ทำไมคนทั่วโลกถึงรณรงค์ให้หยุดกิน หูฉลาม กันหนักขนาดนี้ ทั้งที่มันก็แค่ปลาตัวหนึ่งเหมือนที่เรากินแซลมอนหรือทูน่า
ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ
วินาทีที่ถูกยกขึ้นพ้นน้ำ
เมื่อฉลามติดเบ็ดหรืออวน มันจะถูกลากขึ้นมาบนเรือด้วยความรวดเร็ว ในจังหวะที่มันกำลังดิ้นสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ชาวประมงจะใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวร่างมันไว้ไม่ให้สะบัด และโดยส่วนใหญ่จะไม่มีการทำให้มันสลบหรือตายก่อน เพราะต้องการความเร็วในการจัดการ
ขั้นตอนการ เฉือน
เครื่องมือที่ใช้มักจะเป็นมีดโค้งที่คมกริบ ชาวประมงจะทำการเฉือนลงไปที่ฐานของครีบ 4 จุดหลัก
ครีบหลัง ครีบที่เป็นสัญลักษณ์ของมัน ซึ่งมีราคาแพงที่สุด
ครีบอกสองข้าง ครีบที่ใช้ในการทรงตัวและทิศทาง
ครีบหางส่วนล่าง เพื่อเอาส่วนพังผืดที่ล้ำค่าไปทำซุป
กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที มีดจะตัดผ่านหนังที่หนาและกระดูกอ่อนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฉลามยังรับรู้ความรู้สึกได้ครบถ้วน
การถูก ถีบลงนรก
นี่คือจุดที่สะเทือนใจที่สุดครับ หลังจากได้ครีบครบแล้ว ร่างของฉลามที่ไร้ครีบ ซึ่งยังมีน้ำหนักตัวหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลกรัม จะถูกถีบโครมลงน้ำทันที เพราะเนื้อฉลามมีแอมโมเนียสูง จัดเก็บยาก และที่สำคัญคือ หนักเรือ เปลืองเนื้อที่จัดเก็บครีบที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว
ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร
เมื่อกลับลงสู่พื้นน้ำ ฉลามตัวนั้นจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลือกไม่ได้

จมดิ่งเหมือนก้อนหิน ฉลามหลายสายพันธุ์ต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เพื่อให้น้ำไหลผ่านเหงือกเพื่อเอาออกซิเจน เมื่อไม่มีครีบ มันจึงว่ายน้ำไม่ได้ และค่อยๆ จมลงสู่ก้นทะเลลึก
หายใจไม่ออก มันจะดิ้นทุรนทุรายอยู่ก้นทะเลในสภาพที่ขยับไปไหนไม่ได้ ค่อยๆ ขาดอากาศหายใจตายอย่างช้าๆ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง
ถูกกินทั้งเป็น กลิ่นเลือดจะคาวคลุ้งไปทั่ว ดึงดูดปลาตัวเล็กๆ หรือสัตว์กินซากให้มารุมแทะเนื้อของมันในขณะที่มันยังมีสติอยู่ แต่มันไม่มีทางสู้หรือหนีไปไหนได้เลย
เห็นภาพหรือยังครับว่า ซุปหูฉลามร้อนๆ หนึ่งถ้วยที่คุณเห็นในงานเลี้ยง มันคือ ความตายที่ล่าช้า ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าแห่งมหาสมุทร
เรากำลังจ่ายเงินซื้อความหรูหราที่แลกมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินใต้ก้นทะเล เพียงเพื่อรสสัมผัสที่เหมือน วุ้น ซึ่งความจริงมันไม่มีรสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำถ้าไม่มีน้ำซุปมาช่วย
ในยุคที่เรามีทางเลือกกินของอร่อยตั้งมากมาย เรายังจำเป็นต้องให้ความภูมิใจบนโต๊ะอาหาร แลกกับความทรมานระดับนรกแบบนี้จริงๆ เหรอ



