วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวาระตกต่ำของ "ค่ายสีแดง" สะท้อนเกมอำนาจใหม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญ "เพื่อไทย" ถูกโหวตคว่ำในสภา

วาระตกต่ำของ “ค่ายสีแดง” สะท้อนเกมอำนาจใหม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญ “เพื่อไทย” ถูกโหวตคว่ำในสภา

เผยแพร่

spot_img

                       มติที่ร่างฯ ถูกตีตกเพราะขาดเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิก  เพียงหยิบมือ คือสัญญาณอันชัดเจนว่า กลไกอำนาจรัฐได้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างสมบูรณ์ และพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นผู้กุมเกมได้กลายสภาพเป็นเพียง “คู่แข่งรายใหญ่” ที่ถูกล็อกและบีบด้วยกลไกทางกฎหมายและการเมืองอย่างมีเป้าหมาย การที่ร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และพรรคประชาชน (People’s Party) ได้รับการโหวตผ่าน จึงสะท้อนสมการอำนาจใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยได้กุมอำนาจบริหารและสามารถประสานงานกับกลุ่มอำนาจเดิมได้เหนือกว่าพรรคเพื่อไทยอย่างเด็ดขาด

                         ความเพลี่ยงพล้ำครั้งนี้ไม่อาจแยกออกจาก “มรสุมตระกูลชินวัตร” ที่กำลังโหมกระหน่ำพรรคอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ต้องกลับเข้าสู่กระบวนการรับโทษจำคุกอย่างแท้จริง แม้จะลดโทษแล้ว แต่ก็สร้างบาดแผลลึกให้กับ “แบรนด์เพื่อไทย” ที่เคยขายความสามารถในการนำพรรคกลับสู่อำนาจอย่างเด็ดขาด ภาพลักษณ์ของ ‘ผู้นำที่อยู่เหนืออำนาจ’ ได้ถูกแทนที่ด้วยภาพ “ผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิพิเศษ” ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือทั้งในสายตาประชาชนและกลุ่มอำนาจเดิมที่เคยถูกท้าทาย การกลับเข้าเรือนจำของนายทักษิณ ไม่ได้เป็นเพียง “ปุ๋ยการเมือง” ตามที่บางฝ่ายคาดหวัง แต่มันคือ “ยาพิษทางการเมือง” ที่ทำให้ ส.ส. และสมาชิกพรรคที่เคยยึดโยงกับอำนาจบารมีส่วนตัวเริ่มมองหา “เรือลำใหม่” ที่มั่นคงกว่า

                      ความอ่อนแอภายในพรรคได้เปิดทางให้เกิดปรากฏการณ์ “งูเห่าเลื้อยออกจากถ้ำ” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มการเมืองที่ต้องการความมั่นคง ขณะที่พรรคเพื่อไทยถูกกดดันให้ต้องไปเป็นฝ่ายค้านอย่างไม่เต็มใจ

                      การไหลออกของ ส.ส. ที่ต้องการความแน่นอนในการทำงานและงบประมาณ จึงเป็นไปตามหลัก “คณิตศาสตร์การเมือง” อย่างแท้จริง 

                     การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้สำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขจากพรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า พวกเขามีความสามารถในการบริหารจัดการอำนาจและผลประโยชน์ได้ดีกว่าพรรคเพื่อไทยในภาวะที่ไร้ผู้นำที่ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง การที่ร่างของเพื่อไทยตกไปนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยัง ส.ส. ทั่วประเทศว่า “ที่นี่ไม่มีอนาคต” สำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

                     ดังนั้น ความพ่ายแพ้ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการ “ผ่าตัดใหญ่” ทางการเมืองที่จะตามมา พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับภาวะ “วิกฤตอัตลักษณ์” ที่ต้องเลือกระหว่างการรักษาความเป็นพรรคที่ยึดโยงกับจิตวิญญาณเดิม หรือการปรับตัวให้เป็นพรรคการเมืองยุคใหม่ที่พึ่งพากลไกประชาธิปไตยในสภาอย่างแท้จริง ซึ่งดูเหมือนว่าการไปหนุน ร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักคือการพยายามรักษาฐานเสียงประชาธิปไตยไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่แรงบีบจากรัฐบาลภูมิใจไทยที่กำลังเผชิญกระแสกดดันให้ยุบสภา จากฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ต้องจัดการปัญหาภายในประเทศ ก็อาจทำให้เกมอำนาจนี้จบลงด้วยการ “ยุบสภา” เพื่อรีเซ็ตกระดานใหม่ 

                         อาจเป็นทางรอดเดียวที่พรรคเพื่อไทยหวังจะใช้ “ปุ๋ยแห่งความเห็นใจ” จากผู้นำที่ถูกจองจำ มาพลิกเกมการเลือกตั้งครั้งหน้า ก่อนที่พรรคจะถูกกลืนกินโดยอำนาจใหม่จนหมดสิ้นอย่างถาวรเป็นแน่แท้

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล