หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

เผยแพร่

spot_img

กองทัพอาจต้องรับบทนำ หากสถานการณ์ลุกลาม

 การขอพระราชทานยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในช่วงที่รัฐบาลยังมีเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจค้างคา ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อความพร้อมของรัฐไทยในการรับมือสถานการณ์ชายแดนที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง และอาจต้องอาศัยอำนาจตัดสินใจระดับสูงแบบเร่งด่วนในเวลาอันใกล้

                      การยุบสภาในเวลาที่รัฐบาลยังเหลือภารกิจต้องปิดบัญชีอีกจำนวนมาก รวมถึง MOA เรื่องรัฐธรรมนูญที่ต้องเร่งสรุปภายในหนึ่งเดือนเศษ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของการเร่งเดินหมากทางการเมืองครั้งนี้ นายอนุทินถูกมองว่ากังวลความเสี่ยงที่จะถูกยื่นอภิปรายในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนเลือกยุบสภาก่อน แม้ต้องแลกกับการลดทอนอำนาจในการบริหารประเทศลงทันที

                       สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ยังไม่มีสัญญาณยุติโดยสมบูรณ์ ขณะที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ อำนาจเชิงนโยบายและงบประมาณหลายด้านถูกจำกัดลง ความเร่งด่วนในการตัดสินใจด้านความมั่นคง การเคลื่อนกำลัง การเสริมยุทโธปกรณ์ หรือการตอบโต้ตามหลักสัดส่วน ล้วนต้องการ “รัฐบาลเต็มเข็ม” ซึ่งไทยไม่มีแล้วหลังการยุบสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา

                       หากไฟชายแดนลุกลามไปอีกระดับ การตัดสินใจที่รวดเร็วทั้งด้านกฎหมายการใช้กำลังและงบประมาณฉุกเฉินต้องย้ายไปอยู่ที่กองทัพ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่หรือทั่วประเทศ การตัดสินใจเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ในเวทีอาเซียนและนานาชาติอย่างมาก เพราะในห้วงรัฐบาลรักษาการ ทุกการเคลื่อนไหวของกองทัพจะถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจทหารเกินควร แม้จะเป็นการปฏิบัติจำเป็นตามสถานการณ์ก็ตาม

                         นอกจากความมั่นคง รัฐบาลยังปล่อยภาระคั่งค้างจำนวนมากไว้กับระบบราชการในสถานะจำกัด ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัสที่ยังไม่สรุปเฟสใหม่ งบเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ยังไม่เสร็จ รวมถึงมาตรการรองรับเศรษฐกิจปลายปีที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร การยุบสภาจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนสนามการเมือง แต่ยังผลักภาระหนักให้ระบบรัฐที่มีอำนาจไม่เต็มมือในห้วงเวลาอ่อนไหวอย่างยิ่ง

                          ไทยกำลังมีไฟชายแดนลุกอยู่ต่อหน้า มีเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจรัฐธรรมนูญ มีโครงการเศรษฐกิจและงบฟื้นฟูที่ยังรอการอนุมัติ แต่รัฐบาลกลับเลือกลดสถานะลงเหลือเพียง “รักษาการ” โดยสมัครใจ ทั้งที่รู้ว่าหากสถานการณ์ชายแดนขยายวง อำนาจตัดสินใจจะย้ายไปอยู่กับกองทัพทั้งหมด ตั้งแต่การเคลื่อนกำลังไปจนถึงการประกาศกฎอัยการศึก  

                         ในวันที่โลกกำลังจับตานี้  ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นราคาที่ประเทศต้องจ่ายมากจากการเมืองที่ตัดสินใจเร็วเกินไป

12/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง