วันอาทิตย์, เมษายน 12, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงสำคัญ 13 ข้อ

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงสำคัญ 13 ข้อ

เผยแพร่

spot_img

พร้อมคำมั่นจากมหาอำนาจว่าจะไม่แทรกแซง ทว่าในฉากหลังของความสำเร็จทางการทูตนั้น กัมพูชายังคงเสริมกำลังและส่งโดรนเข้าในพื้นที่ชายแดนไทย สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำรงอยู่ และการเดินทางที่ยังอีกยาวไกลของความเชื่อใจระหว่างกัน

                    การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชาครั้งล่าสุดที่มาเลเซีย ได้รับการยกย่องจากฝ่ายไทยว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งสำคัญ การบรรลุข้อตกลง 13 ประเด็น ถือเป็นการฟื้นฟูการเจรจาทวิภาคีที่หยุดชะงักไปนาน และเป็นเครื่องยืนยันว่ากลไกการพูดคุยแบบสองประเทศยังคงทำงานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคและระดับโลกมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น     

                     นอกจากนี้ การที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน รวมถึงมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ต่างพร้อมรับบทบาทเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ยิ่งตอกย้ำความชอบธรรมของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีและกลไกของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งนับเป็นชัยชนะทางการเมืองอีกครั้งสำหรับกรุงเทพฯ

                       อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จบนโต๊ะเจรจาดูเหมือนจะเป็นเพียงด้านเดียวของเหรียญสถานการณ์จริง ณ บริเวณชายแดนยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การยืนยันของโฆษก ศบ.ทก. ว่ามีการเสริมกำลังของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่สำคัญ และยังคงมีการตรวจพบการใช้โดรนในเขตไทย สะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของกัมพูชาที่ฝังรากลึกมานาน

                        แม้จะมีการตกลงในหลายประเด็น แต่การที่กัมพูชายังคงปฏิเสธข้อเสนอสำคัญ 2 ข้อของไทย ซึ่งรวมถึงเรื่องทุ่นระเบิดที่ไทยมองว่าเป็น “เครื่องป้องกันกำลังของตนเอง” บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพนมเปญยังคงยึดถือความได้เปรียบทางยุทธวิธี และไม่ได้มองว่าการเจรจาเป็นหลักประกันความปลอดภัยที่เพียงพอ

                          การตัดสินใจของไทยที่จะ “พูดต่อไปเรื่อยเรื่อยจนกว่ากัมพูชาจะยอมรับ” แสดงให้เห็นถึงความอดทนเชิงยุทธศาสตร์และการยึดมั่นในวิถีทางการทูต ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างแรงกดดันระยะยาวให้กับกัมพูชา โดยหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปและภายใต้สายตาของนานาชาติ กัมพูชาจะจำต้องอ่อนข้อลงในที่สุด 

                           แนวทางนี้แม้จะไม่ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แต่ก็ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความอดทนและเคารพในกฎกติกาการระหว่างประเทศ ซึ่งนับเป็นแต้มต่อทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในเวทีโลก

                            ดังนั้น ในภาพรวมแล้ว ข้อตกลง 13 ประเด็นจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ซับซ้อน ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปัญหา สภาพการณ์ในปัจจุบันจึงดูเหมือนว่า การเจรจายังคงเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่กลไกการทหารยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารหลักระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ยังเปราะบางและสุ่มเสี่ยง

                                การประชุม GBC ครั้งนี้เปรียบเสมือนการปลูกดอกกุหลาบไว้กลางทุ่งระเบิด ไทยส่งสัญญาณแห่งมิตรภาพด้วยข้อตกลง 13 ข้อ ขณะที่กัมพูชาตอบรับด้วยการส่งสัญญาณจากโดรน ซึ่งมีทั้งภาพและเสียงที่ชัดเจนกว่า ถือเป็นความก้าวหน้าทางการทูตที่น่าทึ่ง ที่ต่างฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การพูดคุยเป็นสิ่งจำเป็น… ตราบใดที่ยังไม่มีใครก้าวพลาดไปเหยียบกับระเบิดในระหว่างนั้น

ข่าวล่าสุด

“เจริญนครกำลังจะเปลี่ยน!” มหาดไทยทุ่ม 5.5 พันล้าน สร้างศูนย์ราชการใหม่ รองรับคน 7,600 คน

ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่ากว่า **5,574 ล้านบาท** มีความคืบหน้าแล้ว **34.07%** และเดินหน้าต่อเนื่อง คาดเสร็จภายในปี **2570**

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

อิตาลี-สเปน เรียกทูตอิสราเอลประท้วงหลังยิงเตือนและกักขังทหารรักษาสันติภาพ UNIFILในเลบานอน

อิตาลีและสเปนเดินหน้ากดดันอิสราเอล โดยเรียกนักการทูตเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสองกรณีที่เกี่ยวข้องกับทหารรักษาสันติภาพในภารกิจ United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL) ในเลบานอน

อิสราเอลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกครั้ง

การหยุดยิงในตะวันออกกลางและการเปิดช่องทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz อีกครั้งนั้น อยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และอิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามปะทุขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ "เงียบเหงา" และ "แพง" ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...

แถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรกต่อรัฐสภา ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเป้าหมายพาประเทศเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ