วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่าให้เป็น “พยาธิ” สูบเลือดชาติ ?  แฉกลไกมาเฟียพลังงานทำ “น้ำมันล่องหน” 57 ล้านลิตร !

อย่าให้เป็น “พยาธิ” สูบเลือดชาติ ?  แฉกลไกมาเฟียพลังงานทำ “น้ำมันล่องหน” 57 ล้านลิตร !

เผยแพร่

spot_img

ท้าทายอำนาจรัฐกลางวิกฤตตะวันออกกลาง

จับตา DSI ลุยทลาย “กำแพงเหล็ก” สุราษฎร์ธานี

                        ปฏิบัติการสายฟ้าแลบอายัดคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบพิรุธน้ำมันหายไปจากระบบบัญชีกว่า 57 ล้านลิตร กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของขบวนการทุจริตเชิงนโยบายระดับมหภาค โดยอาศัยจังหวะราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง เข้าสูบกินเงินอุดหนุนภาษีประชาชนผ่านส่วนต่างราคาน้ำมันมหาศาล นายกฯ อนุทินผนึกกำลังกระทรวงยุติธรรมส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ หวังกระชากหน้ากากผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังที่ทำหน้าที่เป็น “กำแพงมาเฟีย” ปิดกั้นการตรวจสอบมาอย่างยาวนาน

                      จากถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 3-4 เมษายนที่ผ่านมา กรณีการอายัดคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่พบตัวเลขน้ำมัน “ล่องหน” สูงถึง 57 ล้านลิตร นั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ทางอาชญากรรมเศรษฐกิจที่เขย่าความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ ลำพังเพียงความผิดพลาดทางบัญชีหรือการลักลอบรายย่อยย่อมไม่อาจเป็นไปได้ นี่คือร่องรอยของขบวนการทุจริตเชิงนโยบายที่อาศัยช่องว่างจากเงินอุดหนุนภาษีประชาชนมาเป็นเครื่องมือแสวงหาความมั่งคั่ง

                          ข้อเท็จจริงจากชุดปฏิบัติการร่วมทั้ง DSI, ศรชล., กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ระบุพฤติการณ์ชัดเจนถึงการใช้ “แผนประวิงเวลา” โดยอาศัยจังหวะความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ให้เรือบรรทุกน้ำมันลอยลำกักตุนน้ำมันที่รัฐอุดหนุนราคาไว้เพื่อรอจังหวะทำกำไรส่วนต่าง การที่บริษัทใหญ่ย่านภาคใต้ ถูกระบุชื่อและถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานนั้น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีกลุ่มทุนพลังงานบางกลุ่มกำลังใช้ทรัพยากรของชาติเป็นตัวประกัน

                          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการบุกตรวจค้นอย่างหนัก ฝ่ายผู้ประกอบการคลังน้ำมันดังกล่าวได้ออกมาแถลงตอบโต้ทันควัน โดยยืนยันสถานะการเป็น “ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามระเบียบของกรมธุรกิจพลังงานอย่างเคร่งครัดและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจสอบทุกขั้นตอน โดยมองว่าตัวเลขน้ำมันที่คลาดเคลื่อนอาจเกิดจากกระบวนการทางเทคนิคหรือการบริหารจัดการคลัง ซึ่งกลายเป็น “หนังคนละม้วน” กับชุดข้อมูลที่รัฐบาลแถลงเปิดโปงอย่างสิ้นเชิง

                           การที่น้ำมันหลายสิบล้านลิตรสามารถหายไปจากระบบตรวจสอบที่อ้างว่ารัดกุมที่สุดได้นั้น ย่อมหมายความว่าต้องมี “ไอ้โม่ง” ที่อาศัย “กำแพงเหล็ก” คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา กำแพงนี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากปูนหรือเหล็ก แต่สร้างขึ้นจากสายสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนระหว่างกลุ่มทุนผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและกลไกตรวจสอบบางส่วนที่อาจเกิดภาวะ “อัมพาต” ชั่วคราว จนทำให้ปฏิบัติการขนถ่ายน้ำมันที่ควรจะกระจายสู่สถานีบริการน้ำมันสำหรับประชาชน กลับถูกผันออกไปสร้างความร่ำรวยให้แก่คนเพียงกลุ่มเดียว

                          หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ที่รัฐบาลแถลงคือ “กระบวนการฟอกขาวน้ำมันอุดหนุน” ซึ่งเป็นการนำน้ำมันลิตรละไม่กี่สิบบาทที่รัฐใช้เงินภาษีช่วยลดค่าครองชีพไปขายต่อในราคาตลาดโลกเพื่อฟันกำไรมหาศาล ปฏิบัติการนี้ต้องอาศัยคลังน้ำมันมาตรฐานและท่าเรือถาวรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งชุดปฏิบัติการพิเศษระบุชัดว่านี่คือการท้าทายอำนาจรัฐอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยน่าจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำหน้าที่เป็น “กำแพง” ป้องกันการตรวจสอบมาอย่างยาวนาน

                        บทสรุปของปฏิบัติการในขั้นแรกนี้ จึงไม่ใช่แค่การอายัดน้ำมันของกลาง แต่คือการเปิดแผลใหญ่ให้สังคมเห็นว่า “รูรั่ว” ของงบประมาณแผ่นดินที่ใช้พยุงราคาพลังงานนั้นเกิดจากน้ำมือของขบวนการมาเฟียพลังงานที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ การสั่งการให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า อำนาจรัฐจะสามารถทลายกำแพงอิทธิพลนี้ลงได้จริงหรือไม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้แบกรับภาระราคาน้ำมันในยามวิกฤตเช่นนี้

                        จับตาให้ดีในวันพรุ่งนี้ (9 เมษายน) วันแถลงนโยบายสำคัญต่อรัฐสภา เรื่องราว “น้ำมันล่องหน” นี้จะกลายเป็นเหยื่อโอชะที่ฝ่ายค้านเตรียมลับมีดรอชำแหละกลางสภา เพื่อกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” ตัวจริงที่ชักใยอยู่หลังม่านมาให้สาธารณชนได้เห็น และร่วมพิสูจน์กันว่า “กำแพงเหล็ก” ที่ว่าแข็งแกร่งและทรงอิทธิพลค้ำคออยู่นั้น แท้จริงแล้วคือใคร

2569-04-08   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก