วันเสาร์, มกราคม 24, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจำนวนชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

จำนวนชาวอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

เผยแพร่

spot_img

                              การเข้ามาของชุมชนอิสราเอลในไทยไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ท่องเที่ยวหรือการลงทุนทั่วไป แต่เป็นการตั้งชุมชนขนาดใหญ่ พร้อมศูนย์รวมทางศาสนา เช่น ชาบัดหรือโบสถ์ยิว และบางครั้งใช้กลไกทางกฎหมายอย่าง “นอมินี” เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจ การกระทำเช่นนี้สร้างแรงกดดันต่ออำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ การผูกขาดทางธุรกิจในชุมชนปิดและความแยกตัวจากสังคมไทย อาจกัดกร่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น แย่งอาชีพ และก่อให้เกิดความตึงเครียดทางวัฒนธรรม หากไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ปัญหาจะซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติ

                             บทเรียนจากประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่าการอพยพและตั้งถิ่นฐานใหม่ของชาวยิว (Diaspora) แม้จะสร้างเครือข่ายเข้มแข็งและรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมได้ดี แต่ในบางครั้งก็เกิดความขัดแย้งกับเจ้าบ้าน แม้ไทยจะไม่มีรากฐานความขัดแย้งเช่นเดียวกับอิสราเอล-ปาเลสไตน์

                             การปรากฏของชุมชนแยกตัวและจัดโครงสร้างธุรกิจและศาสนาเป็นอิสระ อาจทำให้สังคมเจ้าบ้านรู้สึกว่าพื้นที่และทรัพยากรถูก “ยึดครอง” เป็นตัวจุดชนวนปัญหาที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมและเศรษฐกิจได้

                            สำหรับประเทศไทย ผลกระทบระยะสั้นเห็นได้จากการบิดเบือนกฎหมายการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การแข่งขันไม่เท่าเทียม และความเชื่อมั่นในธรรมาภิบาลเศรษฐกิจที่ลดลง หากปล่อยให้เกิดต่อไป ปัญหาจะขยายไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวที่อ่อนไหว เช่น ปาย เกาะสมุย และเกาะพะงัน รัฐบาลไทยเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบ “นอมินี” และดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว แต่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น

                               การแก้ไขอย่างยั่งยืนต้องทำสามด้านพร้อมกันบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับทั้งชาวต่างชาติและผู้ช่วยเหลือคนไทย ปิดช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อป้องกันการเลี่ยง และส่งเสริมการบูรณาการทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนต่างชาติ ให้เคารพกฎหมายไทยและร่วมแลกเปลี่ยนกับชุมชนท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ หากละเลย ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นความขัดแย้งซับซ้อนในอนาคต เป็นบทเรียนว่า การปล่อยให้ใครก็ตามทำตามใจโดยไม่ตรวจสอบ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ “น่าอึ้ง” และยากจะแก้ไข

                            น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่รัฐเงียบเฉยได้ขนาดนี้ คงปล่อยให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนแล้วถึบจะตื่นเต้น

                           คนในรัฐบาลก็กำลังเล่นเกม “สายตายาวแต่ช้า” ปล่อยให้ชุมชนแยกตัวและผูกขาดธุรกิจเหมือนเป็นเจ้าของเมือง     

                           ก็นิ่งเฉยต่อไปอีกไม่นาน  ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่โกลาหลเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นบทเรียนกันมาแล้ว

                           ไทยอาจไม่ต้องกังวลเพื่อนบ้านที่พูดเสียงดังจากกัมพูชาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเงี่ยหูฟังเสียงก้าวเท้าจากอีกฝั่งของโลก อย่างอิสราเอลที่เริ่มเข้ามาเงียบ ๆ แต่มั่นคงกว่าเดิม 

                           โลกยุคนี้ไม่ได้วัดกันด้วยอาวุธ แต่อยู่ที่ใครมองเห็นการขยับเขยื้อนที่น่ากลัวก่อนกันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

 “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

จุดที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือ การประกาศสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในนาม "สาธารณรัฐกอทูเล" (Republic of Kawthoolei) โดย พล.อ. เนอดา เมียะ ทายาททางการเมืองของนายพลโบเมียะ

ด่วน! อินเดียวิกฤต สั่งล็อกดาวน์กลุ่มเสี่ยงกักตัวนับร้อย

รัฐบาลอินเดีย ได้เร่งดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ"ไวรัสนิปาห์"(Nipah virus) หลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 5 รายในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล โดยเจ้าหน้าที่รัฐฯให้ข้อมูลว่ามีประชาชนเกือบ 100 คน ถูกกักตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฯ วางแผนเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในคิวบา

สหรัฐอเมริกากำลังค้นหาและติดต่อบุคคลวงในของรัฐบาลคิวบาอย่างแข็งขัน เพื่อช่วยจัดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในกรุงฮาวานาภายในสิ้นปี2026

ทรัมป์ลงนามจัดตั้ง ‘คณะกรรมการสันติภาพ’ สำหรับกาซา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ รายล้อมด้วยผู้นำโลก ขณะประกาศว่าสงครามในฉนวนกาซา “กำลังจะยุติลงจริงๆ” ในพิธีลงนามจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) สำหรับดินแดนดังกล่าว

ข่าวอื่นๆ

 “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

จุดที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือ การประกาศสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในนาม "สาธารณรัฐกอทูเล" (Republic of Kawthoolei) โดย พล.อ. เนอดา เมียะ ทายาททางการเมืองของนายพลโบเมียะ

กรมอุตุ ฯ กับสูตร…มหาโบราณ ! “ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก” “เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง”

เมื่อคำเตือนโบราณ ยังทำหน้าที่แทนการพยากรณ์ยุคใหม่ บทเรียนซ้ำจากภัยพิบัติ ชี้จุดอ่อนโครงสร้างกรมอุตุนิยมวิทยาไทย

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่