วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

ภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

เผยแพร่

spot_img

  การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวา ได้กลายเป็นเวทีที่ไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อคณะผู้แทนไทยเปิดหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และคำยืนยันจากชุดสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตปลอดทุ่นระเบิด โดยเฉพาะบริเวณช่องบก ช่องอานม้า หลักฐานดังกล่าวทำให้ข้ออ้างเดิมของกัมพูชาว่าเป็น “ระเบิดเก่าตกค้าง” แทบไม่อาจยืนอยู่ได้อีกต่อไป ไทยจึงเสนอให้ตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระภายใต้ UN เพื่อยุติความคลุมเครือที่สะสมมานานบนแนวชายแดน

                            เพียงสองวันหลังการประชุม เหตุการณ์ชายแดนกลับทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อมีการยิงปะทะเข้ามาฝั่งไทยบริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหิน  ศรีสะเกษ ระหว่างที่ทหารไทยกำลังลาดตระเวน  จนกองทัพไทยยกระดับเตือนภัยทันที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในจังหวะที่หลายฝ่ายกำลังจับตาปฏิกิริยาของกัมพูชาหลังถูกเปิดโปงด้วยหลักฐานในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่งประเมินว่า การยิงครั้งนี้เป็นสัญญาณตอบสนอง เพื่อสร้างแรงกดดันกลับไปยังไทย หรือเพื่อทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นก่อนการจัดตั้งทีมตรวจสอบจากภายนอก

                             ความท้าทายจึงย้ายจากห้องประชุมไปสู่พื้นที่ชายแดนจริง ไทยจำเป็นต้องเดินหน้าผลักดันคณะกรรมการตรวจสอบอิสระให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันมิให้เหตุยิงครั้งนี้ถูกตีความเป็นเพียง “เหตุการณ์เฉพาะหน้า” ซึ่งจะทำให้สาระสำคัญของการละเมิดออตตาวาถูกกลบไป ขณะเดียวกันไทยต้องรักษาระดับความยับยั้งชั่งใจ ไม่เปิดช่องให้สถานการณ์ลุกลามหรือถูกดึงเข้าสู่เกมยั่วยุ ซึ่งอาจกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ใช้ต่อรองในทางการทูตได้

                             ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น การยิงปะทะหลังการประชุมสองวันเหมือนเป็นข้อความที่ดังยิ่งกว่าถ้อยแถลงใดในเจนีวา ข้อความที่บอกเป็นนัยว่า แม้กติการะหว่างประเทศจะถูกหยิบขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง แต่พฤติการณ์ของกัมพูชาในแนวชายแดนยังไม่เปลี่ยนไปตามนั้น การกระทำเช่นนี้จึงยิ่งทำให้สายตาของประชาคมโลกหันกลับมาตั้งคำถามกับกัมพูชาชัดขึ้นกว่าเดิมว่า หากความจริงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แล้วเหตุใดการใช้เสียงปืนจึงต้องรีบมาคั่นทันทีหลังวันประชุม

ข่าวล่าสุด

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

ลิซ่า เดิมพันครั้งใหญ่ของ ฟีฟ่า

องค์กรจัดการลิขสิทธิ์เพลง (PRO) เพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อศิลปิน ที่จะแสดงใน ฟุตบอลโลก 2026 LISA นางฟ้าตัวน้อยจากประเทศไทย ลิซ่า ไม่ได้เดินตามเกมของใคร ลิซ่า กำลังสร้างเกมของตัวเอง กับมหาอำนาจกีฬาโลก

ใบไม้หนึ่งใบ กับสุนัขที่เข้าใจ “การแลกเปลี่ยน” เหมือนมนุษย์

เป็นสุนัขจรที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล มันใช้ชีวิตปะปนกับนักเรียน เห็นกิจวัตรเดิมทุกวัน—การต่อแถว การยื่นเงิน การรับของตอบแทน ภาพเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็น “ข้อมูล” ที่มันสะสมโดยไม่ต้องมีใครบอก

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น