หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนายก ฯ อนุทินหัวเราะ “You know me little go”  ทั้งกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ และกลบเสียงวิจารณ์อุทกภัย

นายก ฯ อนุทินหัวเราะ “You know me little go”  ทั้งกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ และกลบเสียงวิจารณ์อุทกภัย

เผยแพร่

spot_img

ท่ามกลางปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ รัฐบาลกลับได้ “สองต่อ” อย่างไม่ตั้งใจ เมื่อภาพหลุดของ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” กับรัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน และคนดังบ้านเมืองหลายคน ถูกเผยแพร่พร้อม ๆ กับกระแสวิจารณ์การรับมืออุทกภัย แต่การแถลงของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยประโยค “You know me little go“  ”คุณรู้จักผมน้อยไป” กลับช่วยดึงความสนใจมาสู่ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่แทนที่จะเป็นประเด็นวิกฤตน้ำท่วม

หลังปฏิบัติการยึดทรัพย์ เครือข่ายของ เบน สมิธ ซึ่งเกี่ยวข้องคดีสแกมเมอร์ ธุรกิจสีเทา เรือยอร์ช และเส้นทางเงินหมุนเวียนจำนวนมากในต่างประเทศ ตำรวจได้เร่งขยายผลติดตามเส้นเงินและเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ได้มีภาพถ่ายเก่าเมื่อราว 10 ปีก่อนที่ปรากฏเฟรมร่วมระหว่างเบน สมิธ กับนายอนุทิน และข้าราชการระดับสูงหลายคน ถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยว่าอาจนำไปสู่การ “เก็บคดีไว้ใต้พรม” หรือไม่

ต่อกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงอย่างละเอียดว่า “รู้จักแต่ไม่สนิท” เคยพบกันตามงานเพียง 5-6 ครั้ง และไม่เคยมีธุรกรรมหรือความเกี่ยวข้องทางธุรกิจร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “รูปก็คือรูป จะเอาอะไรกันนักหนา” 

ประเด็นกลับเดือดขึ้นกว่าเดิมเมื่อสส.ฝ่ายค้าน รังสิมันต์ โรม ออกมาแถลงว่า นายกรัฐมนตรีควรปลดรัฐมนตรีบางคนที่เคยยอมรับว่ารู้จักเบน สมิธ มาก่อน แถมยังส่งลูกน้องไปเป็นทนายความให้เบน สมิธ เพื่อฟ้อง สส.ฝ่ายค้านที่อภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาล  ทำให้กระแส “ภาพหลุดการเมือง สแกมเมอร์” เชื่อมโยงกันเป็นแพ็กเดียว ท่ามกลางการตั้งคำถามว่านี่เป็นเกมการเมือง หรือความพยายามดึงรัฐบาลลงเหวตามที่นายอนุทินกล่าวหรือไม่

แม้ข้อเท็จจริงทางคดีต้องรอผลการสอบสวนเชิงลึกของตำรวจ แต่ภาพรวมสะท้อนชัดว่ารัฐบาลกำลังใช้จังหวะคดีใหญ่ระดับชาติ เพื่อประกาศความจริงจังในการกวาดล้างอาชญากรรมข่ามชาติ    และกลบเสียงวิจารณ์เรื่องความล่าช้าในการจัดการอุทกภัยที่หาดใหญ่ที่ไปพร้อมกัน การสื่อสารเชิงรุกของนายกรัฐมนตรี   ทั้งการตอบโต้แบบตรงไปตรงมา การย้อนถามสื่อประเด็นสัญชาติ และการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ถูกปลดจากรัฐบาลชุดก่อน เพียงแต่ให้เปลี่ยนกระทรวงแล้วไม่ยอมรับ  ล้วนทำให้ความสนใจของสังคมหันกลับไปที่การดำเนินคดีมากกว่าจะเป็นประเด็นด้านบริหารจัดการน้ำ

 ดูเหมือนว่าในยุคนี้ ภาพหลุดเก่าจะนานหรือไม่นาน อาจไม่แรงพอจะโค่นรัฐบาลได้ เพราะเพียงประโยค “You know me little go” ก็ทำเอาเสียงวิจารณ์จมอยู่ใต้กระแสน้ำข่าวใหม่ทันที เหลือไว้เพียงคำถามเดียวว่า ระหว่างสแกมเมอร์เรือยอร์ช กองทุนสีเทา กับเกมปล่อยภาพบนโซเชียล อะไรสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่ากันกันแน่

แต่ถ้ารัฐบาลใช้ทุกคลื่นวิกฤตเป็นโอกาส “โยกกระแส” ได้แบบนี้ สงสัยอีกไม่นาน…สื่อคงต้องเตรียมตัวแข่งความเร็วกับพายุการเมืองแทนสภาพอากาศเสียแล้ว

“ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

ข่าวอื่นๆ

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี