วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

เผยแพร่

spot_img

ทำไมคนทั่วโลกถึงรณรงค์ให้หยุดกิน หูฉลาม กันหนักขนาดนี้ ทั้งที่มันก็แค่ปลาตัวหนึ่งเหมือนที่เรากินแซลมอนหรือทูน่า

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

วินาทีที่ถูกยกขึ้นพ้นน้ำ

เมื่อฉลามติดเบ็ดหรืออวน มันจะถูกลากขึ้นมาบนเรือด้วยความรวดเร็ว ในจังหวะที่มันกำลังดิ้นสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ชาวประมงจะใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวร่างมันไว้ไม่ให้สะบัด และโดยส่วนใหญ่จะไม่มีการทำให้มันสลบหรือตายก่อน เพราะต้องการความเร็วในการจัดการ

ขั้นตอนการ เฉือน

เครื่องมือที่ใช้มักจะเป็นมีดโค้งที่คมกริบ ชาวประมงจะทำการเฉือนลงไปที่ฐานของครีบ 4 จุดหลัก

ครีบหลัง ครีบที่เป็นสัญลักษณ์ของมัน ซึ่งมีราคาแพงที่สุด

ครีบอกสองข้าง ครีบที่ใช้ในการทรงตัวและทิศทาง

ครีบหางส่วนล่าง เพื่อเอาส่วนพังผืดที่ล้ำค่าไปทำซุป

กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที มีดจะตัดผ่านหนังที่หนาและกระดูกอ่อนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฉลามยังรับรู้ความรู้สึกได้ครบถ้วน

การถูก ถีบลงนรก

นี่คือจุดที่สะเทือนใจที่สุดครับ หลังจากได้ครีบครบแล้ว ร่างของฉลามที่ไร้ครีบ ซึ่งยังมีน้ำหนักตัวหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลกรัม จะถูกถีบโครมลงน้ำทันที เพราะเนื้อฉลามมีแอมโมเนียสูง จัดเก็บยาก และที่สำคัญคือ หนักเรือ เปลืองเนื้อที่จัดเก็บครีบที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

เมื่อกลับลงสู่พื้นน้ำ ฉลามตัวนั้นจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลือกไม่ได้

จมดิ่งเหมือนก้อนหิน ฉลามหลายสายพันธุ์ต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เพื่อให้น้ำไหลผ่านเหงือกเพื่อเอาออกซิเจน เมื่อไม่มีครีบ มันจึงว่ายน้ำไม่ได้ และค่อยๆ จมลงสู่ก้นทะเลลึก

หายใจไม่ออก มันจะดิ้นทุรนทุรายอยู่ก้นทะเลในสภาพที่ขยับไปไหนไม่ได้ ค่อยๆ ขาดอากาศหายใจตายอย่างช้าๆ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง

ถูกกินทั้งเป็น กลิ่นเลือดจะคาวคลุ้งไปทั่ว ดึงดูดปลาตัวเล็กๆ หรือสัตว์กินซากให้มารุมแทะเนื้อของมันในขณะที่มันยังมีสติอยู่ แต่มันไม่มีทางสู้หรือหนีไปไหนได้เลย

เห็นภาพหรือยังครับว่า ซุปหูฉลามร้อนๆ หนึ่งถ้วยที่คุณเห็นในงานเลี้ยง มันคือ ความตายที่ล่าช้า ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าแห่งมหาสมุทร

เรากำลังจ่ายเงินซื้อความหรูหราที่แลกมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินใต้ก้นทะเล เพียงเพื่อรสสัมผัสที่เหมือน วุ้น ซึ่งความจริงมันไม่มีรสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำถ้าไม่มีน้ำซุปมาช่วย

ในยุคที่เรามีทางเลือกกินของอร่อยตั้งมากมาย เรายังจำเป็นต้องให้ความภูมิใจบนโต๊ะอาหาร แลกกับความทรมานระดับนรกแบบนี้จริงๆ เหรอ

ข่าวล่าสุด

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

เจเร็ด คุชเนอร์:คนที่ทำให้ตะวันออกกลางน่ากลัวขึ้นในคืนนี้

The Guardian รายงานว่า Kushner กำลังช่วยเจรจาดีลในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าหาเงินเพิ่มอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ให้กองทุน Affinity Partners ของตัวเอง

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบสงครามอิหร่าน เตือนว่าอาจเลวร้ายลงกว่านี้

Pierre-Olivier Gourinchas ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ IMF เขียนในรายงาน World Economic Outlook ฉบับล่าสุด เขาเสริมว่า ความขัดแย้งนี้ยังอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานระดับโลก “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ข่าวอื่นๆ

จาดาฟ ปาเย็ง (Jadav Payeng) ชายที่เคยถูกมองว่า “บ้า” กลายเป็นวีรบุรุษด้านสิ่งแวดล้อม

งูนับร้อยตัวนอนตายเกลื่อนอยู่บนผืนทราย แดดแผดเผาจนร่างแห้งแข็ง ไม่มีร่มเงา ไม่มีต้นไม้ ไม่มีชีวิตใดหลงเหลือ

ปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัวคืนธรรมชาติ หลังฟื้นฟูจากอ่อนแรง

กรมอุทยานฯ ปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัว ทั้ง "เจ้าบางวัน-น้องสิเกา-บัว-แนนโน๊ะ" คืนสู่เส้นทางอพยพตามธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หลังช่วยเหลือจากสภาพอ่อนแรง ในช่วงฤดูกาลอพยพ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณดาวเทียม เพื่อศึกษาเส้นทางอพยพข้ามพรมแดน เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569...

ข่าวดีรับปี 2569! นักท่องเที่ยวต่างชาติพบ “เสือดำ” ปรากฏตัวกลางแก่งกระจาน 

นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศสามารถถ่ายภาพเสือดำได้อย่างชัดเจนขณะเดินลงจากพะเนินทุ่ง บริเวณกิโลเมตรที่ 21