วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสงคราม..ลามถึงระบบ “สาธารณสุขไทย”

สงคราม..ลามถึงระบบ “สาธารณสุขไทย”

เผยแพร่

spot_img

สัญญาณอันตรายโรงพยาบาลหั่นโควตาจ่ายยา 

ห่วงซ้ำรอย “น้ำมันแพง” จนคลังยาว่างเปล่า..!

                                ท่ามกลางกองไฟสงครามในตะวันออกกลางที่โหมกระหน่ำจนดันราคาน้ำมันพุ่งสูง วิกฤติระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้าสู่ “ตู้ยา” ของคนไทย หลังพบสัญญาณโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มปรับลดระยะเวลาจ่ายยาให้ผู้ป่วยเรื้อรังจาก 6 เดือนเหลือเพียง 3 เดือน แม้ อย. จะยืนยันว่าเป็นเพียงมาตรการ “ป้องกัน” เพื่อสำรองยาในระบบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบยา และค่าขนส่งที่แพงขึ้น กำลังบีบคั้นความมั่นคงทางยาของประเทศให้เข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยง 

                              หากรัฐบาลยังนิ่งนอนใจและไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน วิกฤติขาดแคลน“ยา” อาจกลายเป็นระเบิดเวลาลูกถัดไปต่อจากวิกฤติ “พลังงาน”

                             เมื่ออิสราเอลและอิหร่านประจันหน้ากัน สิ่งที่พุ่งตามขีปนาวุธคือค่าระวางเรือและค่าขนส่งทางอากาศ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ของไทย การที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นไม่ได้กระทบแค่ค่ารถไปโรงพยาบาลของผู้ป่วย แต่กระทบถึงต้นทุนการผลิตยาทั้งระบบ ตั้งแต่สารตั้งต้นที่เป็นเคมีภัณฑ์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทำให้ราคายาในตลาดโลกเริ่มมีความผันผวนอย่างรุนแรง

                          การที่สถานพยาบาลเริ่มจำกัดปริมาณการจ่ายยาให้ผู้ป่วยต่อครั้งลดลงครึ่งหนึ่ง คือการสะท้อนถึงสภาวะ “ตุนเพื่อรอด” ของฝั่งผู้ปฏิบัติงาน แม้หน่วยงานกำกับดูแลจะบอกว่ายังไม่ขาดแคลน แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือการยอมรับโดยนัยว่าสายป่านของสต็อกยาเริ่มตึงตัว หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ การนำเข้าอาจเผชิญภาวะ “คอขวด” ที่เงินก็ซื้อเวลาไม่ได้

                           จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของความมั่นคงทางยาไทยคือการพึ่งพาวัตถุดิบยา จากต่างประเทศเกือบทั้งหมด เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกชะงัก การหวังพึ่งพาเพียงการผลิตในประเทศที่ยังไม่เต็มรูปแบบจึงเป็นความเสี่ยงสูง รัฐบาลต้องตระหนักว่ายาไม่ใช่สินค้าทั่วไปที่รอได้ แต่เป็น “ปัจจัยสี่” ที่มีผลต่อชีวิตคนในระดับวินาทีต่อวินาที

                          แม้ อย. จะชูเรื่องยาสมุนไพรในบัญชียาหลักเป็นเกราะป้องกัน แต่ความจริงที่น่ากังวลคือยาสมุนไพรยังไม่สามารถทดแทนยาเฉพาะทางสำหรับโรคซับซ้อน เช่น ยาโรคหัวใจ ยามะเร็ง หรือยาฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูง การสื่อสารว่าสมุนไพรคือทางออกหลักอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด และอาจทำให้รัฐบาลละเลยการเร่งจัดหาหรือสำรองยาแผนปัจจุบันที่จำเป็นจริงๆ

                         การปรับนัดพบแพทย์จาก 6 เดือนเป็น 3 เดือน ไม่เพียงแต่สร้างความแออัดในโรงพยาบาล แต่คือการเพิ่มค่าใช้จ่ายการเดินทางของผู้ป่วยเป็นเท่าตัวในภาวะน้ำมันแพง นี่คือผลกระทบเชิงซ้อนที่รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการเยียวยา เช่น การขยายระบบการรับยาใกล้บ้านหรือส่งยาทางไปรษณีย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคม

                        รัฐบาลต้องรีบจัดตั้ง “วอร์รูมความมั่นคงทางยา” เพื่อเจรจาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ  และให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่ผู้นำเข้าวัตถุดิบยาเพื่อตรึงราคายาไม่ให้ดีดสูงตามค่าน้ำมัน อย่าปล่อยให้กลไกตลาดทำงานลำพังจนประชาชนเข้าไม่ถึงการรักษา และต้องเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิต API ในประเทศอย่างจริงจังไม่ใช่แค่ในนาม

                      วิกฤติครั้งนี้คือบททดสอบว่ารัฐบาลจะสามารถ “อ่านเกมล่วงหน้า” ได้ดีเพียงใด ประสบการณ์จากโควิด-19 สอนเราแล้วว่าการรอให้วิกฤติมาถึงก่อนแล้วค่อยแก้ มีค่าใช้จ่ายเป็นชีวิตของประชาชน 

                       บทเรียนจากวิกฤติพลังงานและน้ำมันที่ผันผวนจนเป็นภาระหนักในวันนี้ ควรเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าการ “ตั้งรับ” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อภาวะสุ่มเสี่ยงที่กำลังลุกลามสู่ระบบยาและเวชภัณฑ์ไทย เมื่อสัญญาณการจำกัดโควตาจ่ายยาเริ่มปรากฏชัด ภาครัฐจึงไม่ควรรอให้วิกฤติความมั่นคงทางยาซ้ำรอยปริศนาน้ำมันขาดแคลนและแพงเกินเอื้อม เพราะในขณะที่น้ำมันแพงเรายังพอเลือก “เดิน” แทนได้ แต่หากยารักษาโรคกลายเป็นสิ่งของที่เข้าถึงยาก ประชาชนย่อมไร้สิ้นหนทางที่จะก้าวเดินต่อ

                       การเร่งวางโครงสร้างป้องกันเชิงรุกก่อนที่สายป่านสาธารณสุขจะขาดผึง จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่มิอาจรอเวลาได้ เพราะในวันที่ชีวิตผู้ป่วยแขวนอยู่บนเส้นด้าย งบประมาณมหาศาลเพียงใดก็ไม่อาจแลกคืนลมหายใจที่สูญเสียไปเพราะความล่าช้าในการเตรียมการได้ทันท่วงที

2569-04-05   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก