หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

เสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

เผยแพร่

spot_img

สะท้อนพระสิริโฉมและพระบารมีปกเกล้า ฯ 

สู่มิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประเทศ

                              ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน   ถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่จารึกความสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสากล และเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระราชไมตรีอันพูนทวีระหว่างสองราชอาณาจักรที่ผูกพันกันด้วยวิถีแห่งจารีตและวัฒนธรรมมาช้านาน

                              หากย้อนประวัติศาสตร์พระราชไมตรีระหว่างไทยและสวีเดนได้หยั่งรากลึกเป็นปึกแผ่นมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ   นับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนเป็นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2440 (คศ. 1897) เพื่อทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าออสการ์ที่ 2

                               การเสด็จฯ ครั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเปิดประตูสู่ยุโรปเหนือ   แต่ยังทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนหน้าผา ณ เมืองบิสปิกอร์เดน ซึ่งกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งมิตรภาพอันเป็นที่กล่าวขานสืบมาจนปัจจุบัน   นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์ที่ตั้งมั่นบนพื้นฐานแห่งความเคารพและการยกย่องในเกียรติภูมิของกันและกัน

                              สายใยแห่งพระราชไมตรีได้สืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านพระราชกรณียกิจ ของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์แห่งความสง่างามที่ตราตรึงใจชาวสวีเดนและพสกนิกรไทยอย่างมิรู้ลืม 

                           การเสด็จฯ ในครั้งนั้นคือการกระชับพระราชไมตรีให้แน่นแฟ้นในบริบทโลกยุคใหม่ และเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อมาถึงรัชสมัยปัจจุบัน

                            การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระอัยกาธิราช โดยได้รับถวายพระเกียรติยศสูงสุดจากสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

                         ภาพความสง่างามและพระสิริโฉมที่จะปรากฏในพิธีรับเสด็จ  ณ พระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม  จะเป็นที่ประจักษ์ถึงเกียรติภูมิแห่งราชวงศ์ไทยว่ายังคงตั้งมั่นในพระสง่าราศีในฐานะสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างตะวันออกและตะวันตกได้อย่างไร้รอยต่อ

                         นัยสำคัญของการเสด็จฯ ครั้งนี้ยังโดดเด่นด้วย พระราชกรณียกิจ ที่สอดประสานระหว่าง “จารีตประเพณี” และ “นวัตกรรมแห่งอนาคต”  การที่ทั้งสองพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสะอาด แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรที่ยาวไกลในการนำความเจริญรุดหน้ามาสู่พสกนิกรชาวไทย  สิ่งนี้คือพระมหากรุณาธิคุณที่แฝงอยู่ในงานวิเทศสัมพันธ์   โดยทรงมองเห็นประโยชน์สุขของราษฎรเป็นที่ตั้งในทุกก้าวย่างแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้แก่ประเทศชาติสืบไป

                          อีกมิติหนึ่งที่สะท้อนถึงความมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้  คือการที่ทรงแผ่พระบารมีถึงพสกนิกรชาวไทยที่พำนักอยู่แดนไกล  พระราชกรณียกิจ ในการพระราชทานพระวโรกาสให้ราษฎรเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด เป็นพระบารมีดุจน้ำทิพย์ชโลมใจและสร้างความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าพสกนิกรจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด พระบารมีพระมหากษัตริย์ยังคงปกคลุมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอมา

                         การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงงานด้านการทูตทั่วไป แต่คือการจารึกบทใหม่ของ “ศตวรรษแห่งพระราชไมตรีอันเป็นมิตรภาพสองราชวงศ์” ที่ยั่งยืนและมั่นคง   

                        การได้รับการยกย่องสูงสุดจากมหาอำนาจในยุโรปเหนือเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักและอำนาจต่อรองทางการทูตของไทยในเวทีโลก เป็นการถวายพระเกียรติยศที่โลกต้องจดจำถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมสืบไป

                      ทรงพระเจริญ

2569-04-28   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...