วันจันทร์, มกราคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

 การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

เผยแพร่

spot_img

ทั้งคดีมาตรา 112 ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นอุทธรณ์ และคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปที่ศาลฎีกากลับคำพิพากษาให้กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีได้อย่างชอบด้วยกฎหมาย

                           เหตุการณ์นี้ ได้จุดคำถามสำคัญในแวดวงการเมืองว่า  เป็นเพียงความบังเอิญของกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นจังหวะที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจ ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางการกลับมามีบทบาททางการเมืองของอดีตผู้นำที่ยังมีอิทธิพลสูงในหมู่ฐานเสียงจำนวนมาก

                          คดีมาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น อัยการสูงสุดเห็นควรให้อุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีกครั้ง โดยยืนยันว่าการดำเนินการอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด ขณะที่คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานโดยละเอียดและเห็นว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมชี้ให้เห็น “ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง” และ “เจตนาเลี่ยงภาษี” ตามข้อเท็จจริงในสำนวน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการวางบรรทัดฐานด้านภาษีในอนาคต

                            การเกิดขึ้นของคำสั่งและคำพิพากษาในช่วงเวลาใกล้กัน จึงนำไปสู่การวิเคราะห์สองด้าน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นการดำเนินงานปกติของกระบสนการยุติธรรม ทั้งพนักงานอัยการและศาลในแต่ละลำดับขั้น ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้ว่ามีแรงกดดันทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเมื่อผลของคดีทั้งสองรวมกันแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อบทบาททางการเมืองของนายทักษิณอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในบริบทที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ทั้งการเปลี่ยนสถานะเป็นฝ่ายค้าน การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำรัฐบาลจากพรรค และการเคลื่อนย้ายของ ส.ส.จำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้พรรคต้องเร่งปรับโครงสร้างและยุทธศาสตร์เพื่อรักษาน้ำหนักทางการเมือง

                          แม้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าปรากฏการณ์ทั้งสองเป็น “แผนสกัดกั้น” หรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ผลทางกฎหมายและการเมืองได้เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเปิดคำถามใหม่ต่ออนาคตของพรรคเพื่อไทย รวมถึงทิศทางระบบการเมืองไทยในระยะยาว ซึ่งยังต้องการกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่รักษามาตรฐานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ก่อนจะสามารถพัฒนาหลุดพ้นจากวังวนเดิมได้อย่างแท้จริง 

                         และท้ายที่สุด… หลายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมิได้เกิดจากผู้ใดจัดฉาก หากเป็นช่วงเวลาที่ “ผลลัพธ์ทางการเมือง” จากพฤติกรรมในอดีตอันยาวนานของนายทักษิณ ที่เหมือนขว้างบูมเมอแรงไปแล้ว  ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเหวี่ยงกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างสาสม

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: เมื่อ Starlink เจอ “ของจริง” จากรัสเซีย-จีน ในสมรภูมิ อิหร่าน!

สงครามปี 2026 ไม่ได้สู้กันด้วยจำนวนรถถัง แต่สู้กันด้วย "คลื่นล่องหน" บนชั้นบรรยากาศ เมื่ออเมริกาพยายามใช้ Starlink เป็นไพ่ตายส่งเน็ตทะลวงการปิดกั้นสื่อในอิหร่าน เพื่อหนุนการประท้วงใหญ่หวังเดินเกมรุกแบบ Soft Power

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ข่าวอื่นๆ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว

“ตึก สตง.” “สีคิ้ว” “พระราม 2”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญเหตุโศกนาฏกรรมจากโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอย่างต่อเนื่อง