วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่ชายแดน ...

 ระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่ชายแดน ไทย–กัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

ความเงียบของบางประเทศ อาจเสียงดังยิ่งกว่าระเบิดที่ชายแดน

ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ปรากฏภาพความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตกลับจากพนมเปญ  ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนความวิตกต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

                รายงานข่าวล่าสุดแจ้งว่า  ทหารไทย 3 นายในสังกัดหน่วยลาดตระเวน ถูกกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน 481 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องถูกตัดขา

                กองทัพไทยเปิดเผยว่า ทุ่นระเบิดที่ใช้เป็นชนิด PMN‑2 ซึ่ง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นระเบิดที่เพิ่งถูกวางใหม่ จะหมายถึงการละเมิดอนุสัญญาต้านทุ่นระเบิด (Ottawa Treaty) ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีร่วมลงนาม

              กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำพนมเปญกลับเป็นการชั่วคราว โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับใด

               ขณะที่รัฐบาลกัมพูชา ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่มีรายงานว่า บุคคลสาธารณะและผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์บางส่วนในกัมพูชา ได้แสดงความเห็นเชิงล้อเลียนต่อเหตุการณ์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนชาวไทยอย่างกว้างขวาง

                เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปราะบางของความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ที่มีประวัติความขัดแย้งฝังลึกในระดับประชาชนและในเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ แม้ในระดับนโยบายจะเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวร่วมกัน แต่การจัดการพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นจุดอ่อนไหวอย่างยิ่ง

                 มาตรการเรียกทูตกลับ ถือเป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ของความไม่พอใจทางการทูต   อันเป็นการ “ลดระดับ” ความสัมพันธ์โดยตรง   ถือเป็นการเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังเดินเข้าสู่ช่วงที่ต้องมีการทบทวนและประเมินท่าทีอย่างรอบคอบมากขึ้น

                 เรามึความเห็นว่า  สถานการณ์เปราะบางเช่นนี้ไม่ควรผลีผลามคล้อยตามไปกับการกระพือทั้งการปฏิบัติการทางทหาร และข่าวสารหลากหลาย

                 การหาช่องทางเพื่อเจรจาระดับทหารในพื้นที่ ควรได้รับการเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้หรือความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น     และหากจะได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์ชนิดของทุ่นระเบิด รวมถึงที่มาของเหตุการณ์ด้วย ก็จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ทางหนึ่ง

                สิ่งที่ไม่อาจมองข้าม  คือการดำเนินการผ่านช่องทางพหุภาคี เช่น ASEAN หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งหากฝ่ายกัมพูชาไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

ไลฟ์สด  “ทุเรียนลูกละ 100” ศุภจี จับมือ พิมรี่พาย ให้อินฟลู ฯ  ระเบิดราคา..ราชินีผลไม้ 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์รวดเร็วแบะดุเดือด Fast & Furious ด้วยการดึงตัวแม่วงการ Live Commerce อย่าง 'พิมรี่พาย' มาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันระบายสินค้าเกรดรองในราคา "ลูกละ 100 บาท" เพื่อแก้ปัญหาสินค้าค้างสวนทับถมประชาชน

เสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ