วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

เรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

เผยแพร่

spot_img

ลมหายใจของอาคารเก่าแทรกผ่านผนังราวกับไอเย็นที่ไม่มีที่มา 

                           ขณะชายวัยกลางคนผลักประตูห้องพักแคบ ๆ เข้าไป กลิ่นอับของฝุ่นเก่าและผ้าขึ้นราตลบขึ้นทันที คล้ายความทรงจำที่….ถูกเก็บไว้นานเกินควร !

                           เขาไม่ใส่ใจกลิ่นนั้น สิ่งที่ทำให้ต้นคอเย็นเฉียบตั้งแต่ก้าวแรก คือกระจกเงาโบราณบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง 

                           กระจกเงาบานนั้น….!

ราวกับวางไว้ตรง “ศูนย์กลาง” ของความมืด กรอบไม้สีดำฉ่ำมีลวดลายคล้ายรอยเล็บซ้อนทับกันหลายร้อยเส้น 

                           เขาจำได้ว่าซื้อมันมาด้วยราคาถูกจากตลาดของเก่า โดยไม่รู้ว่า“ราคา” ที่แท้จริงจะถูกเรียกเก็บภายหลัง

                          ตั้งแต่วางกระจกไว้ในห้อง อุณหภูมิราวกับลดลงอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่ความหนาวทางกาย หากเป็นความเย็นที่กดทับอยู่ในอากาศ 

                         เหมือนบางสิ่งกำลัง “หายใจ” ผิดจังหวะอยู่ตลอดเวลา

                        คืนนั้น …..

                        ห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน  เขานั่งที่ปลายเตียง มองเงาสะท้อนอย่างระแวดระวัง

                       แสงโคมไฟสีส้มสะท้อนบนผิวกระจกอย่างพร่า ราวกับมีไออุ่นของใครบางคนเกาะอยู่ ทั้งที่เขายังไม่ได้เข้าใกล้

                       เขา“ยกแขน”  ขึ้นช้า ๆ   เพื่อทดสอบเหมือนทุกคืน…

                       แขนจริงยกขึ้นทันที

                      แต่แขนในกระจก…ช้ากว่า…!!

                      ไม่ใช่เสี้ยววินาที แต่เป็นจังหวะที่ “ตั้งใจช้า” ราวกับภาพสะท้อนกำลังคิดก่อนเลียนแบบ

                     เขาก้มดูเวลาในโทรศัพท์ แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ภาพสะท้อน..กำลังยิ้ม…อยู่ก่อนแล้ว !

                    ไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา แต่เป็นรอยยิ้มที่กว้างเกินมนุษย์ ดวงตาเบิกค้าง ริมฝีปากแหวกจนเห็นเหงือกซีด 

                   ในขณะที่ “ใบหน้าจริง” ของเขายังคงนิ่งเฉย

                   หัวใจเต้นแรงจนเจ็บซี่โครง ภาพในกระจกค่อย ๆ หมุนศีรษะ มองไปยังมุมมืดข้างตู้เสื้อผ้า ตำแหน่งที่ไม่มีอะไร 

                  นอกจากเงาทึบที่ดูเหมือนมีใครยืนอยู่โดยไร้รูปร่าง….

                  จากนั้น ภาพสะท้อนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

           คราวนี้มันไม่ยิ้ม ….!

           แต่น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ…. ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เหมือนกระจกดูดกลืนทุกการสื่อสารไปจนหมด

                 ไม่กี่นาทีถัดมา ภาพนั้นเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นความทรมาน ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเหลือกถลน ริมฝีปากอ้าแต่ไร้เสียง….

                ก่อนเงาดำไร้รูปทรงจะโผล่ขึ้นจากด้านหลัง รัดคอภาพสะท้อนหรือภาพในกระจก…อย่างรุนแรง

                และในขณะเดียวกัน เขาเริ่มหายใจไม่ออก….

…..!!

               แม้ไม่มีสิ่งใดแตะต้องร่างกายจริง แต่แรงบีบรัดกลับแน่นชัดยิ่งกว่า 

              มือสั่นจนแก้วกาแฟหลุดจากมือแตกกระจาย เสียงนั้นสะท้อนในห้องราวกับอาคารกำลังหัวเราะเบา ๆ

              เขาพุ่งเข้าไปใกล้กระจก เห็นภาพของตัวเองในกระจก ถูกบีบคอจนผิวเริ่มคล้ำ และเข้าใจในทันที

              สิ่งที่เห็นไม่ใช่ฝัน…ไม่ใช่ฝัน !

ไม่ใช่ภาพหลอน…!

              แต่คือภาพของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

              ห้องเงียบสนิทอีกครั้ง ความเงียบที่ไม่ใช่ความปลอดภัย แต่เป็นความเงียบที่ “รอคอย”

              เขาพยายามหาทางหนี ….!

              หน้าต่างถูกล็อก ประตูเปิดไม่สุด ราวกับมีใครรู้ว่าเขาอยู่ข้างใน       

             และไม่ต้องการให้เขาออกไป   อากาศเย็นเฉียบจนเหมือนใบมีดเฉือนผ่านเส้นเลือด

             เขาหยิบขาเก้าอี้ไม้ข้างเตียงขึ้นมากำแน่น ราวกับเป็นอาวุธเดียวที่เหลืออยู่….!

            ในกระจก ภาพสะท้อนยังคงถูกทรมาน ดวงตากลมโตมองมาที่เขา …ก่อนจะชูนิ้วชี้ไปยังขาเก้าอี้ในมือ…!

            มันกำลังสื่อสาร..มันกำลังบอกเขา

            ไม่ใช่คำสั่งให้หนี

                      แต่เป็นคำเตือน….

             เขาเริ่มเข้าใจช้า ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การไล่ล่า ….

             แต่เป็นวงจร …วงจรที่บังคับให้เขาตัดสินใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า       

            ภาพสะท้อนคือผลลัพธ์ของการเลือก และกำลังสอนเขาด้วยความเจ็บปวด

           เมื่อแรงบีบรัดปรากฏขึ้นบนลำคอจริงของเขา ความจริงก็ชัดเจน

           เขากำลังถูกตั้งโปรแกรมให้ทำร้ายตัวเอง

           ในเสี้ยววินาทีที่เหลือ เขาตัดสินใจ…วางขาเก้าอี้ลง 

ใช้มือตัวเองกดลงที่ลำคอ ….ดึงแรงบีบที่มองไม่เห็นออกไป      

            ความเจ็บแล่นผ่านร่าง….. แต่แรงกดคลายลงทันที

           เขาทรุดกับพื้น หายใจหอบ ภาพในกระจกกลับมาเป็นเขาในปัจจุบัน

           ก่อนที่รอยเล็บลึกจะปรากฏบนคอภาพสะท้อน รอยที่เกิดจากมือของเขาเอง

          วงจรไม่ได้หายไป

          มันเพียงสอนบทเรียนแล้วถอยกลับ

                        เมื่อเขาเงยหน้ามองกระจกอีกครั้ง ภาพสะท้อนไม่ขยับตาม มันเพียงยืนมองเขาอย่างสงบ ราวกับรอเวลา….!

                        และในวินาทีนั้น เขารู้สึกว่ามือของตัวเองเริ่มขยับช้า ๆ โดยไม่ตั้งใจ

                       ไม่ใช่เพราะความกลัว

                       แต่เพราะคำสั่งใหม่เพิ่งถูกฝังลงไปอย่างสมบูรณ์

                   เสียงจากกระจกดังขึ้น เบา ๆ  แต่ชัดเจน

                  เป็นเสียงของเขาเอง ในวันที่แก่กว่า เหนื่อยกว่า และหนีไม่พ้น….

                 “นายไม่ได้ถูกหลอก

                    นายแค่กำลังสอนตัวเอง

                   ให้ทำซ้ำ…ได้ถูกต้องขึ้น… !!“

“ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ช่องแคบมะละกากำลังจะกลายเป็นจุดร้อนใหม่ของการเมืองโลก 

ความสำคัญของช่องแคบมะละกาไม่อาจประเมินต่ำไปได้ มันรับผิดชอบการค้าทางทะเลทั่วโลก 22-25% และการไหลของน้ำมันทั่วโลก 29% หรือประมาณ 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2025)

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว

ทรัมป์เมินเส้นตาย 60 วัน อ้างหยุดยิงอิหร่านเท่ากับสงครามจบ

เป็นวันครบกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเรื่องการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งตามกฎหมาย War Powers Act ปีค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีจะต้องยุติปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐสภาภายในกรอบเวลานี้

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น    “มรดกสัปเหร่อ”

ภายใต้ผืนฟ้าสีม่วงคล้ำที่ปริแตกราวกับแผลพุพองหนองเฟะ สุสานแห่งนี้….หมอบนิ่งอยู่ท่ามกลางความสลัว ราวกับอสุรกายขนาดมหึมาที่กำลังอ้าปากรอรับเครื่องเซ่นสังเวย

เรื่องสั้น … “แค่แวะ..มาคุย“

“คุณมาช้ากว่าปกติสองนาที” เขาพูดโดยไม่เงยหน้า สายตายังคงอยู่ที่ถ้วยชาตรงหน้า ”คุณจับเวลาไว้หรือไง” เธอวางกระเป๋าลงช้า ๆ “เปล่า” เขายิ้มบาง ๆ ”แค่รู้สึก…“

แค่ชื่อ “ฝุ่นละออง” ไม่ได้ แปลว่า ไร้ค่า … นิทานธรรมะ  

ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเพื่อนซี้คู่หูที่ตัวติดกันมาตั้งแต่เกิดชื่อว่า ฝุ่น (ชายหนุ่ม) และ ละออง (หญิงสาว) ทั้งคู่เกิดวันเดียวกัน บ้านติดกัน และมีนิสัยเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ... ชอบทำตัวลีบเล็ก