วันจันทร์, เมษายน 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

เสด็จ ฯ เยือนสวีเดน  พระราชไมตรีสานสายใยสองราชอาณาจักรเหนือกาลเวลา

เผยแพร่

spot_img

สะท้อนพระสิริโฉมและพระบารมีปกเกล้า ฯ 

สู่มิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประเทศ

                              ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน   ถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่จารึกความสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสากล และเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระราชไมตรีอันพูนทวีระหว่างสองราชอาณาจักรที่ผูกพันกันด้วยวิถีแห่งจารีตและวัฒนธรรมมาช้านาน

                              หากย้อนประวัติศาสตร์พระราชไมตรีระหว่างไทยและสวีเดนได้หยั่งรากลึกเป็นปึกแผ่นมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ   นับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนเป็นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2440 (คศ. 1897) เพื่อทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าออสการ์ที่ 2

                               การเสด็จฯ ครั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเปิดประตูสู่ยุโรปเหนือ   แต่ยังทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนหน้าผา ณ เมืองบิสปิกอร์เดน ซึ่งกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งมิตรภาพอันเป็นที่กล่าวขานสืบมาจนปัจจุบัน   นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์ที่ตั้งมั่นบนพื้นฐานแห่งความเคารพและการยกย่องในเกียรติภูมิของกันและกัน

                              สายใยแห่งพระราชไมตรีได้สืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านพระราชกรณียกิจ ของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์แห่งความสง่างามที่ตราตรึงใจชาวสวีเดนและพสกนิกรไทยอย่างมิรู้ลืม 

                           การเสด็จฯ ในครั้งนั้นคือการกระชับพระราชไมตรีให้แน่นแฟ้นในบริบทโลกยุคใหม่ และเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อมาถึงรัชสมัยปัจจุบัน

                            การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระอัยกาธิราช โดยได้รับถวายพระเกียรติยศสูงสุดจากสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

                         ภาพความสง่างามและพระสิริโฉมที่จะปรากฏในพิธีรับเสด็จ  ณ พระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม  จะเป็นที่ประจักษ์ถึงเกียรติภูมิแห่งราชวงศ์ไทยว่ายังคงตั้งมั่นในพระสง่าราศีในฐานะสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างตะวันออกและตะวันตกได้อย่างไร้รอยต่อ

                         นัยสำคัญของการเสด็จฯ ครั้งนี้ยังโดดเด่นด้วย พระราชกรณียกิจ ที่สอดประสานระหว่าง “จารีตประเพณี” และ “นวัตกรรมแห่งอนาคต”  การที่ทั้งสองพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสะอาด แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรที่ยาวไกลในการนำความเจริญรุดหน้ามาสู่พสกนิกรชาวไทย  สิ่งนี้คือพระมหากรุณาธิคุณที่แฝงอยู่ในงานวิเทศสัมพันธ์   โดยทรงมองเห็นประโยชน์สุขของราษฎรเป็นที่ตั้งในทุกก้าวย่างแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้แก่ประเทศชาติสืบไป

                          อีกมิติหนึ่งที่สะท้อนถึงความมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้  คือการที่ทรงแผ่พระบารมีถึงพสกนิกรชาวไทยที่พำนักอยู่แดนไกล  พระราชกรณียกิจ ในการพระราชทานพระวโรกาสให้ราษฎรเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด เป็นพระบารมีดุจน้ำทิพย์ชโลมใจและสร้างความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าพสกนิกรจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด พระบารมีพระมหากษัตริย์ยังคงปกคลุมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอมา

                         การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงงานด้านการทูตทั่วไป แต่คือการจารึกบทใหม่ของ “ศตวรรษแห่งพระราชไมตรีอันเป็นมิตรภาพสองราชวงศ์” ที่ยั่งยืนและมั่นคง   

                        การได้รับการยกย่องสูงสุดจากมหาอำนาจในยุโรปเหนือเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักและอำนาจต่อรองทางการทูตของไทยในเวทีโลก เป็นการถวายพระเกียรติยศที่โลกต้องจดจำถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมสืบไป

                      ทรงพระเจริญ

2569-04-28   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

วันสุดท้ายสำหรับการส่งผลงานภาพและคลิปมาประกวดหัวข้อ “ชีวิตจริงคนทำงานสื่อ”

ขอเชิญเพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อมวลชน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเนื่องใน "วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก" ประจำปี 2569 ชิงเงินรางวัลสูงสุด 10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ!

ญี่ปุ่นเสนอ “ลดจำนวนรับนักศึกษาแพทย์อย่างมาก” 

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเสนอให้ ลดโควตารับเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลหลักคือ จำนวนประชากรญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแพทย์ในอนาคตลดลง

เรื่องสั้น  “เจอกัน…ที่บันไดเลื่อน“

อากาศภายในห้างสรรพสินค้าเย็นฉ่ำ ตัดกับความพลุกพล่านของฝูงชนที่ส่งเสียงจ้อกแจ้กสลับกับเสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อน เขาเหลียวไปรอบ ๆ พลางเหลือบมองนาฬิกาที่ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนพบผู้ใหญ่ในธุระสำคัญ

การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม มีปากีสถานเป็นตัวกลาง

สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจาเกี่ยวกับแผนการยุติสงครามที่มีเนื้อหา 3 หน้า โดยหนึ่งในประเด็นที่กำลังหารือกันคือ สหรัฐฯจะปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวอื่นๆ

“อาหารอร่อย” “บริการเยี่ยม”  แพร่ไกลไทยแลนด์

ในสมรภูมิการท่องเที่ยวระดับสากล ประเทศไทยยืนอยู่ในสถานะ "ผู้นำ" ที่โดดเด่นทั้งในมิติด้านความคุ้มค่าและรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์

“ยืนตรง”  หรือ “เพิกเฉย”  เมื่อการแสดงความเคารพต่อเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ บรรทัดฐานที่..ถูกละเลย

ผู้ใดไม่แสดงความเคารพในขณะเชิญธงชาติขึ้นหรือลงจากเสาตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อ “งาน” กับ “คน” เดินสวนทางกัน  วิกฤตทักษะหลงยุคฉุดเศรษฐกิจไทย

สำนักงานสถิติแห่งชาติ และรายงานภาวะสังคมไทยจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบตัวเลขที่น่าตกใจว่าไทยมีผู้ว่างงานสะสมสูงถึง 5.3 แสนคน