วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

เผยแพร่

spot_img

ชำแหละดัชนีความสูญเสีย ประสิทธิภาพการควบคุม 

หรือต้นทุนที่บีบให้คนต้องหยุดเดินทาง?

                               วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ 

                              แม้สถิติอุบัติเหตุจะลดลงในเชิงปริมาณตามจำนวนรถบนท้องถนนที่เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเจาะลึกถึง “ดัชนีความรุนแรง” และยอดคดีเมาแล้วขับกลับพบว่า สวัสดิภาพทางถนนของไทยยังคงเผชิญความท้าทายในระดับสูง สะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในการวางระบบความปลอดภัยที่ยั่งยืน ท่ามกลางภาวะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเดินทางของประชาชนมากกว่ามาตรการเชิงรุกของรัฐ

                              จากการตรวจสอบข้อมูลสะสม 6 วันอันตราย (11-16 เมษายน 2569) อ้างอิงรายงานจากศูนย์อำนวยความสะดวก ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่าจำนวนอุบัติเหตุสะสมลดลงจากปีก่อนราว 18% โดยมียอดรวมอยู่ที่ 1,261 ครั้ง (เทียบกับ 1,538 ครั้งในปี 2568)

                            อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่ากังวลคือสัดส่วนผู้เสียชีวิตสะสมในปีนี้ที่สูงถึง 234 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2568 ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 253 ราย จะเห็นได้ว่าอัตราการเสียชีวิตลดลงเพียง 7.5% เท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถส่วนบุคคลบนถนนสายหลักที่หายไปกว่า 20% ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้รถจะน้อยลง แต่ความรุนแรงต่อการเกิดอุบัติเหตุหนึ่งครั้งกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                            ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย สถิติจากกรมคุมประพฤติ ระบุว่ายอดสะสมคดี “เมาแล้วขับ” ในช่วง 6 วันของเทศกาลปี 2569 ยังคงพุ่งสูงถึง 5,542 คดี แม้ปริมาณการเดินทางข้ามจังหวัดจะหดตัวลงจากปัจจัยราคาน้ำมัน แต่ตัวเลขนี้กลับลดลงจากปี 2568 (ที่มียอดสะสม 6 วันอยู่ที่ 5,830 คดี) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่ามาตรการเชิงป้องกันและการรณรงค์ในระดับฐานรากยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างสัมฤทธิผล และการกวดขันวินัยจราจรยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงพฤติกรรมในระดับชุมชน

                            เมื่อน้ำมันราคา 44.40 บาท บีบให้ประชาชนต้องทิ้งรถส่วนตัวและหันมาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ ณ สถานีขนส่งหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กลับพบปัญหาความแออัดและการระบายผู้โดยสารที่ล่าช้า ประสิทธิภาพของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมถูกตั้งคำถามถึงการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการ“ความต้องการ” ที่พุ่งสูงขึ้น   ทั้งที่วิกฤตราคาพลังงานเป็นปัจจัยที่สามารถประเมินได้ล่วงหน้า ส่งผลให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต้องแบกรับภาระความเสี่ยงจากการใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานในบางช่วงเวลา

                           การที่ราคาดีเซลยืนระยะที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตร ท่ามกลางการปรับลดสัดส่วนการอุดหนุนของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการภาษีสรรพสามิตของกระทรวงการคลัง การที่รัฐบาลพยายามเชื่อมโยงสถิติความสูญเสียที่ลดลงว่าเป็นผลสำเร็จจากมาตรการรัฐ จึงอาจเป็นการสรุปที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากปัจจัยหลักคือ “ต้นทุนการเดินทาง” ที่สูงเกินกว่าที่ประชาชนจำนวนมากจะแบกรับไหว จนต้องสูญเสียโอกาสในการเดินทางกลับภูมิลำเนาตามประเพณี

                             ความปลอดภัยทางถนนที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในเชิงบริหารจัดการ รัฐบาลภายใต้การนำของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เอี่ยม  กำลังถูกตั้งคำถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุม ทั้งระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ และการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในช่วงวิกฤต การบริหารจัดการปัญหาในลักษณะเฉพาะหน้าโดยขาดการวางรากฐานระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการดำเนินนโยบายในภาพรวมของรัฐบาลได้

                          ในทางกลับกัน อาจกล่าวได้ว่ามาตรการที่ส่งผลทางอ้อมในการลดอุบัติเหตุของรัฐบาลในปีนี้ คือการปล่อยให้กลไกราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงทำงานอย่างเต็มที่จนประชาชนลดการใช้รถโดยอัตโนมัติ ถือเป็นภาพสะท้อนที่น่าคิดว่า เมื่อประชาชนลดการเดินทางเนื่องจากต้องแบกรับภาระค่าครองชีพ ถนนที่ว่างลงจึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ เป็นความปลอดภัยที่แลกมาด้วยข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิในการเดินทางของประชาชนส่วนใหญ่

                           สงกรานต์ 2569 จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจว่า “ความปลอดภัย” ไม่ควรเป็นเรื่องของกำลังซื้อ ประสิทธิภาพที่แท้จริงของรัฐบาลควรวัดที่การทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเดินทางที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงความภูมิใจบนตัวเลขสถิติที่ลดลงเพราะผู้คนถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ 

                         ข้อมูลข้างต้นนี้   รัฐน่าจะนำไปถอดบทเรียนและแก้ไขที่ต้นตอ ก่อนที่ศรัทธาทางการเมืองจะลดน้อยถอยลงไปตามสถานการณ์ค่าครองชีพที่รุมเร้า

2569-04-17  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

ข่าวอื่นๆ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ