วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTต่างชาติจับตาไฟชายแดนไทย-กัมพูชา

ต่างชาติจับตาไฟชายแดนไทย-กัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

ไทยรู้ทัน ฮุน เซนใช้สถานการณ์กลบปัญหาภายใน

                           สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงลุกวาบเป็นระยะ ท่ามกลางการรายงานจากสื่อใหญ่ทั่วโลกที่สะท้อนเสียงเดียวกันว่า ความเคลื่อนไหวจากฝั่งพนมเปญกำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากแรงกดดันภายในกัมพูชาทวีความเข้มข้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดต่อเนื่อง  ค่าใช้จ่ายที่กดทับประชาชน และแรงต่อต้านทางการเมืองจากเครือข่ายสม รังสี ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ารัฐบาลฮุน เซนใช้เหตุปะทะที่ชายแดนเป็นเครื่องเบี่ยงเบนความสนใจ มากกว่าจะเป็นปัญหาพิพาทเขตแดนตามข้อเท็จจริง

                             ท่าทีของสหรัฐส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายระงับการใช้กำลัง โดยเน้นย้ำหลักความโปร่งใสและการเคารพอธิปไตย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนว่าความไม่มั่นคงในภูมิภาคไม่อาจยอมรับได้ พร้อมจับตาการเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา สะท้อนว่าแรงกดดันนี้มุ่งไปยังพนมเปญมากกว่าไทย

                           ด้านจีนแม้ไม่ออกแถลงการณ์แข็งกร้าว แต่สื่อกระแสหลักของจีนให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อเสถียรภาพภูมิภาคมากกว่าการชี้ผิดถูก ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเตือนทางอ้อมต่อฮุน เซน เพราะการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลทางการเมืองภายใน อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในภูมิภาคที่จีนลงทุนอย่างหนัก จึงไม่พร้อมปกป้องกัมพูชาแบบไร้เงื่อนไข

                            จากปัจจัยทั้งหมด นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า ไทยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เฉียบขาด และอยู่ในกรอบของการป้องกันตนเองตามหลักสากล การตอบโต้ต้องได้สัดส่วน ไม่ยืดเยื้อ และไม่เปิดช่องให้กัมพูชานำเหตุปะทะไปขยายผลบนเวทีโลกในฐานะผู้ถูกกระทำ ทั้งที่ปัจจัยภายในพนมเปญคือชนวนสำคัญที่ผลักดันสถานการณ์ ไทยจึงควรบริหารเกมนี้ด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว เพื่อรักษาความชอบธรรมและไม่ตกเป็นเครื่องมือในกลยุทธ์ทางการเมืองของรัฐบาลกัมพูชาที่กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธาภายในประเทศตัวเอง

                          “แม้เสียงจากนานาชาติจะเรียกร้องให้หยุดยิงทันที แต่การวางปืนลงเป็นเพียงการยุติเสียงปะทะ มิใช่การคลี่คลายรากของปัญหา และยิ่งไม่ใช่คำตอบของสันติภาพที่ยั่งยืน เมื่อความกดดันภายในกัมพูชายังไม่ได้รับคำอธิบายอย่างโปร่งใส

                         ขณะเดียวกัน หากกองทัพไทยตอบโต้ด้วย

มาตรการที่ได้สัดส่วน รวดเร็ว และชัดเจนภายใต้กรอบป้องกันตัว นานาประเทศก็จะได้รับรู้ว่า รัฐบาลฮุน เซนไม่อาจนำ “เกมเดิม” กลับมาใช้เพื่อบิดเบือนสถานการณ์บนเวทีโลกได้อีกต่อไป

11/12/2568    “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

ไลฟ์สด  “ทุเรียนลูกละ 100” ศุภจี จับมือ พิมรี่พาย ให้อินฟลู ฯ  ระเบิดราคา..ราชินีผลไม้ 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์รวดเร็วแบะดุเดือด Fast & Furious ด้วยการดึงตัวแม่วงการ Live Commerce อย่าง 'พิมรี่พาย' มาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันระบายสินค้าเกรดรองในราคา "ลูกละ 100 บาท" เพื่อแก้ปัญหาสินค้าค้างสวนทับถมประชาชน

เสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ