หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกัมพูชา "โชว์ถอนอาวุธหนัก!

กัมพูชา “โชว์ถอนอาวุธหนัก!

เผยแพร่

spot_img

  โชว์ถอนอาวุธหนัก! “ภาพสันติภาพ” ของกัมพูชา… ที่ไม่น่าจะเป็นจริงไปได้ตลอดรอดฝั่ง

                        กัมพูชาเปิดปฏิบัติการถอนอาวุธหนักออกจากแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ภายใต้ข้อตกลงคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ระยะที่ 1 โดยเผยแพร่ภาพการเคลื่อนย้ายปืนใหญ่อัตตาจร SH-1 และรถยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 จากพื้นที่พระวิหารและอุดรมีชัยภายใต้การสังเกตการณ์ของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน AOT (ASEAN Observer Team) ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากบางฝ่ายว่าเป็น “ก้าวแรกของสันติภาพ” 

                       อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กลับตั้งข้อสงสัยว่า การแสดงออกครั้งนี้อาจเป็นเพียง “ภาพทางการทูต” เพื่อบรรเทาแรงกดดันระหว่างประเทศ มากกว่าจะสะท้อนความจริงใจในการลดความตึงเครียดอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของรัฐบาลพนมเปญที่เคยละเมิดข้อตกลงชายแดนหลายครั้งในอดีต ทั้งการรุกล้ำพื้นที่ การใช้วาทกรรมกล่าวหาไทย และการไม่ปฏิบัติตามคำมั่นในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง

                          ฝ่ายความมั่นคงของไทยจึงมองว่าการถอนอาวุธครั้งนี้เป็นเพียง “การพักรบเชิงเทคนิค” มากกว่าการยุติความขัดแย้งจริงจัง 

                           การถอนอาวุธที่เห็นในสื่ออาจครอบคลุมเฉพาะยุทโธปกรณ์ชุดเก่า หรือหน่วยรองที่ไม่ใช่กำลังหลัก ขณะที่อาวุธทันสมัยและกำลังรบสำคัญอาจยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ลึก การตรวจสอบอย่างเป็นทางการของทีม AOT จึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตและมีการยืนยันเชิงเทคนิคในระยะต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าการเคลื่อนย้ายดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและครบถ้วน ไม่ใช่เพียง “การจัดฉากถอน” เพื่อสร้างภาพลักษณ์สันติในชั่วข้ามคืน 

                             ขณะเดียวกัน ไทยต้องคงความพร้อมทางทหารและดำเนินการทูตอย่างระมัดระวัง ไม่หลงเชื่อในสัญญาณสวยหรูที่อาจกลายเป็นหลุมพรางทางยุทธศาสตร์ในภายหลัง

                             ในมุมมองของสังคมนานาชาติครั้งนี้ อาจสะท้อนสัจธรรมอันขมขื่นว่าพฤติการณ์ของกัมพูชาที่ขาดความสม่ำเสมอในการรักษาสัญญา ทำให้คำว่า “สันติภาพ” ในภูมิภาคนี้ยังคงถูกสร้างขึ้นอย่างกระท่อนกระแท่น ราวกับแนวหินชายแดนที่พร้อมจะสั่นไหวและถล่มลงได้ทุกเมื่อ เมื่อแรงสะเทือนแห่งความไม่ไว้วางใจกลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยสู่ยุคดิจิทัล แต่ผจญภัย “ระบบล่ม”

เจาะปมระบบหลังบ้านคลาดเคลื่อนจากกรณีศึกษา “รถโอนลอย-รายได้ทิพย์” สู่ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ถึงเวลาแปรเปลี่ยนงบประมาณดิจิทัลบางส่วน มาล้างฐานข้อมูลกลางระดับชาติก่อนสายเกินแก้

รถกระบะขนผัก = คนรวย ? รัฐตัดสิน “จน-รวย” ตรงไหนแน่ !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พิษเกณฑ์คัดกรองแข็งทื่อ บทเรียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69” กับปรากฏการณ์คนจนหายวับ 9.3 ล้านคน                                   นโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”...

ข่าวอื่นๆ

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยสู่ยุคดิจิทัล แต่ผจญภัย “ระบบล่ม”

เจาะปมระบบหลังบ้านคลาดเคลื่อนจากกรณีศึกษา “รถโอนลอย-รายได้ทิพย์” สู่ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ถึงเวลาแปรเปลี่ยนงบประมาณดิจิทัลบางส่วน มาล้างฐานข้อมูลกลางระดับชาติก่อนสายเกินแก้