หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเห็นไหม..สแกมเมอร์โทรถึงคนไทย

เห็นไหม..สแกมเมอร์โทรถึงคนไทย

เผยแพร่

spot_img

ได้ง่าย ๆ เหมือนไม่มีอะไรปิดกั้น

                             หากการใช้โทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ต้องอาศัยสติไม่ต่างจากการเดินในเขตเสี่ยงภัย คำถามอาจไม่ใช่ว่าประชาชนระวังตัวพอหรือไม่ แต่คือระบบการสื่อสารของรัฐปลอดภัยพอแล้วหรือยัง เพราะในความเป็นจริง เสียงจากปลายสายของสแกมเมอร์ มักเชื่อมต่อถึงคนไทยได้รวดเร็วและแนบเนียนกว่าการแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐเสียอีก

                             ตลอดช่วงที่ผ่านมา คดีหลอกลวงออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีการแถลงจับกุมเป็นระยะ แต่รูปแบบอาชญากรรมกลับยิ่งซับซ้อน ทั้งการใช้เทคโนโลยีการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต แทนการใช้สายโทรศัพท์แบบเดิม โดยแปลงสัญญาณเสียงจากต่างประเทศ ซิมผี และแพลตฟอร์มสื่อสารที่อยู่นอกระบบกำกับของไทย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างว่า การสื่อสารที่ไม่อยู่ในเครือข่ายตามกฎหมายไทย ยังสามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้ในประเทศได้อย่างเสรี

                            ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงน้อย คือการขาดกลไกคัดกรองต้นทางของการสื่อสาร การโทรหรือข้อความที่ไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาได้ ยังคงผ่านเข้าถึงประชาชน ก่อนที่รัฐจะเข้ามาแก้ไขในขั้นตอนปลายเหตุ หากการสื่อสารใดไม่ผ่านผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทย การเชื่อมต่อควรถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ความเสียหายเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงตามแก้ภายหลัง

                           ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์เสนอว่า รัฐควรเปลี่ยนแนวคิดจากการ “เตือนประชาชน” เป็นการ “ปิดประตูระบบ” โดยกำหนดให้การสื่อสารข้ามเครือข่ายที่เข้ามาในประเทศ ต้องผ่านเกตเวย์ที่ได้รับอนุญาตและสามารถตรวจสอบตัวตนได้ การโทรหรือส่งข้อความที่ปลอมหมายเลข หรือไม่สามารถระบุแหล่งที่มา ควรถูกตัดออกโดยอัตโนมัติ เพื่อลดช่องทางที่อาชญากรรมใช้เชื่อมต่อกับสังคมไทย

                           ท้ายที่สุด ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องความรู้เท่าทันของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบททดสอบความแข็งแรงของโครงสร้างการสื่อสารและการกำกับดูแลของรัฐ หากระบบยังเปิดให้การสื่อสารที่ไม่รับผิดชอบเชื่อมต่อกับคนไทยได้โดยง่าย ความเสี่ยงทางไซเบอร์อาจไม่ใช่เหตุผิดปกติอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในสังคมดิจิทัลไทย

ข่าวล่าสุด

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

ข่าวอื่นๆ

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี