วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

ผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

เผยแพร่

spot_img

หายนะอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้  มิได้เกิดขึ้นเพราะฝนหนักเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลพวงของ “ความล้มเหลวด้านการประสานงาน” ตั้งแต่ระดับแจ้งเตือนภัยไปจนถึงการสั่งการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

                           เมื่อหน่วยงานส่วนกลางอย่าง สทนช. และ ปภ. ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายระลอก แต่ระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ กลับประเมินว่า “เอาอยู่” จนน้ำหลากเข้าท่วมเมืองอย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น

                           จากการประเมินเบื้องต้น เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตประชาชนหลายร้อยราย มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ครัวเรือนหลายหมื่นหลังคาเรือนต้องอพยพ โรงเรียน โรงพยาบาล ถนน และสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสื่อสารหลายพื้นที่ถูกตัดขาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ความเสียหายทางทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานมีมูลค่าหลายพันล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนต้องอาศัยในศูนย์พักพิงเป็นเวลานาน และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล

                            ยิ่งไปกว่านั้น การจัดโครงสร้างบัญชาการหลังน้ำท่วมก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาความ“ไม่เป็นเอกภาพ” เมื่อมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหลายชุด ทั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มาจากรองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารทหารสูงสุด  รวมถึงผู้แทนฝ่ายการเมืองที่ต่างถูกมองว่ามีบทบาท “ควบคุมสถานการณ์” ตามดุลยพินิจของตนเอง 

                          ผลลัพธ์คือเกิดการสั่งการซ้ำซ้อน การประสานงานขัดแย้ง และการใช้ทรัพยากรไม่ตรงจุด ทำให้การช่วยเหลือประชาชนล่าช้า และขยายวงความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                         บทเรียนสำคัญที่ปรากฏอย่างชัดเจนคือ ประเทศยังขาดโครงสร้างผู้บัญชาการเหตุการณ์แบบ “เอกภาพคำสั่ง” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการรับมือภัยพิบัติใหญ่ การเตือนภัยต้องไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลจากส่วนกลางไปพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ข้อมูลถูกตีความอย่างถูกต้อง และนำไปสู่คำสั่งปฏิบัติจริง เช่น การอพยพ การปิดเส้นทาง การระดมทรัพยากร และการแจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ขณะที่การแก้ไขหลังเหตุการณ์ต้องมุ่งไปที่การรวมศูนย์สื่อสารและบัญชาการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันความสูญเสียในอนาคต

                        ในท้ายที่สุด ประชาชนย่อมตั้งคำถามว่า เมื่อความสูญเสียเกิดขึ้นเพราะความไม่เป็นเอกภาพของกลไกรัฐ นายกรัฐมนตรี  จะอดทนหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างไร 

                        หากยังคงยืนมองสถานการณ์จากระยะไกล โดยหวังว่าสาธารณชนจะยังจดจำผลงานมากกว่าความล้มเหลวครั้งนี้  ก็คงต้องบอกว่า ความหวังในการรักษาที่นั่งทางการเมืองในอนาคต อาจ “เอาไม่อยู่” ไม่ต่างจากน้ำที่ไหลบ่าท่วมเมืองในครั้งนี้

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว