กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ (2026)เล็กน้อย แต่เตือนว่าความเสียหายจากสงครามกับอิหร่านอาจรุนแรงกว่านี้มาก หากความขัดแย้งยืดเยื้อและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
“แนวโน้มเศรษฐกิจโลกได้มืดมนลงอย่างฉับพลัน หลังการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง” Pierre-Olivier Gourinchas ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ IMF เขียนในรายงาน World Economic Outlook ฉบับล่าสุด เขาเสริมว่า ความขัดแย้งนี้ยังอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานระดับโลก “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2026 จะเติบโตที่ 3.1% ซึ่งลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ จากการคาดการณ์ในเดือนมกราคม การปรับลดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า สงครามจะ “ไม่ยืดเยื้อ” ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม IMF ยังได้เสนอ 2 ฉากทัศน์ หากสงครามยืดเยื้อ
ในกรณีที่รุนแรงที่สุด: ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้น 100–200% จากระดับเดือนมกราคม และคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 2027
ผลลัพธ์คือ: การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะเหลือเพียง 2% ซึ่งถือว่า “เกือบเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยโลก”
(โดย IMF นิยามว่าต่ำกว่า 2%)
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งตั้งแต่ปี 1980 ก่อนเกิดสงคราม IMF ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังทำผลงานได้ดีกว่าคาด และมีแนวโน้มจะถูกปรับเพิ่มคาดการณ์ อีกปัจจัยบวกหนึ่งคือ การลดลงของอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบบางส่วน
ที่มา CNN 15-04-2026



