วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจาก“ภาระ” สู่ “โอกาส” “สังคมผู้สูงวัย” กับโจทย์ใหม่ของรัฐบาล

จาก“ภาระ” สู่ “โอกาส” “สังคมผู้สูงวัย” กับโจทย์ใหม่ของรัฐบาล

เผยแพร่

spot_img

  ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องทำให้รัฐอ่อนแรง หากไทยเปลี่ยนกรอบคิดและลงมือดึงศักยภาพประชากรคุณภาพมาใช้ ตั้งแต่วันนี้

                               การที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนก้าวเข้าสู่ภาวะ “สังคมผู้สูงวัย” อย่างชัดเจน มักถูกวิเคราะห์ในมุมของภาระด้านสาธารณสุขและการสงเคราะห์เป็นหลัก 

                               หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างและคุณภาพประชากร จะพบว่าสังคมผู้สูงวัยของไทยแตกต่างจากภาพเหมารวมที่มักถูกนำเสนอ ผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นผลผลิตของการพัฒนาประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการศึกษา มีประสบการณ์การทำงาน และมีทุนทางสังคมสะสมสูง การเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัยจึงไม่ใช่เพียงต้นทุนของรัฐ หากแต่ก่อให้เกิด “ผลประโยชน์แฝง” ที่เพิ่มขึ้นควบคู่กันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                               ในหลายประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยก่อนหน้า เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี และสิงคโปร์  จากประสบการณ์ชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุสามารถเป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ หากรัฐออกแบบนโยบายรองรับอย่างเหมาะสม 

                              ญี่ปุ่นใช้ผู้สูงอายุเป็นแรงงานเสริมในภาคบริการและชุมชน เยอรมนีดึงประสบการณ์ของผู้สูงวัยเข้าสู่ระบบฝึกอาชีพและอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ขณะที่สิงคโปร์ส่งเสริม

แนวคิดการสูงวัยอย่างมีพลัง เพื่อให้ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาททั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรัฐทำหน้าที่เอื้อให้เกิดการทำงานตามศักยภาพ การมีส่วนร่วมในชุมชน และการถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อเปลี่ยนผู้สูงวัยจากผู้รับสวัสดิการเพียงฝ่ายเดียว ให้เป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

                                   ในบริบทของไทย ผู้สูงอายุที่เกษียณราชการไม่ใช่” ช้างป่วย“ ดังนักการเมืองมากมักอ้าง  แต่ยังมีศักยภาพในการทำงาน การถ่ายทอดความรู้ การเป็นกำลังสำคัญในชุมชน และการสร้างเสถียรภาพทางสังคม การที่ผู้สูงอายุใช้บริการรัฐอย่างมีวินัย และมีความผูกพันกับสถาบันทางสังคม ยังช่วยเสริมความชอบธรรมและความเข้มแข็งของรัฐโดยทางอ้อม 

                                    ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจะสร้างภาระเท่าใด แต่คือรัฐจะสามารถดึง “ผลประโยชน์จากการมีประชากรคุณภาพสูงวัย” นี้ มาใช้ได้มากน้อยเพียงใด

                                   โจทย์เร่งด่วนของไทยจึงอยู่ที่การมีแผนรองรับและลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมในทันที ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุทำงานตามศักยภาพ การพัฒนากลไกเศรษฐกิจผู้สูงวัย  การใช้ทุนทางสังคมของผู้สูงอายุในระดับชุมชน และการป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุถดถอยสู่ความยากจนในบั้นปลาย 

                                   หากรัฐสามารถเปลี่ยนกรอบคิดจาก “การรับภาระ” เป็น “การใช้ศักยภาพ” สังคมผู้สูงวัยของไทยอาจไม่ใช่ความท้าทาย หากแต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป

22/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล