วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"กองทุนน้ำมัน" ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน... ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เผยแพร่

spot_img

เมื่อไฟสงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน” เผาพลาญเศรษฐกิจโลก

ชำแหละกลไก “กองทุนน้ำมัน” ในม่านหมอก

                            ท่ามกลางวงล้อมของเปลวเพลิงในตะวันออกกลางที่ขยายวงจากอิสราเอลสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ “ช็อก” ครั้งใหม่ ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ล้มทับโครงสร้างค่าครองชีพทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เคยเป็นฟูกรองรับแรงกระแทก บัดนี้กลับกลายเป็นกับดักหนี้มหาศาลภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ (กบน.) ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการโอบอุ้มผลประโยชน์สาธารณะ

                            ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นจากความตึงเครียดที่พุ่งสู่อะดรีนาลีนสูงสุด เมื่อสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรทางพลังงานต่ออิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นในจุดยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ก็ดีดตัวทะลุเพดาน จนกลายเป็นปัจจัยลบที่ควบคุมไม่ได้สำหรับประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย

                          แม้เราจะมีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถึง 6 แห่ง แต่ “พันธนาการ” ทางโครงสร้างกลับผูกติดอยู่กับราคาตลาดกลางสิงคโปร์อย่างเหนียวแน่น เมื่อราคาที่เกาะสิงคโปร์พุ่งสูงตามภาวะสงคราม โรงกลั่นในไทยจึงปรับราคา “หน้าโรงกลั่น” ขึ้นทันทีโดยอ้างอิงหลักการ Replacement Cost หรือต้นทุนการทดแทนน้ำมันลอตใหม่ กลายเป็นคำถามคลาสสิกที่บาดใจคนไทยว่า ในวันที่น้ำมันสำรองในคลังยังเหลือเฟือ เหตุใดตัวเลขหน้าปั๊มถึงต้องขยับตามโลกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

                         ท่ามกลางวิกฤตนี้ บทบาทของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กลายเป็นเป้าสายตาในฐานะผู้กุมกุญแจกระปุกเงินแสนล้าน หน้าที่ของพวกเขาคือการบริหาร “เงินล่องหน” ที่เก็บจากผู้ใช้เบนซินไปอุ้มผู้ใช้ดีเซลและก๊าซหุงต้ม แต่ในสภาวะที่หนี้สะสมทะลุเพดาน การตัดสินใจแต่ละครั้งของ กบน. กลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเข้าถึงยาก จนประชาชนเริ่มไม่แน่ใจว่า เงินที่เสียไปนั้นเพื่อพยุงค่าครองชีพจริงๆ หรือเพื่อประคองสถานะของกลุ่มทุนพลังงานกันแน่

                          สถานะกองทุนน้ำมันฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนเรือที่กำลังรั่วพ้นน้ำ หนี้สินแสนล้านจากการกู้เงินมาตรึงราคาดีเซลในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นภาระที่รัฐบาลต้องนำงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยมหาศาล แทนที่จะถูกนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน การบริหารแบบ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” นี้ กำลังทำให้ความมั่นคงทางพลังงานของไทยตกอยู่ในภาวะหลังพิงฝาอย่างไร้ที่พึ่ง

                         ในขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ติดลบและประชาชนแบกภาระหนัก ฝั่งโรงกลั่นกลับได้รับอานิสงส์จาก “กำไรสต็อก” (Stock Gain) และค่าการกลั่นที่พุ่งสูงตามราคาตลาดโลก กลายเป็น “ลาภลอย” ก้อนโตที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายและอำนาจรัฐในปัจจุบันจะยังไม่แกร่งพอที่จะ “ดึง” กำไรส่วนเกินเหล่านี้กลับมาช่วยเหลือสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม ปล่อยให้ผลประโยชน์ไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้ถือหุ้น ท่ามกลางเสียงครวญของประชาชนที่หน้าหัวจ่ายน้ำมัน

                        หากจะก้าวข้ามวิกฤตสงครามพลังงานครั้งนี้ไปให้ได้ ประเทศไทยต้องการมากกว่าแค่การ “อุดหนุนแบบชั่วคราว” แต่ต้องการการสังคายนาโครงสร้างอำนาจของ กบน. ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องกล้าหาญพอที่จะรื้อสูตรราคาสิงคโปร์ที่เป็นมรดกตกทอดมานานหลายสิบปี เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

                    “สุดท้าย… เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า กลไกการปรับราคาน้ำมันของไทยนั้นดูจะมีความรวดเร็วมาก  เพราะทันทีที่ดัชนีราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้นกลางดึก ระบบราคาหน้าปั๊มในบ้านเรากลับสามารถตอบสนองต่อ “ความร้อนแรง”นั้นได้อย่างฉับไวในรุ่งเช้า ราวกับมีกระแสจิตเชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างไร้รอยต่อ

                    ทว่าในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่งตัวลงอย่างรุนแรง กลไกเดียวกันนี้กลับดูเหมือนจะเผชิญกับ “ภาวะสัญญาณขัดข้อง”  ขึ้นมาเสียดื้อๆ ต้องรอขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ ยืนยันพิกัดต้นทุน และรอการเคาะมติจากคณะกรรมการหลายชั้นขั้นตอนกว่าราคาจะขยับลงตามกลไกตลาด… หรือแท้จริงแล้ว สายเคเบิลพลังงานที่เชื่อมโยงจากสิงคโปร์มายังไทย จะถูกออกแบบมาให้ส่งสัญญาณ “ขาขึ้น” ได้รวดเร็วปานจรวด แต่กลับส่งสัญญาณ “ขาลง” ได้เชื่องช้าประหนึ่งการเดินทางผ่านม่านหมอกที่มองไม่เห็นทาง!”

2569-03-28    ผู้เขียน   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก