วันพุธ, มกราคม 14, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยต้องเดินหมากเชิงรุกเพื่อคุมเกมเกมการทูตบนสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา 

ไทยต้องเดินหมากเชิงรุกเพื่อคุมเกมเกมการทูตบนสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา 

เผยแพร่

spot_img

ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้ยกระดับขึ้นอีกครั้ง หลังจากนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้ต่อสายตรงถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อขอให้เข้ามาไกล่เกลี่ย โดยอ้างว่าไทยใช้กำลังติดอาวุธปะทะกับประชาชนพลเรือน 

                  อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏบ่งชี้ว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายที่นำพลเรือนเข้ามายั่วยุตามแนวชายแดน นำมาซึ่งคำถามถึงแนวทางการรับมือของไทยในเกมการเมืองที่ถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง

                   การที่ผู้นำกัมพูชาเลือกใช้การทูตเชิงรุกด้วยการดึงประธานอาเซียนเข้ามาแทรกแซงในประเด็นทวิภาคี เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่ากัมพูชาไม่ประสงค์จะแก้ปัญหาผ่านกลไกที่มีอยู่ร่วมกัน ซึ่งสวนทางกับความพยายามของฝ่ายไทยที่ยังคงยืนยันในแนวทางการเจรจาผ่านคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ตามที่เคยตกลงไว้ในอดีต

                   พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ที่กัมพูชาใช้มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ความขัดแย้งในช่วงปี พ.ศ. 2554 ซึ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเหยื่อในเวทีสากล เพื่อสร้างแรงกดดันต่อประเทศไทย

                   พฤติการณ์ตระบัดสัตย์ น่ารังเกียจในเวทีโลก นานาประเทศต่างก็รู้มาช้านาน

                  นักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียเปรียบในเกมการทูต ไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการรับมือจากการตั้งรับไปสู่การ “สื่อสารเชิงรุก” อย่างจริงจัง

                 ทั้งนี้ ต้องเร่งออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปยังองค์การระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชาเป็นข้อมูลเดียวที่เผยแพร่ออกไป พร้อมกันนั้น ต้องใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ และหากจำเป็นอาจพิจารณาเชิญตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เป็นกลางเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ในที่ประชุม เพื่อความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีสากล

                 ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ปัญหาของไทยควรครอบคลุมไปถึงการแสวงหาพันธมิตรในภูมิภาค โดยการดึงการสนับสนุนจากประเทศในอาเซียนที่ใกล้ชิด เพื่อช่วยกันกดดันให้กัมพูชากลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างสันติวิธีและเป็นไปตามหลักการสากล การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาวคือการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย แต่ในระยะสั้น การมีพันธมิตรที่เข้าใจสถานการณ์จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความตึงเครียดและทำให้ไทยไม่ถูกโดดเดี่ยวในเกมการทูตครั้งนี้

                  เมื่อกัมพูชาเล่นเกมการทูตด้วยการนำพลเรือนเป็น “โล่” สร้างฉากปะทะชายแดน พร้อมชิงฟ้อวร้องเรียนเหมือนทารก

                  คำถามคือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ไทยจะหยุดเล่นเกมรับอันแสนสุภาพ และหันมาเดินหมากเชิงรุกบนสมรภูมิสื่อสารและเจรจา เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าใครคือผู้ที่พยายามก่อสงคราม และใครคือผู้ที่ยังยืนหยัดในสันติภาพอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

Gartner ได้เผยรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” ชี้ให้เห็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องจับตา

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

จีนประณามการใช้กำลังในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีประเทศอิหร่าน เพื่อตอบโต้สถานการณ์การประท้วงที่กำลังบานปลายในประเทศดังกล่าว

รัสเซีย! ทุ่ม 2.7 พันล้านดอลลาร์ ‘ซื้อขีปนาวุธ-โดรน อิหร่าน’ หนุนสงครามยูเครนยืดเยื้อ

อิหร่านได้ส่งมอบขีปนาวุธให้แก่รัสเซียคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ในการทำสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี

ข่าวอื่นๆ

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

เงินสด“แสนล้าน”…ก่อนเลือกตั้ง

ข้อมูลอ้างอิงจากสถิติธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง มีการเบิกถอนเงินสดออกจากระบบรวมกว่า 160,816 ล้านบาท

”เห็นชอบ“  “ไม่เห็นชอบ” “ไม่แสดงความคิดเห็น”

ปี 2569 การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงสมการสำคัญหลายชั้น ประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือก “เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น” ต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน