หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ศึกกลางสภาสูง ส.ว.ปากกล้า ปะทะ ส.ว.สายสีน้ำเงิน”

“ศึกกลางสภาสูง ส.ว.ปากกล้า ปะทะ ส.ว.สายสีน้ำเงิน”

เผยแพร่

spot_img

 นี่ไม่ใช่ศึกอภิปรายธรรมดาในสภาสูง แต่คือการปะทะระหว่าง “ส.ว.ปากกล้า” ผู้กล้าเปิดโปง กับ “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” ที่ถูกกล่าวหาว่าได้มาด้วยกระบวนการไม่ชอบธรรม เป็นภาพสะท้อนความร้อนแรงในวุฒิสภายุคใหม่ ที่กลายเป็นสมรภูมิของอำนาจ และผลประโยชน์แฝงเร้น

                         ย้อนไปหลังการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.หญิงจากสายอิสระ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเปิดโปง “ขบวนการฮั๊วเลือก ส.ว.” ซึ่งเธอเรียกอีกฝ่ายว่า “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” โดยระบุว่าการได้มาของกลุ่มนี้ ไม่ใช่การแข่งขันเสรีอย่างที่กฎหมายกำหนด แต่เป็นการคัดเลือกกันเองล่วงหน้าในเครือข่ายเดียวกัน มีการจัดวางตัวผู้สมัครเป็นชั้น ๆ เพื่อรับคะแนนไขว้ พร้อมข้อกล่าวหาว่า มี “เงิน” เข้ามาเกี่ยวพันในขั้นตอนบางส่วน

                       ข้อมูลที่เธอเปิดเผยสอดคล้องกับรายงานของสื่อและองค์กรภาคประชาชนบางแห่ง ที่พบความผิดปกติในการเลือกตั้งส.ว. เช่น ผู้สมัครจากจังหวัดฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยชนะในสัดส่วนสูงผิดปกติ และมีแนวโน้มเป็นเครือข่ายเดียวกัน จนเกิดคำเรียกขาน “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” ว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลครองเก้าอี้ในวุฒิสภามากกว่า 70%

                      แต่ในอีกด้าน น.ส.นันทนา ก็ถูกมองว่ากลายเป็น “ส.ว.ปากกล้า” ที่พูดแรงเกินขอบเขต จนถูกยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบว่าใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมต่อเพื่อนสมาชิก ขณะที่ฝ่ายถูกกล่าวหาก็ออกมาตอบโต้ว่า “ไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าการเลือกตั้งผิดกฎหมาย” และทุกขั้นตอนดำเนินไปตามระเบียบของ กกต.

                      อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในสภายืนยันว่า กกต. กำลังสอบสวน ส.ว.กว่า 130 คนที่ถูกพาดพิงถึง “กระบวนการฮั๊ว” หากพบมูล อาจมีผลให้การได้มาของตำแหน่งถูกเพิกถอน ซึ่งจะเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของวุฒิสภาไทย

                     ข้อกล่าวหาของ น.ส.นันทนา มีน้ำหนักในระดับ “มีมูลทางพฤติการณ์” มากกว่าพิสูจน์ได้ทางกฎหมาย เพราะแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเรื่องเงิน แต่ลักษณะการจัดวางผู้สมัครซ้ำกลุ่มเดิม การโหวตแบบไขว้ และสัดส่วนคะแนนในบางจังหวัด ล้วนสร้างข้อสงสัยต่อความบริสุทธิ์ของกระบวนการเลือกส.ว. หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ความน่าเชื่อถือของสภาสูงในฐานะ “กลั่นกรองกฎหมายเพื่อประชาชน” อาจถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง

                    สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เพียงทำร้ายภาพลักษณ์ของวุฒิสภา แต่สะท้อนโครงสร้างการเมืองไทยที่ยังหนีไม่พ้น “การเมืองเชิงอุปถัมภ์”  เปลี่ยนสนามเลือกตั้งเป็นสนามของกลุ่มผลประโยชน์ ไม่ใช่ของปัญญาชนที่อยากรับใช้ประเทศ

                    ในสภาที่ใครพูดความจริงกลับถูกกล่าวหาว่าล้ำเส้นจริยธรรม

                   ใครยิ้มเฉย ๆ กลับได้เก้าอี้เสริมอำนาจ

                   บางที…การเมืองไทยอาจไม่ต้องการ “คนกล้า”

แต่ต้องการ “คนกลืน”   แล้วอย่างนี้  ยังกล้าเล่นการเมืองไทยเพื่อประเทศชาติอยู่ไหม?

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง