หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น  สิงห์หนุ่มปะทะเสือสาว

เรื่องสั้น  สิงห์หนุ่มปะทะเสือสาว

เผยแพร่

spot_img

             เสียงแซ็กโซโฟนกระแทกกระทั้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาตามช่องบันไดทองเหลืองทอดยาวขึ้นไปชั้นบน เหมือนลมหายใจคนเหนื่อย

                             กลิ่นวิสกี้ราคากลาง ๆ ผสมควันบุหรี่และน้ำหอมหวานฉุนติดอยู่ในอากาศจนแทบเคี้ยวได้

                            ห้องทำงานของบอสสาวชั้นบนสว่างด้วยโคมไฟสีอำพันดวงเดียว เงาโต๊ะไม้โอ๊คทอดเฉียงไปบนพรมสีเข้มราวกับรอยมีดกรีด

                           ลิซ่ายืนอยู่หน้ากระจกหน้าต่าง มือทั้งสองข้างวางบนขอบไม้ เธอมองลงไปยังฟลอร์เต้นรำเบื้องล่าง ผู้คนเบียดเสียด หัวเราะ ชนแก้ว ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมามองชั้นสอง เสียงปรบมือดังเป็นระยะเมื่อเพลงจบแต่ละชุด

                           เธอหันกลับมามองโต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีแฟ้มบัญชีวางซ้อนกันเป็นระเบียบ โทรศัพท์มือถือวางคว่ำหน้าจอเงียบสนิทตั้งแต่หัวค่ำ ลิซ่าเอื้อมมือไปแตะมันครั้งหนึ่ง ก่อนจะชักมือกลับเหมือนแตะของร้อน

                          เสียงรองเท้าหนังดังขึ้นตามบันได จังหวะหนัก ชัด และไม่รีบร้อน

                          เธอไม่ขยับ…ปรายตาไปหา ระวังตัวทุกฝีก้าว  

                          ประตู….ถูกเปิดโดยไม่เคาะ !!

                         อาคม…หนุ่มมาดเข้ม ยืนอยู่กรอบประตู เสื้อสูทสีเทาเข้มพอดีตัวแต่ขอบแขนเสื้อเริ่มลุ่ยเล็กน้อย ผมที่เคยหนาทึบเริ่มบางตรงขมับ กลิ่นน้ำหอมแรงจัดลอยนำตัวเขาเข้ามาก่อนครึ่งก้าว

                          เขาปิดประตูช้า ๆ อย่างระมัดระวังด้วยคสามเคยชิน แล้วหมุนกุญแจล็อกจากด้านใน เสียงโลหะกระทบกันดังสั้นและหนัก

                         ลิซ่ามองมือเขาที่ถือกุญแจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกัน….

                       “คุณยังชอบล็อกประตูเอง” 

เธอพูด น้ำเสียงเรียบ ไม่สูงไม่ต่ำ

                        อาคมยิ้มมุมปาก  แต่ดวงตาไม่ยิ้ม

        “ผมไม่ชอบให้ใครเข้ามาขัดจังหวะ”

                        เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ วางซองเอกสารสีน้ำตาลหนาลงกลางโต๊ะ  เหลือบไปทางสาวเสนห์แรง  เสียงกระดาษกระทบไม้ดังแผ่วแต่ชัดเจน

                       ลิซ่า ไม่เชิญให้นั่ง และเขาก็ไม่รอคำเชิญ   …ดึงเก้าอี้ออกเอง เสียงขาเก้าอี้ครูดพื้นดังยาวก่อนจะนั่งลง

                       แสงโคมไฟตกลงบนใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ตาและเส้นเลือดฝอยที่ขมับ

                       ลิซ่า เดินมานั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างทั้งสองคั่นด้วยโต๊ะเพียงตัวเดียว เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบช้า ๆ น้ำแข็งกระทบแก้วดังเบา ๆ

                      “ผมมาทวงส่วนของผม”          อาคมเปิดบทสนทนาโดยไม่อ้อมค้อม

                       ลิซ่า วางแก้วลงอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วเธอยังแตะขอบแก้วอยู่ 

                    ”คุณไม่มีส่วนแล้ว…!“

                      อาคมพยักหน้าเบา ๆ เหมือนคาดคำตอบไว้แล้ว     

                    “ครึ่งหนึ่งของที่นี่เคยเป็นของผม”

      “เคยรึ..!” 

        เธอเน้นคำเดียวสั้น ๆ

                      เสียงกลองจากชั้นล่างรัวเร็วขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะสวิงที่ผู้คนส่งเสียงเฮตามดังขึ้นมาชั้นบนเป็นระยะ

                     อาคมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ไหล่ทั้งสองข้างดูเกร็งแม้จะพยายามผ่อนคลาย

                  “เราสร้างมันมาด้วยกัน คุณจำคืนเปิดร้านได้ไหม เรานั่งนับเงินจนตีสี่”

                     ลิซ่ามองหน้าเขานิ่ง แววตาไม่ไหวเอน

                  “ฉันจำได้”

                  “คุณบอกว่า ถ้าวันหนึ่งมีใครคิดจะโกง เราจะจัดการกันเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นทำ”

                    ปลายนิ้วของลิซ่าเคาะโต๊ะเบา ๆ หนึ่งครั้ง เธอไม่ตอบทันที

                    อาคมโน้มตัวมาข้างหน้า ศอกกดบนโต๊ะ….

                 “คุณแจ้งตำรวจตอนนั้น”

                    ลมหายใจของลิซ่าสะดุดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับสม่ำเสมอ   

                  “คุณเอาเงินร้านไปเล่นพนัน”

                  “ผมเอาไปลงทุน”

      “แต่คุณแพ้”

                   คำพูดกระทบกันโดยไม่มีเสียงดนตรีใดกลบ

                   อาคมหยิบซองเอกสารขึ้นมา เปิดแง้มให้เห็นขอบกระดาษด้านใน

                “ชื่อคุณอยู่ในนี้ครบ ถ้าผมเอาไปให้คนที่สนใจ…”

                  ลิซ่าไม่มองเอกสาร เธอมองเขาแทน

               “คุณจะทำลายที่นี่เพราะคุณไม่ได้ครึ่งหนึ่ง..ใช่ไหม ?“

                เขายิ้มอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มบางลงกว่าเดิม

              “ผมไม่มีอะไรจะเสีย”

                ลิซ่าเลื่อนสายตาไปที่หน้าต่างชั่วครู่ เสียงหัวเราะ..เสียงตะโกนเฮฮาของนักเที่ยว จากชั้นล่างดังขึ้นพอดี ก่อนที่เธอจะหันกลับมา

             “ฉันก็เหมือนกัน”

                ความเงียบแผ่ขยายช้า ๆ ระหว่างโต๊ะตัวนั้น เสียงเพลงยังดังต่อเนื่อง แต่ในห้องกลับเหมือนถูกตัดขาดออกจากโลกด้านล่าง

              อาคมมองหน้าเธออยู่นานกว่าก่อนหน้า ไหล่ของเขายกขึ้นตามจังหวะหายใจที่หนักขึ้นเล็กน้อย

             มือข้างขวาของเขาวางอยู่บนตัก ใกล้เอวเสื้อสูทเกินไปเล็กน้อย…..!

             ลิซ่า…เห็น  !    แต่เธอยังไม่พูดอะไร

             อาคมเลื่อนซองเอกสารมาชิดตัวเองอีกครั้ง ปลายนิ้วเขากดสันซองแน่นจนกระดาษยุบเล็กน้อย แสงโคมไฟสะท้อนเหงื่อบาง ๆ บริเวณขมับ

           “คุณรู้ว่าผมพูดจริง” เขาว่าเสียงต่ำ

             ลิซ่าเอนหลังพิงเก้าอี้ แขนทั้งสองวางบนที่พักแขน ท่าทางนิ่งเกินไปสำหรับคนที่ถูกขู่ 

          “คุณชอบคิดว่าตัวเองพูดจริงเสมอ”

                    “ถ้าผมเอาเอกสารพวกนี้ออกไป คืนพรุ่งนี้ที่นี่จะเงียบ”

         “คุณแน่ใจหรือว่าจะมีใครฟัง”

                   “คนรอจังหวะอยู่แล้ว”

         “เหมือนคุณ?”

                     สายตาทั้งสองชนกันโดยไม่มีใครหลบ

                    อาคมหัวเราะสั้น ๆ แล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ ….สายตาปรายทางแม่สิงห์สาว 

                   เก้าอี้ครูดพื้นดังครืด เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปยังนักท่องราตรีข้างล่าง แสงไฟหลากสีสะท้อนใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาให้ดูเหมือนสวมหน้ากาก

                “คุณไม่เคยไว้ใจผมตั้งแต่วันแรก” 

เขาพูดโดยไม่หันมา

                  ลิซ่าตอบทันที “คุณไม่เคยทำให้ฉันต้องไว้ใจ”

เขาหันกลับมา        “คุณหักหลังผม”

                             “คุณหักหลังร้าน…“

                                  “คุณแจ้งตำรวจ..”

                       ”คุณเอาเงินไปเล่นพนัน”

                                  “ผมจะคืนมัน”

                       ”คุณไม่มีวันพอ”

                                    เงียบ…….!!

          เสียงเบสด้านล่างกระแทกพื้นจนเสียวกระเพื่อมบาดลึกเข้าไปในหัวใจ  เป็นจังหวะหนักขึ้น

                      อาคมก้าวกลับมาที่โต๊ะ ระยะห่างระหว่างเขากับลิซ่าเหลือเพียงขอบโต๊ะกั้น เขาวางสองมือบนผิวไม้ โน้มตัวต่ำลง

                  “ให้ผมครึ่งหนึ่ง แล้วทุกอย่างจะจบ”

                     ลิซ่าส่ายหน้าเบา ๆ

         “มันจบไปแล้ว….ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกประตูนั้น”

                     กรามของอาคมกระตุก เขายืดตัวขึ้นช้า ๆ

                   “งั้นคุณก็เลือกเอง”

          มือเขาเลื่อนลงใกล้สะเอวอีกครั้ง ….คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม

                    ลิซ่านมองตามการเคลื่อนไหวนั้น ดวงตาเธอเย็นลง เสียงเพลงด้านล่างยังดังต่อเนื่อง  บางครั้งเหมือนลมกระพือให้แรงขึ้น ราวกับไม่มีอะไรใกล้แตกหัก

                 “คุณคิดให้ดี” เธอพูดช้า ๆ

                   อาคมตอบทันที    “ผมคิดมาห้าปีแล้ว”

            มือของทั้งสองยังไม่แตะอาวุธ  แต่ระยะห่างระหว่างความเงียบกับเสียงปืน   เหลือไม่มากแล้ว

                 เสียงเบสจากชั้นล่างกระแทกพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนหัวใจที่เต้นหนักเกินจำเป็น  นักเต้นมากมายกำลังสนุกสึดเหวี่ยงกับเสียงเพลงกระแทกกระทั้น

                อาคมยืนห่างจากโต๊ะเพียงก้าวเดียว มือขวาเลื่อนต่ำลงใกล้เอว เสื้อสูทเปิดออกเล็กน้อยให้เห็นด้ามปืนวาวใต้แสงไฟสีอำพัน เขาหายใจลึก กลิ่นควันบุหรี่เก่าที่ฝังในผ้าม่านทำให้ลำคอแห้งผาก

               ลิซ่า ยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่ท่าทางเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไหล่เธอผ่อนลงเหมือนคนตัดสินใจแล้ว ดวงตาไม่หลบสายตาเขาแม้แต่นิดเดียว

             “คุณยังถอยได้” เธอพูดเรียบ ๆ พลางเลื่อนมือขวาลงใต้โต๊ะอย่างไม่รีบร้อน

               อาคมเห็นการเคลื่อนไหวนั้นชัด เขาหรี่ตาลง 

            “อย่าบอกนะว่าคุณยังเชื่อว่าคนของคุณจะขึ้นมาทัน”

              ลิซ่าไม่ตอบ เธอก้มมองใต้โต๊ะเล็กน้อย นิ้วเหมือนกดบางอย่าง….

            เสียงคลิกเบา ๆ ดังแทรกอยู่ในจังหวะเพลง อาคมหัวเราะอย่างเย้ยหยัน

             เขายกปืนขึ้นมาครึ่งหนึ่ง โลหะสะท้อนแสงวูบหนึ่งที่ขอบโต๊ะ

          “คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่ามีสัญญาณฉุกเฉินซ่อนอยู่ตรงไหน” เขาว่าเสียงต่ำ

         “ผมเป็นคนออกแบบมันเอง”

           ลิซ่าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “ใช่ คุณออกแบบ…แต่คุณไม่เคยรู้ว่าฉันแก้อะไรเพิ่ม”

          ประโยคนั้นทำให้อาคมชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกปืนขึ้นเต็มมือ ปลายกระบอกเล็งระดับอกเธอ 

         กล้ามเนื้อกรามเขาเกร็งชัด เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นตามแรงอารมณ์

                       ลิซ่ากลับเอื้อมมืออีกข้างไปเปิดลิ้นชัก เสียงไม้ครูดกันดังยาวพอให้หัวใจคนฟังสะดุด อาคมขยับกระบอกปืนตามการเคลื่อนไหวนั้นทันที

                    “อย่าทำให้มันแย่กว่านี้” เขาเตือน

        “มันแย่มานานแล้ว” เธอตอบ

                      มือเธอล้วงเข้าไปในลิ้นชัก หยิบบางอย่างขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ท่าทางเหมือนคนจับของหนักหรือของอันตราย อาคมกระชับนิ้วบนไกปืนทันที เหงื่อซึมเต็มฝ่ามือจนด้ามปืนลื่น

                      ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากบันไดด้านนอก ชัดขึ้นทุกวินาที ราวกับมีหลายคนกำลังวิ่งขึ้นมา

                      อาคมเหลือบไปทางประตูโดยสัญชาตญาณ 

             “คุณแจ้งพวกมันจริง ๆ ด้วยสินะ”

                     ลิซ่าไม่ละสายตาจากเขา

            “ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครเอาทุกอย่างไปคนเดียว”

       เสียงดนตรีจากชั้นล่างหนักขึ้นจนผนังอาคารกระเพื่อมสะเทือนเป็นจังหวะ 

                 อาคมยืนห่างจากโต๊ะเพียงเอื้อมมือถึง เสื้อสูทเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ใต้รักแร้ เขาหายใจช้าแต่ลึก ดวงตาแข็งกร้าวเหมือนคนตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ถอย

                ลิซ่ายังนั่งนิ่ง แต่ปลายนิ้วของเธอเคลื่อนไหวช้า ๆ ไปตามขอบโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนหายลงใต้แผ่นไม้ ท่าทางนั้นไม่รีบร้อน ทว่าแน่วแน่จนสะดุดตา

                     “คุณยังมีทางเลือก” 

เธอพูดเสียงเรียบ โดยไม่ละสายตา

                     “ผมเลือกแล้ว” 

                      อาคมตอบทันที มือขวาขยับต่ำลงใกล้อาวุธมากขึ้น  ใต้โต๊ะ นิ้วของลิซ่าเหมือนกดอะไรบางอย่าง เสียงคลิกแผ่วเบาดังแทรกอยู่ในเสียงเบส อาคมหรี่ตาลงทันที

                    “เรียกคนเหรอ”

                       เธอไม่ตอบ เพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย คล้ายกำลังฟังเสียงบางอย่างที่ดังมาจากที่ไกลออกไป

                  “คุณคิดว่าพวกนั้นจะขึ้นมาทันก่อนผมหรือ” 

เขายกปืนออกมาครึ่งหนึ่ง โลหะสะท้อนแสงไฟวูบผ่านหน้าเขา

                   ลิซ่าถอนมือออกจากใต้โต๊ะช้า ๆ แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเธอกดอะไรไปบ้าง

                “คุณมั่นใจมากเกินไปเสมอ”

                        “ผมแค่รู้เกมนี้ดีกว่าคุณ”

                “จริงหรือ”

                  คำถามสั้น ๆ นั้นทำให้อาคมชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกปืนขึ้นเต็มมือ เล็งระดับอกเธออย่างชัดเจน กล้ามเนื้อแขนเกร็งจนเส้นเลือดปูด

                 ลิซ่าขยับเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย เสียงขาเหล็กครูดพื้นดังยาว จากนั้นเธอเอื้อมไปเปิดลิ้นชักด้านขวาอย่างไม่รีบร้อน เสียงไม้เสียดสีกันยิ่งทำให้บรรยากาศตึงจนแทบขาด

               “อย่าทำ” อาคมเตือนทันที ปลายนิ้วแตะไกปืนแน่น

               “คุณก็อย่า…“ เธอตอบกลับรวดเร็ว

                คราวนี้ มือเธอล้วงเข้าไปในลิ้นชัก ท่าทางเหมือนกำลังจับสิ่งของที่ต้องใช้แรงยก อาคมขยับปลายปืนตามการเคลื่อนไหวทุกองศา เหงื่อไหลลงจากขมับเข้าตา แต่เขาไม่กล้ากะพริบ

               ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากบันไดด้านนอก ชัดขึ้นทุกวินาที คล้ายมีมากกว่าหนึ่งคนกำลังเร่งรีบขึ้นมา

               อาคมเหลือบมองประตูทันที

            “คุณแจ้งมันจริง ๆ ด้วย”

                      ลิซ่าไม่ละสายตาจากเขาแม้แต่น้อย

            “บอกแล้ว…ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครเอาทุกอย่างไปง่าย ๆ”

             เสียงลูกบิดประตูขยับเบา ๆ เหมือนมีมือจับอยู่ด้านนอก

                           เสียงปืนสองนัดดังแทบซ้อนกัน ควันดินปืนลอยขาวในแสงไฟสีอำพัน 

                           อาคมเสียหลัก  เข่ากระแทกพื้นเสียงทึบ ร่างเอนล้มข้างโต๊ะ  ชนขอบไม้ ปืนหล่นจากมือกระทบพื้นดัง  เลือดซึมผ่านเสื้อสูทเข้มอย่างรวดเร็ว  ตาเบิกกว้างก่อนจะจ้องมาทางลิซ่า สายตาเขาพร่าพรายเห็นสาวทรงเสนห์ ยังถือปืนจ้องมา

                          ลิซ่าเองก็เซถอยหลัง ชนขอบไม้  ร่างเธอทรุดลงอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะเดียวกัน เก้าอี้คว่ำขวางอยู่ระหว่างนั้น

                          ฝีเท้าหนักกรูเข้ามาในห้อง ตำรวจกระจายกำลัง กราดปืนทั่ว  สายตากวาดตรวจทุกมุมห้อง

                        ตำรวจนายหนึ่ง  หยุดหน้าร่างไม่ไหวติงของอาคมหน้าอกเลือดแดงฉาน  พลิกใบหน้าไปมา  แล้วตรงไปที่โต๊ะ หยิบเอกสารกระจายเกลื่อนขึ้นมาอ่าน…

                     หันหลังกลับผงะ   ศพลิซ่าอ้าปากค้างยังกำอาวุธปืนแน่น

                      แสงไฟสะท้อนใบหน้าของหญิงชาย  ก่อนหันมาทางหัวหน้าตำรวจที่ยืนคุมเชิง   รายงานเสียงเรียบพอได้ยินในห้อง

                   ”มีหมายจับทั้งคู่…!”

  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 5 (65/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก...

“บัตรสีชมพู”  เชียงดาว พ่นพิษ ?  เร่งยกระดับความมั่นคงไทย  

“บัตรสีชมพู” จากพื้นที่ห่างไกลที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งขันน็อตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อปิดจุดอ่อนนี้อย่างเร่งด่วน

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

เรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

ขณะชายวัยกลางคนผลักประตูห้องพักแคบ ๆ เข้าไป กลิ่นอับของฝุ่นเก่าและผ้าขึ้นราตลบขึ้นทันที คล้ายความทรงจำที่….ถูกเก็บไว้นานเกินควร !