วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"กองทุนน้ำมัน" ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน... ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เผยแพร่

spot_img

เมื่อไฟสงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน” เผาพลาญเศรษฐกิจโลก

ชำแหละกลไก “กองทุนน้ำมัน” ในม่านหมอก

                            ท่ามกลางวงล้อมของเปลวเพลิงในตะวันออกกลางที่ขยายวงจากอิสราเอลสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ “ช็อก” ครั้งใหม่ ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ล้มทับโครงสร้างค่าครองชีพทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เคยเป็นฟูกรองรับแรงกระแทก บัดนี้กลับกลายเป็นกับดักหนี้มหาศาลภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ (กบน.) ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการโอบอุ้มผลประโยชน์สาธารณะ

                            ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นจากความตึงเครียดที่พุ่งสู่อะดรีนาลีนสูงสุด เมื่อสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรทางพลังงานต่ออิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นในจุดยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ก็ดีดตัวทะลุเพดาน จนกลายเป็นปัจจัยลบที่ควบคุมไม่ได้สำหรับประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย

                          แม้เราจะมีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถึง 6 แห่ง แต่ “พันธนาการ” ทางโครงสร้างกลับผูกติดอยู่กับราคาตลาดกลางสิงคโปร์อย่างเหนียวแน่น เมื่อราคาที่เกาะสิงคโปร์พุ่งสูงตามภาวะสงคราม โรงกลั่นในไทยจึงปรับราคา “หน้าโรงกลั่น” ขึ้นทันทีโดยอ้างอิงหลักการ Replacement Cost หรือต้นทุนการทดแทนน้ำมันลอตใหม่ กลายเป็นคำถามคลาสสิกที่บาดใจคนไทยว่า ในวันที่น้ำมันสำรองในคลังยังเหลือเฟือ เหตุใดตัวเลขหน้าปั๊มถึงต้องขยับตามโลกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

                         ท่ามกลางวิกฤตนี้ บทบาทของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กลายเป็นเป้าสายตาในฐานะผู้กุมกุญแจกระปุกเงินแสนล้าน หน้าที่ของพวกเขาคือการบริหาร “เงินล่องหน” ที่เก็บจากผู้ใช้เบนซินไปอุ้มผู้ใช้ดีเซลและก๊าซหุงต้ม แต่ในสภาวะที่หนี้สะสมทะลุเพดาน การตัดสินใจแต่ละครั้งของ กบน. กลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเข้าถึงยาก จนประชาชนเริ่มไม่แน่ใจว่า เงินที่เสียไปนั้นเพื่อพยุงค่าครองชีพจริงๆ หรือเพื่อประคองสถานะของกลุ่มทุนพลังงานกันแน่

                          สถานะกองทุนน้ำมันฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนเรือที่กำลังรั่วพ้นน้ำ หนี้สินแสนล้านจากการกู้เงินมาตรึงราคาดีเซลในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นภาระที่รัฐบาลต้องนำงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยมหาศาล แทนที่จะถูกนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน การบริหารแบบ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” นี้ กำลังทำให้ความมั่นคงทางพลังงานของไทยตกอยู่ในภาวะหลังพิงฝาอย่างไร้ที่พึ่ง

                         ในขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ติดลบและประชาชนแบกภาระหนัก ฝั่งโรงกลั่นกลับได้รับอานิสงส์จาก “กำไรสต็อก” (Stock Gain) และค่าการกลั่นที่พุ่งสูงตามราคาตลาดโลก กลายเป็น “ลาภลอย” ก้อนโตที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายและอำนาจรัฐในปัจจุบันจะยังไม่แกร่งพอที่จะ “ดึง” กำไรส่วนเกินเหล่านี้กลับมาช่วยเหลือสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม ปล่อยให้ผลประโยชน์ไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้ถือหุ้น ท่ามกลางเสียงครวญของประชาชนที่หน้าหัวจ่ายน้ำมัน

                        หากจะก้าวข้ามวิกฤตสงครามพลังงานครั้งนี้ไปให้ได้ ประเทศไทยต้องการมากกว่าแค่การ “อุดหนุนแบบชั่วคราว” แต่ต้องการการสังคายนาโครงสร้างอำนาจของ กบน. ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องกล้าหาญพอที่จะรื้อสูตรราคาสิงคโปร์ที่เป็นมรดกตกทอดมานานหลายสิบปี เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

                    “สุดท้าย… เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า กลไกการปรับราคาน้ำมันของไทยนั้นดูจะมีความรวดเร็วมาก  เพราะทันทีที่ดัชนีราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้นกลางดึก ระบบราคาหน้าปั๊มในบ้านเรากลับสามารถตอบสนองต่อ “ความร้อนแรง”นั้นได้อย่างฉับไวในรุ่งเช้า ราวกับมีกระแสจิตเชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างไร้รอยต่อ

                    ทว่าในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่งตัวลงอย่างรุนแรง กลไกเดียวกันนี้กลับดูเหมือนจะเผชิญกับ “ภาวะสัญญาณขัดข้อง”  ขึ้นมาเสียดื้อๆ ต้องรอขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ ยืนยันพิกัดต้นทุน และรอการเคาะมติจากคณะกรรมการหลายชั้นขั้นตอนกว่าราคาจะขยับลงตามกลไกตลาด… หรือแท้จริงแล้ว สายเคเบิลพลังงานที่เชื่อมโยงจากสิงคโปร์มายังไทย จะถูกออกแบบมาให้ส่งสัญญาณ “ขาขึ้น” ได้รวดเร็วปานจรวด แต่กลับส่งสัญญาณ “ขาลง” ได้เชื่องช้าประหนึ่งการเดินทางผ่านม่านหมอกที่มองไม่เห็นทาง!”

2569-03-28    ผู้เขียน   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

ลิซ่า เดิมพันครั้งใหญ่ของ ฟีฟ่า

องค์กรจัดการลิขสิทธิ์เพลง (PRO) เพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อศิลปิน ที่จะแสดงใน ฟุตบอลโลก 2026 LISA นางฟ้าตัวน้อยจากประเทศไทย ลิซ่า ไม่ได้เดินตามเกมของใคร ลิซ่า กำลังสร้างเกมของตัวเอง กับมหาอำนาจกีฬาโลก

ใบไม้หนึ่งใบ กับสุนัขที่เข้าใจ “การแลกเปลี่ยน” เหมือนมนุษย์

เป็นสุนัขจรที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล มันใช้ชีวิตปะปนกับนักเรียน เห็นกิจวัตรเดิมทุกวัน—การต่อแถว การยื่นเงิน การรับของตอบแทน ภาพเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็น “ข้อมูล” ที่มันสะสมโดยไม่ต้องมีใครบอก

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น