วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ "คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1"

ถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1”

เผยแพร่

spot_img

จากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญสู่จรรยาบรรณที่จับต้องได้… เพื่อเกียรติยศแห่งตำแหน่งหน้าที่

                          วันที่ 6 เมษายน  นี้ ถือเป็นศุภวาระอันศักดิ์สิทธิ์ “วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์” หรือ “วันจักรี” อันเป็นวันที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงแผ่พระบารมีคุ้มเกล้าเหล่าพสกนิกรให้มีความร่มเย็นเป็นสุขสืบมา

                        และในวันอันเป็นมหามงคลนี้ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีกำหนดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ฯ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นห้วงเวลาสำคัญที่ฝ่ายบริหารจะต้องตระหนักถึงความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุดต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

พันธะทางกฎหมายที่มาพร้อม “มโนธรรม”

                          ตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 การถวายสัตย์ปฏิญาณมิใช่เพียงพิธีกรรมตามระเบียบราชการ แต่เป็น “พันธะทางกฎหมาย” (Legal Obligation) อันสำคัญยิ่งที่จะทำให้การเป็นคณะรัฐมนตรีนั้นสมบูรณ์ตามหลักกฎหมาย

                        ถ้อยคำที่ว่า “จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน” คือการถวายคำมั่นสัญญาต่อหน้าพระประมุขผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของรัฐชาติ 

                         ดังนั้น รัฐมนตรีทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ของถ้อยคำ มิให้เป็นเพียงการกล่าวตามหน้าที่ แต่ต้องหยั่งรากลึกเป็นจิตสำนึกในการปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมและรักษาไว้ซึ่งธรรมาภิบาล

ส่องอารยประเทศ การให้คำมั่นสัญญาต่ออำนาจอธิปไตย

                         เมื่อเปรียบเทียบกับนานาอารยประเทศ กระบวนการนี้คือจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อสาธารณะ

                 ที่สหรัฐอเมริกา  ประธานาธิบดีต้องสาบานตนโดยวางมือบนคัมภีร์หรือรัฐธรรมนูญต่อหน้าประธานศาลสูงสุด เพื่อยืนยันความยึดมั่นในหลักการและกฎหมาย

                 ที่เยอรมนี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องปฏิญาณตนต่อหน้าสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันการอุทิศตนเพื่อความ

ผาสุกของประชาชนและรักษาไว้ซึ่งกฎหมายพื้นฐาน

                       หัวใจสำคัญของนานาประเทศคือการแสดงความสง่างาม และความโปร่งใสในจุดเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการปกครองและตัวแทนของปวงชน

บทเรียนจากอดีต เกียรติประวัติหรือรอยด่างพร้อย

                       ประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีบทเรียนที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ละเลยต่อคำสัตย์ปฏิญาณและเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มักประสบกับวิบากกรรมทางการเมืองและถูกกฎหมายลงโทษในที่สุด สิ่งเหล่านี้เตือนใจคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า “การกระทำย่อมสะท้อนผล” เกียรติยศที่แท้จริงมิได้มาจากหัวโขนทางการเมืองที่สวมใส่ แต่มาจากความซื่อตรงต่อคำสัตย์ที่ได้ให้ไว้ในวาระสำคัญที่สุดของการเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

ความคาดหวังต่อ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน”

                       ประชาชนปรารถนาจะเห็นคณะรัฐมนตรีชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศชาติ การเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณในวันจักรีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ถึงความจงรักภักดีและความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาบ้านเมือง หากคณะรัฐมนตรีร่วมกันยึดถือแนวทางความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ย่อมจะเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชนและนำพาสังคมไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป

แง่คิดหลังคำสัตย์ปฏิญาณ

                           การถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็น”หัวใจสำคัญที่มากกว่าถ้อยคำ”  เป็นวินาทีแห่งเกียรติยศสูงสุดที่คณะรัฐมนตรีได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ ถือเป็นมงคลและเป็นความภาคภูมิใจที่พึงรักษาไว้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด

                 การตระหนักรู้ว่าอำนาจที่ได้รับมานั้น มีไว้เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มิใช่เพื่อการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนซึ่งขัดต่อคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้

                คณะรัฐมนตรีที่สง่างาม  คือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและเที่ยงธรรม เพื่อให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศชาติ และเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน

                   THAITRIBUNE  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันที่ 6 เมษายนนี้ จะเปลี่ยน “คำมั่นสัญญา” ให้เป็น “การปฏิบัติจริง” เพื่อความวัฒนาสถาพรของชาติบ้านเมืองสืบไป

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก