรส่วนต่าง การที่บริษัทใหญ่ย่านภาคใต้ ถูกระบุชื่อและถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานนั้น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีกลุ่มทุนพลังงานบางกลุ่มกำลังใช้ทรัพยากรของชาติเป็นตัวประกัน

                          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการบุกตรวจค้นอย่างหนัก ฝ่ายผู้ประกอบการคลังน้ำมันดังกล่าวได้ออกมาแถลงตอบโต้ทันควัน โดยยืนยันสถานะการเป็น “ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมธุรกิจพลังงานอย่างเคร่งครัดและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจสอบทุกขั้นตอน โดยมองว่าตัวเลขน้ำมันที่คลาดเคลื่อนอาจเกิดจากกระบวนการทางเทคนิคหรือการบริหารจัดการคลัง ซึ่งกลายเป็น “หนังคนละม้วน” กับชุดข้อมูลที่รัฐบาลแถลงเปิดโปงอย่างสิ้นเชิง

                           การที่น้ำมันหลายสิบล้านลิตรสามารถหายไปจากระบบตรวจสอบที่อ้างว่ารัดกุมที่สุดได้นั้น ย่อมหมายความว่าต้องมี “ไอ้โม่ง” ที่อาศัย “กำแพงเหล็ก” คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา กำแพงนี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากปูนหรือเหล็ก แต่สร้างขึ้นจากสายสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนระหว่างกลุ่มทุนผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและกลไกตรวจสอบบางส่วนที่อาจเกิดภาวะ “อัมพาต” ชั่วคราว จนทำให้ปฏิบัติการขนถ่ายน้ำมันที่ควรจะกระจายสู่สถานีบริการน้ำมันสำหรับประชาชน กลับถูกผันออกไปสร้างความร่ำรวยให้แก่คนเพียงกลุ่มเดียว

                          หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ที่รัฐบาลแถลงคือ “กระบวนการฟอกขาวน้ำมันอุดหนุน” ซึ่งเป็นการนำน้ำมันลิตรละไม่กี่สิบบาทที่รัฐใช้เงินภาษีช่วยลดค่าครองชีพไปขายต่อในราคาตลาดโลกเพื่อฟันกำไรมหาศาล ปฏิบัติการนี้ต้องอาศัยคลังน้ำมันมาตรฐานและท่าเรือถาวรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งชุดปฏิบัติการพิเศษระบุชัดว่านี่คือการท้าทายอำนาจรัฐอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยน่าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำหน้าที่เป็น “กำแพง” ป้องกันการตรวจสอบมาอย่างยาวนาน

                        บทสรุปของปฏิบัติการในขั้นแรกนี้ จึงไม่ใช่แค่การอายัดน้ำมันของกลาง แต่คือการเปิดแผลใหญ่ให้สังคมเห็นว่า “รูรั่ว” ของงบประมาณแผ่นดินที่ใช้พยุงราคาพลังงานนั้นเกิดจากน้ำมือของขบวนการมาเฟียพลังงานที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ การสั่งการให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า อำนาจรัฐจะสามารถทลายกำแพงอิทธิพลนี้ลงได้จริงหรือไม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้แบกรับภาระราคาน้ำมันในยามวิกฤตเช่นนี้

                        จับตาให้ดีในวันพรุ่งนี้ (9 เมษายน) วันแถลงนโยบายสำคัญต่อรัฐสภา เรื่องราว “น้ำมันล่องหน” นี้จะกลายเป็นเหยื่อโอชะที่ฝ่ายค้านเตรียมลับมีดรอชำแหละกลางสภา เพื่อกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” ตัวจริงที่ชักใยอยู่หลังม่านมาให้สาธารณชนได้เห็น และร่วมพิสูจน์กันว่า “กำแพงเหล็ก” ที่ว่าแข็งแกร่งและทรงอิทธิพลค้ำคออยู่นั้น แท้จริงแล้วคือใคร

2569-04-08   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ยกระดับงานประชุม สัมมนา..คุ้มค่าในที่เดียว!

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง พร้อมบริการระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน ในราคาที่ควบคุมงบประมาณได้จริง!

 BRICS วงแตก? อินเดียเบรก “หยวน” ดัน “บาทไทย” เสียบแทน! เกมนี้ใครชนะ?

เมื่อมหาอำนาจอย่าง อินเดีย ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่า "ไม่เอาเงินหยวน" ของจีนในการซื้อขายระหว่างกลุ่มอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะความหวาดระแวงทางการเมืองและดุลการค้า

คำตอบสุดท้าย…ไปดีกว่า   กุลยา  ตันติเตมิท ปิดสวิตซ์ชีวิตข้าราชการ

หนังสือลาออกจากราชการ ที่ส่งถึงมือลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง อุปมาเหมือนลูกศร ที่ถูกปล่อยสู่เป้าหมาย และบรรลุเป้าเรียบร้อย ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง รับรู้แล้ว!!!

วิกฤติศรัทธาต่อสหรัฐ -แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ขน ‘ทองคำ’กลับประเทศ- 

ธนาคารกลางฝรั่งเศสใช้วิธีขายทองคำแท่งมาตรฐานเก่าที่เก็บไว้ในนิวยอร์กในช่วงที่ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และเข้าซื้อทองคำแท่งมาตรฐานสากลใหม่ในยุโรปทดแทนในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้ได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาถึง 1.28 หมื่นล้านยูโร โดยที่ปริมาณทองคำสำรองรวม 2,437 ตันไม่ลดลงแม้แต่กรัมเดียว

ข่าวอื่นๆ

“ปิดตำนาน” อาหาร สส.วันละ 1,000 บาท  พลิกโฉม…สวัสดิการผู้ทรงเกียรติ 

มติเห็นชอบยกเลิกสวัสดิการอาหารและเครื่องดื่มฟรีสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยกำหนดให้สมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวในวันประชุม

ถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1”

วันที่ 6 เมษายน นี้ ถือเป็นศุภวาระอันศักดิ์สิทธิ์ "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์" หรือ "วันจักรี"

สงคราม..ลามถึงระบบ “สาธารณสุขไทย”

วิกฤติระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้าสู่ "ตู้ยา" ของคนไทย หลังพบสัญญาณโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มปรับลดระยะเวลาจ่ายยาให้ผู้ป่วยเรื้อรังจาก 6 เดือนเหลือเพียง 3 เดือน