หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

เรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

เผยแพร่

spot_img

ลมหายใจของอาคารเก่าแทรกผ่านผนังราวกับไอเย็นที่ไม่มีที่มา 

                           ขณะชายวัยกลางคนผลักประตูห้องพักแคบ ๆ เข้าไป กลิ่นอับของฝุ่นเก่าและผ้าขึ้นราตลบขึ้นทันที คล้ายความทรงจำที่….ถูกเก็บไว้นานเกินควร !

                           เขาไม่ใส่ใจกลิ่นนั้น สิ่งที่ทำให้ต้นคอเย็นเฉียบตั้งแต่ก้าวแรก คือกระจกเงาโบราณบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง 

                           กระจกเงาบานนั้น….!

ราวกับวางไว้ตรง “ศูนย์กลาง” ของความมืด กรอบไม้สีดำฉ่ำมีลวดลายคล้ายรอยเล็บซ้อนทับกันหลายร้อยเส้น 

                           เขาจำได้ว่าซื้อมันมาด้วยราคาถูกจากตลาดของเก่า โดยไม่รู้ว่า“ราคา” ที่แท้จริงจะถูกเรียกเก็บภายหลัง

                          ตั้งแต่วางกระจกไว้ในห้อง อุณหภูมิราวกับลดลงอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่ความหนาวทางกาย หากเป็นความเย็นที่กดทับอยู่ในอากาศ 

                         เหมือนบางสิ่งกำลัง “หายใจ” ผิดจังหวะอยู่ตลอดเวลา

                        คืนนั้น …..

                        ห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน  เขานั่งที่ปลายเตียง มองเงาสะท้อนอย่างระแวดระวัง

                       แสงโคมไฟสีส้มสะท้อนบนผิวกระจกอย่างพร่า ราวกับมีไออุ่นของใครบางคนเกาะอยู่ ทั้งที่เขายังไม่ได้เข้าใกล้

                       เขา“ยกแขน”  ขึ้นช้า ๆ   เพื่อทดสอบเหมือนทุกคืน…

                       แขนจริงยกขึ้นทันที

                      แต่แขนในกระจก…ช้ากว่า…!!

                      ไม่ใช่เสี้ยววินาที แต่เป็นจังหวะที่ “ตั้งใจช้า” ราวกับภาพสะท้อนกำลังคิดก่อนเลียนแบบ

                     เขาก้มดูเวลาในโทรศัพท์ แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ภาพสะท้อน..กำลังยิ้ม…อยู่ก่อนแล้ว !

                    ไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา แต่เป็นรอยยิ้มที่กว้างเกินมนุษย์ ดวงตาเบิกค้าง ริมฝีปากแหวกจนเห็นเหงือกซีด 

                   ในขณะที่ “ใบหน้าจริง” ของเขายังคงนิ่งเฉย

                   หัวใจเต้นแรงจนเจ็บซี่โครง ภาพในกระจกค่อย ๆ หมุนศีรษะ มองไปยังมุมมืดข้างตู้เสื้อผ้า ตำแหน่งที่ไม่มีอะไร 

                  นอกจากเงาทึบที่ดูเหมือนมีใครยืนอยู่โดยไร้รูปร่าง….

                  จากนั้น ภาพสะท้อนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

           คราวนี้มันไม่ยิ้ม ….!

           แต่น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ…. ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เหมือนกระจกดูดกลืนทุกการสื่อสารไปจนหมด

                 ไม่กี่นาทีถัดมา ภาพนั้นเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นความทรมาน ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเหลือกถลน ริมฝีปากอ้าแต่ไร้เสียง….

                ก่อนเงาดำไร้รูปทรงจะโผล่ขึ้นจากด้านหลัง รัดคอภาพสะท้อนหรือภาพในกระจก…อย่างรุนแรง

                และในขณะเดียวกัน เขาเริ่มหายใจไม่ออก….

…..!!

               แม้ไม่มีสิ่งใดแตะต้องร่างกายจริง แต่แรงบีบรัดกลับแน่นชัดยิ่งกว่า 

              มือสั่นจนแก้วกาแฟหลุดจากมือแตกกระจาย เสียงนั้นสะท้อนในห้องราวกับอาคารกำลังหัวเราะเบา ๆ

              เขาพุ่งเข้าไปใกล้กระจก เห็นภาพของตัวเองในกระจก ถูกบีบคอจนผิวเริ่มคล้ำ และเข้าใจในทันที

              สิ่งที่เห็นไม่ใช่ฝัน…ไม่ใช่ฝัน !

ไม่ใช่ภาพหลอน…!

              แต่คือภาพของเขาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

              ห้องเงียบสนิทอีกครั้ง ความเงียบที่ไม่ใช่ความปลอดภัย แต่เป็นความเงียบที่ “รอคอย”

              เขาพยายามหาทางหนี ….!

              หน้าต่างถูกล็อก ประตูเปิดไม่สุด ราวกับมีใครรู้ว่าเขาอยู่ข้างใน       

             และไม่ต้องการให้เขาออกไป   อากาศเย็นเฉียบจนเหมือนใบมีดเฉือนผ่านเส้นเลือด

             เขาหยิบขาเก้าอี้ไม้ข้างเตียงขึ้นมากำแน่น ราวกับเป็นอาวุธเดียวที่เหลืออยู่….!

            ในกระจก ภาพสะท้อนยังคงถูกทรมาน ดวงตากลมโตมองมาที่เขา …ก่อนจะชูนิ้วชี้ไปยังขาเก้าอี้ในมือ…!

            มันกำลังสื่อสาร..มันกำลังบอกเขา

            ไม่ใช่คำสั่งให้หนี

                      แต่เป็นคำเตือน….

             เขาเริ่มเข้าใจช้า ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การไล่ล่า ….

             แต่เป็นวงจร …วงจรที่บังคับให้เขาตัดสินใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า       

            ภาพสะท้อนคือผลลัพธ์ของการเลือก และกำลังสอนเขาด้วยความเจ็บปวด

           เมื่อแรงบีบรัดปรากฏขึ้นบนลำคอจริงของเขา ความจริงก็ชัดเจน

           เขากำลังถูกตั้งโปรแกรมให้ทำร้ายตัวเอง

           ในเสี้ยววินาทีที่เหลือ เขาตัดสินใจ…วางขาเก้าอี้ลง 

ใช้มือตัวเองกดลงที่ลำคอ ….ดึงแรงบีบที่มองไม่เห็นออกไป      

            ความเจ็บแล่นผ่านร่าง….. แต่แรงกดคลายลงทันที

           เขาทรุดกับพื้น หายใจหอบ ภาพในกระจกกลับมาเป็นเขาในปัจจุบัน

           ก่อนที่รอยเล็บลึกจะปรากฏบนคอภาพสะท้อน รอยที่เกิดจากมือของเขาเอง

          วงจรไม่ได้หายไป

          มันเพียงสอนบทเรียนแล้วถอยกลับ

                        เมื่อเขาเงยหน้ามองกระจกอีกครั้ง ภาพสะท้อนไม่ขยับตาม มันเพียงยืนมองเขาอย่างสงบ ราวกับรอเวลา….!

                        และในวินาทีนั้น เขารู้สึกว่ามือของตัวเองเริ่มขยับช้า ๆ โดยไม่ตั้งใจ

                       ไม่ใช่เพราะความกลัว

                       แต่เพราะคำสั่งใหม่เพิ่งถูกฝังลงไปอย่างสมบูรณ์

                   เสียงจากกระจกดังขึ้น เบา ๆ  แต่ชัดเจน

                  เป็นเสียงของเขาเอง ในวันที่แก่กว่า เหนื่อยกว่า และหนีไม่พ้น….

                 “นายไม่ได้ถูกหลอก

                    นายแค่กำลังสอนตัวเอง

                   ให้ทำซ้ำ…ได้ถูกต้องขึ้น… !!“

“ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

“เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์โลก AGT  เด็กไทยใช้ “ฝีมือ” พิสูจน์ตัวเอง   แล้วรัฐบาลใช้ “ผลงาน” พิสูจน์ประชาชนอย่างไร ?

จากเด็กภูเก็ตวัย 16 ปี สู่แชมป์ America’s Got Talent คนแรกของไทย เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ และเวทีเดียวกับ Linkin Park ความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถ กลายเป็นกระจกสะท้อนคำถามต่อการบริหารประเทศ

อนุทิน- “If I can make it there, I’ll make it anywhere”

“If I can make it there, I’ll make it anywhere” ประโยคดังจากเพลง New York, New York ที่ Frank Sinatra ร้อง ซึ่งมีความหมายว่า ”หากประสบความสำเร็จในนิวยอร์ก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกแห่ง“

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “น้ำใจบนทางเปลี่ยว”

หนุ่มใหญ่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือขวากำพวงมาลัยรถเก๋งเก่าๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมือซ้ายวางพาดอยู่บนขอบประตูรถ แสงจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็น "รอยแผลเป็นทางยาวตรงข้อมือซ้าย" มันขรุขระและลึกหนา ดูเป็นตำหนิที่น่าเกลียดที่สุดบนร่างกายของเขา

เรื่องสั้น  “ปริศนา ห้องริมสุด”

เงียบสงัดของเวลาใกล้รุ่งที่ความมืดเริ่มจางหายไปภายใต้เงาเมฆหนาครึ้มฝน เขาควรจะจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราให้นานกว่านี้กลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสัมผัสประหลาดที่กรีดผ่านความรู้สึก แอร์ในห้องยังคงทำงานส่งเสียงครางหึ่งเบา ๆ ทว่าอากาศรอบกายกลับเย็นเยียบผิดปกติจนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่ลามเลียไปตามแนวกระดูกสันหลัง

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก