หน้าแรกINSIDE - INSIGHT การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

 การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองคดีสำคัญที่พัวพันกับนายทักษิณ ชินวัตร

เผยแพร่

spot_img

ทั้งคดีมาตรา 112 ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นอุทธรณ์ และคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปที่ศาลฎีกากลับคำพิพากษาให้กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีได้อย่างชอบด้วยกฎหมาย

                           เหตุการณ์นี้ ได้จุดคำถามสำคัญในแวดวงการเมืองว่า  เป็นเพียงความบังเอิญของกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นจังหวะที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจ ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางการกลับมามีบทบาททางการเมืองของอดีตผู้นำที่ยังมีอิทธิพลสูงในหมู่ฐานเสียงจำนวนมาก

                          คดีมาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น อัยการสูงสุดเห็นควรให้อุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีกครั้ง โดยยืนยันว่าการดำเนินการอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด ขณะที่คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานโดยละเอียดและเห็นว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมชี้ให้เห็น “ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง” และ “เจตนาเลี่ยงภาษี” ตามข้อเท็จจริงในสำนวน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการวางบรรทัดฐานด้านภาษีในอนาคต

                            การเกิดขึ้นของคำสั่งและคำพิพากษาในช่วงเวลาใกล้กัน จึงนำไปสู่การวิเคราะห์สองด้าน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นการดำเนินงานปกติของกระบสนการยุติธรรม ทั้งพนักงานอัยการและศาลในแต่ละลำดับขั้น ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้ว่ามีแรงกดดันทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเมื่อผลของคดีทั้งสองรวมกันแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อบทบาททางการเมืองของนายทักษิณอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในบริบทที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ทั้งการเปลี่ยนสถานะเป็นฝ่ายค้าน การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำรัฐบาลจากพรรค และการเคลื่อนย้ายของ ส.ส.จำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้พรรคต้องเร่งปรับโครงสร้างและยุทธศาสตร์เพื่อรักษาน้ำหนักทางการเมือง

                          แม้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าปรากฏการณ์ทั้งสองเป็น “แผนสกัดกั้น” หรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ผลทางกฎหมายและการเมืองได้เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเปิดคำถามใหม่ต่ออนาคตของพรรคเพื่อไทย รวมถึงทิศทางระบบการเมืองไทยในระยะยาว ซึ่งยังต้องการกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่รักษามาตรฐานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ก่อนจะสามารถพัฒนาหลุดพ้นจากวังวนเดิมได้อย่างแท้จริง 

                         และท้ายที่สุด… หลายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมิได้เกิดจากผู้ใดจัดฉาก หากเป็นช่วงเวลาที่ “ผลลัพธ์ทางการเมือง” จากพฤติกรรมในอดีตอันยาวนานของนายทักษิณ ที่เหมือนขว้างบูมเมอแรงไปแล้ว  ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเหวี่ยงกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างสาสม

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ข่าวอื่นๆ

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

“บัตรสีชมพู”  เชียงดาว พ่นพิษ ?  เร่งยกระดับความมั่นคงไทย  

“บัตรสีชมพู” จากพื้นที่ห่างไกลที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งขันน็อตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อปิดจุดอ่อนนี้อย่างเร่งด่วน