หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกรุงเทพฯ กำลังขึ้นเป็น Hub โลก

กรุงเทพฯ กำลังขึ้นเป็น Hub โลก

เผยแพร่

spot_img

แต่รัฐไทยพร้อมแค่ไหนกับเมืองที่เงิน,คน,ข้อมูล,ไหลพร้อมกัน…!

นักท่องเที่ยวหลั่งไหล   เมืองสว่างขึ้น แต่เงามืดของ “สแกมเมอร์โลกดิจิทัล” ก็ตามติดมา

                          ปี 2568 การท่องเที่ยวโลกฟื้นตัวชัดเจน และประเทศไทยคือหนึ่งในผู้ได้อานิสงส์โดยตรง ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กรุงเทพฯ กลับมาอยู่ในสายตาสื่อโลกอีกครั้ง สะท้อนผ่านภาพการถ่ายทอดเคาต์ดาวน์ปีใหม่จากสื่อระดับโลก ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมืองท่องเที่ยวกลับเดินคู่กับอีกปรากฏการณ์หนึ่ง การเคลื่อนไหวของเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่อาศัยความพลุกพล่านของเมืองเป็นทั้งทางผ่านและพื้นที่ฟอกเงิน

                           เมื่อเทียบกับปี 2567 ปี 2568 นักท่องเที่ยวไม่ได้เพียง “กลับมา” แต่เลือกเดินทางมากขึ้น เมืองที่ได้เปรียบคือเมืองที่มีภาพจำระดับโลก โครงสร้างพื้นฐานรองรับดิจิทัล และสามารถเล่าเรื่องตัวเองผ่านภาพข่าวได้ในเวลาไม่กี่วินาที กรุงเทพฯ ถูกจัดวางอยู่ในกลุ่มเดียวกับโตเกียว โซล และสิงคโปร์ เมืองที่ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็น “ฉากข่าวโลก” ซึ่งช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน และแรงงานสร้างสรรค์พร้อมกัน

                            หากเทียบกับ สิงคโปร์ กรุงเทพฯ มีเสน่ห์และความยืดหยุ่นสูงกว่า แต่ยังขาดกลไกกำกับที่เฉียบคมแบบรัฐเมือง สิงคโปร์เปิดรับเงินโลก แต่ใช้ระบบการเงินและกฎหมายเป็น “ด่านกรอง” อย่างเข้มงวด ส่วน ดูไบ ใช้ความเร็วของนโยบายและเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นแม่เหล็กดึงทุน พร้อมสร้างหน่วยงานเฉพาะทางดูแลเงินไหลเข้า ออก ขณะที่ บาร์เซโลนา คือบทเรียนของเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วเกินระบบ จนต้องเผชิญอาชญากรรมข้ามชาติและแรงต้านจากคนเมืองเอง      

                             กรุงเทพฯ กำลังอยู่ตรงกลางของสามโมเดลนี้ เปิดกว้างแบบบาร์เซโลนา แต่ยังไม่เข้มแบบสิงคโปร์ และยังไม่เร็วเชิงโครงสร้างแบบดูไบ

                             อย่างไรก็ตาม ประสบกรรณ์จากเมืองท่องเที่ยวระดับโลกชี้ตรงกันว่า เมืองที่เงินไหลเข้าเร็ว ย่อมดึงดูดเงินเงาตามมาเสมอ การขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว การเช่าระยะสั้น และธุรกรรมดิจิทัล กลายเป็นพื้นที่สีเทาที่เครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติใช้ประโยชน์ เมืองท่องเที่ยวในยุโรปและเอเชียตะวันออกต่างเผชิญปัญหานี้มาก่อน และกรุงเทพฯ กำลังยืนอยู่บนเส้นทางเดียวกัน

                             คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า กรุงเทพฯ จะกลายเป็น Hub หรือไม่ แต่คือจะเป็น Hub แบบใด รัฐไทยจำเป็นต้องแยกบทบาทการส่งเสริมการท่องเที่ยวออกจากการกำกับดูแลอย่างจริงจัง พัฒนา Data Governance เมืองท่องเที่ยว หรือข้อมูลท่องเที่ยวอย่างเป็นระยบ เชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ การเงิน และแรงงานข้ามชาติ พร้อมยกระดับความโปร่งใสให้เมือง “ทำมาหากินได้ง่าย แต่โกงได้ยาก” หากปล่อยให้การเติบโตนำหน้าการกำกับ ปัญหาจะสะสมเร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น

                             กรุงเทพฯ วันนี้สวยงามในสายตากล้องโลก แสงไฟสะท้อนแม่น้ำ ภาพวัดเก่าเคียงเมืองใหม่ และตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นน่าภาคภูมิใจ แต่ในโลกดิจิทัล เมืองที่สว่างที่สุด มักทอดเงายาวที่สุดเช่นกัน หากประเทศไทยยินดีกับภาพที่เห็นเพียงอย่างเดียว โดยไม่มองสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ความคึกคัก เมืองศูนย์กลางที่กำลังเกิดขึ้น อาจกลายเป็นศูนย์รวมปัญหาได้เร็วกว่าที่คิด

3/01/2569   “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม

ทำไมเข้าฤดูฝนแล้วยังร้อนอบอ้าว

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะยังคงสูงกว่าปกติ แต่จะไม่สูงเท่าเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะร้อนสุดๆเดือนเมษายน 2570 ที่จะมาถึง

สร้างแลนด์มาร์คใหม่กลางยอดเขา ทำแบบนี้ได้เหรอ? 

ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดยักษ์คำว่า “@NONGBUALAMPHU” ตรงแหล่งท่องเที่ยวภูพานน้อย ระยะที่ 2 บริเวณวัดดอยเทพสมบูรณ์ อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีการติดตั้งอักษรตัว “L” เป็นปฐมฤกษ์

เตรียมพร้อมรับมือทั้งสองโหมดแล้งท่วมแม้จะเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนิญโญ

ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ติดตามวิเคราะห์ และประเมินสภาพอากาศเพื่อแจ้งเตือนหากมีสัญญาณความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

ข่าวอื่นๆ

“คนพิการไทย”….กำลังถูกปล่อยให้อยู่ข้างหลัง ?

รัฐให้เงินสงเคราะห์   เหมือนบล็อกเส้นทางพึ่งพาตนเอง ส่องกฎหมายจ้างงาน-ทางลาดสายพันธุ์ไทย เมื่อเทียบชั้นเพื่อนบ้านและสากล ยังเป็นได้แค่เสือกระดาษ                               มติล่าสุดของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน พร้อมอุดหนุนเงินผู้ช่วยดูแลสูงสุด 10,800...

เลิก MOU 44 กัมพูชาหนาว..วิ่งหา UN  เปลี่ยนสนามขอใช้ “กระบวนการประนอม“

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยมีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ประกาศยกเลิกและถอนตัวฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจฉบับปี 2544 หรือ MOU 2544

“แจ็ค” อาจหาญจะ “ฆ่ายักษ์” ข้ามชาติ ได้หรือไม่ ?

หมุดหมายวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) จะนำทีมผู้เสียหายฟ้องบริษัท เมตา (Meta Platforms, Inc.) ต่อศาลแพ่ง ในคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม จากปมสินค้าไม่ตรงปกและเพจหลอกลวง ถือเป็นมหากาพย์ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์"