ลมหายใจของอาคารเก่าแทรกผ่านผนังราวกับไอเย็นที่ไม่มีที่มา
ขณะชายวัยกลางคนผลักประตูห้องพักแคบ ๆ เข้าไป กลิ่นอับของฝุ่นเก่าและผ้าขึ้นราตลบขึ้นทันที คล้ายความทรงจำที่….ถูกเก็บไว้นานเกินควร !
เขาไม่ใส่ใจกลิ่นนั้น สิ่งที่ทำให้ต้นคอเย็นเฉียบตั้งแต่ก้าวแรก คือกระจกเงาโบราณบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
กระจกเงาบานนั้น….!
ราวกับวางไว้ตรง “ศูนย์กลาง” ของความมืด กรอบไม้สีดำฉ่ำมีลวดลายคล้ายรอยเล็บซ้อนทับกันหลายร้อยเส้น

เขาจำได้ว่าซื้อมันมาด้วยราคาถูกจากตลาดของเก่า โดยไม่รู้ว่า“ราคา” ที่แท้จริงจะถูกเรียกเก็บภายหลัง
ตั้งแต่วางกระจกไว้ในห้อง อุณหภูมิราวกับลดลงอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่ความหนาวทางกาย หากเป็นความเย็นที่กดทับอยู่ในอากาศ
เหมือนบางสิ่งกำลัง “หายใจ” ผิดจังหวะอยู่ตลอดเวลา
คืนนั้น …..
ห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน เขานั่งที่ปลายเตียง มองเงาสะท้อนอย่างระแวดระวัง
แสงโคมไฟสีส้มสะท้อนบนผิวกระจกอย่างพร่า ราวกับมีไออุ่นของใครบางคนเกาะอยู่ ทั้งที่เขายังไม่ได้เข้าใกล้
เขา“ยกแขน” ขึ้นช้า ๆ เพื่อทดสอบเหมือนทุกคืน…
แขนจริงยกขึ้นทันที
แต่แขนในกระจก…ช้ากว่า…!!
ไม่ใช่เสี้ยววินาที แต่เป็นจังหวะที่ “ตั้งใจช้า” ราวกับภาพสะท้อนกำลังคิดก่อนเลียนแบบ
เขาก้มดูเวลาในโทรศัพท์ แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
ภาพสะท้อน..กำลังยิ้ม…อยู่ก่อนแล้ว !
ไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา แต่เป็นรอยยิ้มที่กว้างเกินมนุษย์ ดวงตาเบิกค้าง ริมฝีปากแหวกจนเห็นเหงือกซีด
ในขณะที่ “ใบหน้าจริง” ของเขายังคงนิ่งเฉย
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บซี่โครง ภาพในกระจกค่อย ๆ หมุนศีรษะ มองไปยังมุมมืดข้างตู้เสื้อผ้า ตำแหน่งที่ไม่มีอะไร
นอกจากเงาทึบที่ดูเหมือนมีใครยืนอยู่โดยไร้รูปร่าง….
จากนั้น ภาพสะท้อนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
คราวนี้มันไม่ยิ้ม ….!
แต่น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ…. ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เหมือนกระจกดูดกลืนทุกการสื่อสารไปจนหมด
ไม่กี่นาทีถัดมา ภาพนั้นเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นความทรมาน ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเหลือกถลน ริมฝีปากอ้าแต่ไร้เสียง….

ก่อนเงาดำไร้รูปทรงจะโผล่ขึ้นจากด้านหลัง รัดคอภาพสะท้อนหรือภาพในกระจก…อย่างรุนแรง
และในขณะเดียวกัน เขาเริ่มหายใจไม่ออก….
…..!!
แม้ไม่มีสิ่งใดแตะต้องร่างกายจริง แต่แรงบีบรัดกลับแน่นชัดยิ่งกว่า
มือสั่นจนแก้วกาแฟหลุดจากมือแตกกระจาย เสียงนั้นสะท้อนในห้องราวกับอาคารกำลังหัวเราะเบา ๆ
เขาพุ่งเข้าไปใกล้กระจก เห็นภาพของตัวเองในกระจก ถูกบีบคอจนผิวเริ่มคล้ำ และเข้าใจในทันที
สิ่งที่เห็นไม่ใช่ฝัน…ไม่ใช่ฝัน !
ไม่ใช่ภาพหลอน…!
แต่คือภาพของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ห้องเงียบสนิทอีกครั้ง ความเงียบที่ไม่ใช่ความปลอดภัย แต่เป็นความเงียบที่ “รอคอย”
เขาพยายามหาทางหนี ….!
หน้าต่างถูกล็อก ประตูเปิดไม่สุด ราวกับมีใครรู้ว่าเขาอยู่ข้างใน
และไม่ต้องการให้เขาออกไป อากาศเย็นเฉียบจนเหมือนใบมีดเฉือนผ่านเส้นเลือด
เขาหยิบขาเก้าอี้ไม้ข้างเตียงขึ้นมากำแน่น ราวกับเป็นอาวุธเดียวที่เหลืออยู่….!
ในกระจก ภาพสะท้อนยังคงถูกทรมาน ดวงตากลมโตมองมาที่เขา …ก่อนจะชูนิ้วชี้ไปยังขาเก้าอี้ในมือ…!
มันกำลังสื่อสาร..มันกำลังบอกเขา
ไม่ใช่คำสั่งให้หนี
แต่เป็นคำเตือน….
เขาเริ่มเข้าใจช้า ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การไล่ล่า ….
แต่เป็นวงจร …วงจรที่บังคับให้เขาตัดสินใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพสะท้อนคือผลลัพธ์ของการเลือก และกำลังสอนเขาด้วยความเจ็บปวด
เมื่อแรงบีบรัดปรากฏขึ้นบนลำคอจริงของเขา ความจริงก็ชัดเจน
เขากำลังถูกตั้งโปรแกรมให้ทำร้ายตัวเอง

ในเสี้ยววินาทีที่เหลือ เขาตัดสินใจ…วางขาเก้าอี้ลง
ใช้มือตัวเองกดลงที่ลำคอ ….ดึงแรงบีบที่มองไม่เห็นออกไป
ความเจ็บแล่นผ่านร่าง….. แต่แรงกดคลายลงทันที
เขาทรุดกับพื้น หายใจหอบ ภาพในกระจกกลับมาเป็นเขาในปัจจุบัน
ก่อนที่รอยเล็บลึกจะปรากฏบนคอภาพสะท้อน รอยที่เกิดจากมือของเขาเอง
วงจรไม่ได้หายไป
มันเพียงสอนบทเรียนแล้วถอยกลับ
เมื่อเขาเงยหน้ามองกระจกอีกครั้ง ภาพสะท้อนไม่ขยับตาม มันเพียงยืนมองเขาอย่างสงบ ราวกับรอเวลา….!

และในวินาทีนั้น เขารู้สึกว่ามือของตัวเองเริ่มขยับช้า ๆ โดยไม่ตั้งใจ
ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เพราะคำสั่งใหม่เพิ่งถูกฝังลงไปอย่างสมบูรณ์
เสียงจากกระจกดังขึ้น เบา ๆ แต่ชัดเจน
เป็นเสียงของเขาเอง ในวันที่แก่กว่า เหนื่อยกว่า และหนีไม่พ้น….
“นายไม่ได้ถูกหลอก
นายแค่กำลังสอนตัวเอง
ให้ทำซ้ำ…ได้ถูกต้องขึ้น… !!“
“ชัยทัศน์”



