วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกัมพูชาเร่งปะทะ  หวังมหาอำนาจไกล่เกลี่ย  โลกเห็นไทยยึดกฏปกป้องอธิปไตย  

กัมพูชาเร่งปะทะ  หวังมหาอำนาจไกล่เกลี่ย  โลกเห็นไทยยึดกฏปกป้องอธิปไตย  

เผยแพร่

spot_img

 ไทยยึดกรอบอาเซียน-กฎบัตรสหประชาชาติ

วางบทบาทรัฐอย่างสง่างาม ไม่ตกเป็นตัวแปรในเกมคานอำนาจ

                          ในความขัดแย้งที่นานาชาติประเมินได้ไม่ยากว่า หากปล่อยให้ยืดเยื้อกว่านี้ กัมพูชาจะเป็นฝ่ายสูญเสียหนักขึ้นทุกวัน ฮุน เซนจึงไม่เลือกถ่วงเวลา หากเร่งทำให้วิกฤตปะทุจนมหาอำนาจต้องรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย 

                           การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 13 จึงไม่ใช่ความผิดพลาดทางยุทธวิธี หากคือการเดิมพันของผู้นำที่ครองอำนาจมาเกือบสี่ทศวรรษ และรู้ดีว่าหนทางรอดเดียวของตน คือการดึงเกมออกจากสนามรบเข้าสู่สนามการทูตให้เร็วที่สุด

                          ตลอดเส้นทางการเมืองของฮุน เซน ตั้งแต่ยุคเขมรแดง การแปรพักตร์ การขึ้นสู่อำนาจภายใต้เงาเวียดนาม รัฐประหารปี 1997 การกวาดล้างฝ่ายค้าน จนถึงการส่งไม้ต่อให้ฮุน มาเน็ต เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น  เขาอยู่รอดได้ด้วยหลักคิดเดียวคืออำนาจต้องมาก่อนความชอบธรรม  และวิกฤตคือเครื่องมือค้ำอำนาจ ความขัดแย้งกับไทยในครั้งนี้จึงสะท้อนรูปแบบเดิมอย่างชัดเจน แม้รู้ดีว่าไม่มีทางชนะในสนามรบ แต่การเร่งยกระดับสถานการณ์ให้กลายเป็นวิกฤตระดับภูมิภาค ทำให้เขายังคงสถานะ “ตัวแสดงที่โลกต้องพูดด้วย” มากกว่าจะถูกปล่อยให้พ่ายแพ้อย่างโดดเดี่ยว

                          การทำให้การปะทะดำเนินต่อเนื่องจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ความขัดแย้งถูกยกระดับจากปัญหาทวิภาคีสู่โจทย์ด้านเสถียรภาพภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของมหาอำนาจที่ต้องการพื้นที่คานอำนาจกันเอง ทั้งจีนและสหรัฐฯ ไม่ได้เข้ามาเพราะเห็นอกเห็นใจกัมพูชาเหมือนอย่างสีหน้า   หากเข้ามาเพราะพื้นที่นี้มีความหมายทางยุทธศาสตร์ 

                         สำหรับฮุน เซน การเร่งให้มหาอำนาจเข้ามาไกล่เกลี่ยจึงเท่ากับการลดแรงปะทะตรงหน้า และเบี่ยงแรงกดดันออกจากสนามรบ ก่อนที่ปัญหาภายในประเทศ เศรษฐกิจที่เปราะบาง และความไม่พอใจที่สะสม จะกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ควบคุมไม่ได้

                         อย่างไรก็ตาม เกมนี้ไม่ใช่เกมไร้ต้นทุน ทุกวันที่เสียงปืนยังไม่เงียบ คือการตอกย้ำภาพว่าระบอบฮุน เซนต้องพึ่งพาวิกฤตเพื่อดำรงอยู่ และยิ่งเวลาผ่านไป แรงกดดันจากภายนอกก็ยิ่งทับซ้อน ทั้งจากประชาคมระหว่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของสม รังสี ฝ่ายต่อต้านในต่างแดน ซึ่งรอจังหวะอยู่แล้ว 

                        สำหรับไทย บททดสอบสำคัญจึงไม่ใช่การตอบโต้ให้รุนแรงกว่า หากคือการวางตัวให้โลกเห็นว่าเป็นรัฐอาเซียนที่ปกป้องอธิปไตยอย่างสง่างาม ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ตกเป็นส่วนหนึ่งของเกมยื้ออำนาจของผู้นำที่อาจกำลังเผชิญจุดจบทางการเมืองที่ใกล้ที่สุดในชีวิต

                         ในจังหวะที่วิกฤตชายแดนถูกจับตามองจากนานาชาติ บทบาทของไทยจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญไม่แพ้ผลของการปะทะในสนามรบ ความท้าทายของไทยไม่ใช่การแสดงแสนยานุภาพ หากคือการธำรงภาพลักษณ์ของรัฐอาเซียนที่ปกป้องอธิปไตยด้วยความยับยั้งชั่งใจ ยึดมั่นธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างประเทศ และเคารพกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด การสื่อสารอย่างเป็นระบบ การเปิดพื้นที่การทูตผ่านกลไกอาเซียน และการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังเกินจำเป็น คือเงื่อนไขที่จะทำให้นานาชาติรับรู้ว่าไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งที่ยกระดับวิกฤต แต่เป็นรัฐที่รับผิดชอบต่อเสถียรภาพภูมิภาค ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเร่งให้มหาอำนาจเข้ามาเป็นทางรอดทางการเมืองของตนเอง

21/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว