วันจันทร์, มกราคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

ทหารไทยตอบโต้ดุเดือด หลังกัมพูชายิงล้ำแดน

เผยแพร่

spot_img

 การเปิดฉากยิงล้ำแดนของกัมพูชาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการท้าทายอำนาจอธิปไตยไทย แต่ยังสะท้อนภาวะ “ไร้เสถียรภาพภายในกัมพูชา” ที่ผลักดันให้ฮุน เซน ต้องสร้างประเด็นข้ามพรมแดน เพื่อดึงความสนใจทั้งโลกออกจากแรงกดดันทางการเมืองในประเทศ  และหวังให้เรื่องชายแดนกลายเป็นวาระที่องค์กรระหว่างประเทศต้องหันมาพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                      ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนภาคตะวันออกตลอด 48 ชั่วโมงล่าสุด ได้สร้างความสูญเสียแก่ฝ่ายไทยอย่างเป็นรูปธรรม กองกำลังป้องกันชายแดนยืนยันว่า ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย  บาดเจ็บ 4 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย

             ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตามแนวจังหวัดชายแดนกว่า 300,000 คน ถูกสั่งอพยพเข้าไปยังหลุมหลบภัยและศูนย์พักพิงชั่วคราว กระทบทั้งชีวิต ความปลอดภัย การทำกิน และโครงสร้างสังคมโดยตรง

            ถนนสายหลักหลายช่วงถูกปิดการจราจร โรงเรียนในรัศมีใกล้ชายแดนต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรองรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังที่ขาดยารักษา

                  แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทยเชื่อสอดคล้องกันว่า เหตุปะทะคราวนี้ผูกโยงโดยตรงกับแรงกดดันทางการเมืองภายในกัมพูชา ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                 เชื่อกันว่า ฮุน เซน ต้องการสร้าง “ปัญหาระดับนานาชาติ”  จากการปะทะชายแดนเป็นประเด็นที่สามารถยกระดับไปสู่เวทีสหประชาชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้ทันที จึงเป็นวิธีที่ผู้นำเผด็จการจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ในสถานการณ์ที่กำลังถูกกดดัน

               ด้วยสถานะที่ถูกตั้งคำถามในเวทีสากลอยู่แล้ว ฮุน เซนต้องการ “ลากไทยเข้าไปในเกม” เพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามจนเกิดแรงกดดันจากภายนอก ช่วยเปิดพื้นที่ให้เขาอ้างความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป

              สถานการณ์ภายในที่ฮุน เซนกำลัง “ตกอับ” มากที่สุดในรอบหลายปี  โดยเฉพาะการตัดท่อน้ำเลี่ยงสำคัญอย่างสแกมเมอร์ กระแสต่อต้านภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากภาคประชาชนและกลุ่มฝ่ายค้าน

              ฝ่ายค้านเก่าที่เคยถูกกวาดล้าง นำโดย สม รังสี กำลังฟื้นการเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ พร้อมประกาศตั้ง “รัฐบาลอิสระนอกประเทศ” เมื่อ 2 เดือนก่อน ทำให้ฝ่ายฮุน เซนถูกบีบรัดทั้งในและนอกประเทศ

             ภายใต้แรงกดดันรอบด้าน การสร้างสถานการณ์ความมั่นคงข้ามพรมแดนจึงกลายเป็น “ทางเลือกที่ง่ายที่สุด” ในการเบี่ยงเบนสายตาประชาชน พร้อมปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อประคับประคองอำนาจของตนเอง

              ผลกระทบที่ไทยเผชิญไม่ใช่เพียงความเสียหายทางกายภาพหรือจำนวนผู้บาดเจ็บ แต่ยังรวมถึง ภาวะกดดันด้านมนุษยธรรมจากการอพยพครั้งใหญ่ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจชายแดน การขนส่ง และการค้า  ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก หากไม่เร่งตอบโต้เชิงกฎหมายระหว่างประเทศอย่างมีน้ำหนัก

    การปล่อยให้ปะทะลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำโดยไม่ขยับในทางการทูตอาจทำให้ไทยถูกตีความว่า “อ่อนแอ” และเปิดช่องให้ต่างชาติอื่นเข้ามาตีความสถานการณ์ผิดเพี้ยนได้ง่าย

                   มุมมองนักวิเคราะห์เสนอว่าไทยจำเป็นต้องดำเนินการพร้อมกันหลายด้าน ได้แก่  รวบรวมหลักฐานทุกมิติ ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม ตำแหน่ง GPS คลิปเสียง และคำให้การ เพื่อใช้ในเวทีระหว่างประเทศ

       ยกระดับการสื่อสารสาธารณะของไทยสู่โลกภายนอก ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาในภูมิภาค เพื่อคุมข้อมูลไม่ให้ถูกบิดเบือน

      เสริมระบบป้องกันพลเรือน โดยกระจายศูนย์หลบภัย อาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

      เปิดช่องทางทางการทูตผ่านอาเซียนและสหประชาชาติ เพื่อย้ำว่าไทยถูกกระทำ มิใช่ผู้เริ่มต้นความขัดแย้ง

                สถานการณ์นี้  หากผู้นำกัมพูชายังคงหลงคิดว่าเหตุปะทะชายแดนสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือเอาตัวรอดทางการเมืองภายในของเขาได้อีกต่อไป  ก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า ประเทศไทยจะไม่ยอม “อดทน” เพื่อรอให้ทหารของเราต้องตายเพิ่มอีกแม้แต่ศพเดียว

ข่าวล่าสุด

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: เมื่อ Starlink เจอ “ของจริง” จากรัสเซีย-จีน ในสมรภูมิ อิหร่าน!

สงครามปี 2026 ไม่ได้สู้กันด้วยจำนวนรถถัง แต่สู้กันด้วย "คลื่นล่องหน" บนชั้นบรรยากาศ เมื่ออเมริกาพยายามใช้ Starlink เป็นไพ่ตายส่งเน็ตทะลวงการปิดกั้นสื่อในอิหร่าน เพื่อหนุนการประท้วงใหญ่หวังเดินเกมรุกแบบ Soft Power

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ข่าวอื่นๆ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว

“ตึก สตง.” “สีคิ้ว” “พระราม 2”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญเหตุโศกนาฏกรรมจากโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอย่างต่อเนื่อง