วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img

ทีมข่าว

1352 โพสต์

Exclusive articles:

 หยุดยิงไร้ผล กัมพูชาเมินข้อตกลง หลังรบกันเดือด 5 วัน แถมเปิดฉากโชว์ร่องรอยเสียหายให้ทูตทหารต่างชาติดู

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ความตึงเครียดหลังข้อตกลงหยุดยิง ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ได้นำไปสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง

“จ๊อด” กลับมาแล้ว!ครับบบบ

ตูบแนวหน้าปราสาทตาเมือนธมรอดปลอดภัย หลังหายตัวกลางภารกิจ ทหารแนวรบโผกอดทั้งน้ำตา เสียงเฮลั่นฐานดังขึ้นทันทีที่ทหารหน่วยลาดตระเวนพบร่างเล็ก ๆ ที่คุ้นตาในเงาไม้ — เขายังสวมตะกรุดเส้นเดิม คล้องคออยู่แน่นหนาและโผเข้าหาเจ้าหน้าที่ที่เขาคุ้นเคยทันทีที่ได้กลิ่น

เรื่องสั้น “นาฬิกา…มรณะ” 

เขาแหงนมองนาฬิกาบนหอคอยแล้วรีบหลบตาลงต่ำเหมือนกลัวบางสิ่งบางอย่าง    ปาดเหงื่อที่ไหลเยิ้มใบหน้าจากความร้อนแดดยามบ่ายไม่หนักหนาเท่า…เท่ากับความเร่าร้อนจากสิ่งลี้ลับข้างหน้า               เหลียวมองรอบตัวยความหวาดหวั่น               ความตาย..เกิดขึ้นได้ทุกวัน !!                                  ตรงนี้…!!               สิบหกนาฬิกาสี่สิบห้านาที                                16.45 นาฬิกา                                  แหงนมองนาฬิกาลูกตุ้มขนาดใหญ่ติดบนหอคอยเก่าคร่ำคร่าของอาคารโบสถ์เก่าที่แปรสภาพเป็นตึกร้างและพังทลายไปบางส่วนแล้ว                                  ต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นระเกะระกะชอนไชตึกร้างจนแตกระแหงและพังไปหลายแถบ               แม้ตะวันคล้อยไปมากแล้ว แต่แสงแดดยังแผดกล้าจนเหงื่อโทรมทั่วกายเสื้อเปียกชุ่มขึ้นมาอีก              เขาจะต้องจัดการให้เสร็จก่อนเวลานั้นจะมาถึง              มันถึงเวลาแห่งความตาย….!               ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาป่ารอบด้านที่ยังสงบเงียบไร้ผู้คน     ออกแรงลากเชือกป่านเส้นหนาม้วนใหญ่ไปตามพื้นรกอย่างทุลักทุเล               มันหนักอึ้งจนไม่อาจยกขึ้นพาดบ่าได้                                  มือป้องแสงแดดแหงนมองนาฬิกาแล้วก้มมองเชือกเก่า ๆ ม้วนนี้ ที่แอบเอามาจากคอกเลี้ยงวัวใกล้หมู่บ้าน                หัวเราะในลำคอว่าถ้าเจ้าของเชือกตามมาเจอ  เขาก็จะต้องถูกจับที่ลักข้าวของผู้อื่นก่อนจะทำงานสำเร็จก็ได้…               ชายหนุ่มปล่อยสายเชือกป่าน แล้วชูมือกระแทกแหวกอากาศไปข้างหน้าว่าเขายอมติดคุกก็ได้ ถ้าหากว่ามันได้ใช้ประโยชน์ช่วยชีวิตคนเคราะห์ร้ายไว้ให้ได้ก่อน                ให้รอดพ้นจากนาฬิกาแห่งความตาย…!!

  “กฎ 7 ข้อ” หลังหยุดยิงระหว่างไทย–กัมพูชาจะสัมฤทธิผลหรือไม่  คงไม่นานเกินรอ

                         หลังจากเหตุการณ์สู้รบรุนแรงยาวนานกว่า 5 วันที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากที่ยังไม่อาจเปิดเผยได้และพลัดถิ่นรวมกว่า 300,000 คนในชายแดนไทย–กัมพูชานั้น ทั้งสองฝ่ายได้ตอบรับข้อเสนอหยุดยิงแบบ “ทันทีและไม่มีเงื่อนไข” ที่ดำเนินการผ่านการไกล่เกลี่ยของมาเลเซียโดยมีสหรัฐฯและจีนเข้าร่วมสนับสนุนและสังเกตุการณ์ หลังข้อตกลงหยุดยิงถูกเผยแพร่ แม่ทัพระดับสูงของทั้งสองประเทศได้หารือจัดทำ กฎ 7 ข้อ Ceasefire Protocol เพื่อควบคุมสถานการณ์ภาคสนาม          กฎ 7 ข้อตามข้อตกลงหยุดยิง  1. ยุติการเคลื่อนกำลัง ทั้งสองฝ่ายต้องหยุดเคลื่อนย้ายกำลังเข้าพื้นที่แนวชายแดนทันที  2. หยุดยิงทุกชนิด ห้ามใช้อาวุธหนักรวมถึงเครื่องบิน ปืนใหญ่ และระเบิดแบบใดก็ตาม  3. คืนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้กับสองฝ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด  4. เปิดพื้นที่ให้ที่ปรึกษาระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบ...

วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงยิงกันต่อเนืองในขณะที่ผู้นำของไทยไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุกและเกมข้อมูลข่าวสาร

   สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การปะทะที่ดำเนินมาหลายวัน ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายอย่างมหาศาล แต่ยังสั่นคลอนเสถียรภาพและความสัมพันธ์ทางการทูตในภูมิภาคอาเซียนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของผู้นำไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบันได้อย่างเต็มที่                 การปะทะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่ และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่ไทยตอบโต้ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 โดยมีรายงานความสูญเสียทั้งทหารและพลเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามอย่างหนักจากประชาคมโลก นอกจากนี้ การที่ไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับและขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาออกนอกประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงระดับความตึงเครียดทางการทูตที่รุนแรงที่สุด                  นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าบทบาทของผู้นำไทยยังขาดความเข้มแข็งในยุทธศาสตร์เชิงรุกและอ่อนด้อยสงครามข้อมูลข่าวสาร                 ผู้นำไทยในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกที่ชัดเจน ในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ การประคองสถานการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการยุติความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในทางกลับกันผู้นำที่เข้มแข็งควรแสดงออกถึงความเด็ดขาดและวิสัยทัศน์ในการนำพาสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางการทูตอย่างแข็งขัน การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศหรือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ การขาดความริเริ่มในการรุกทางการทูตและการสื่อสารที่แข็งขันทำให้ไทยอาจเสียเปรียบในเวทีโลกและไม่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ได้                   การใช้โซเชียลมีเดียในยุคข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญยิ่งจึงปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย                    ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย การที่ผู้นำไทยยังไม่สามารถใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด...

Breaking

SHORT NEWS 2569-03-05

คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลเลือกตั้งเกือบครบทั้ง 500 ที่นั่ง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานทูตฯกรุงริยาด เตือนคนไทยในเลบานอน พิจารณาอพยพด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง

ระดับความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในสาธารณรัฐเลบานอนจากการดำเนินการทางการทหารของรัฐอิสราเอลในสาธารณรัฐเลบานอน โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ของกรุงเบรุต รวมถึงย่านดาฮิเยห์ (Dahieh)

คำเตือนจากอนาคต  AI – Superintelligence  ระดับเหนือมนุษย์ มาถึงแล้ว

ปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ (Artificial Superintelligence) รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า เทคโนโลยีดังกล่าวได้มาถึงแล้วและกำลังหยั่งรากลึกในวงการวิทยาศาสตร์อย่างไม่อาจย้อนกลับได้
spot_imgspot_img