วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTกองทุนประกันสังคม 2.9 ล้านล้านบาท “แรงงาน”…เขย่าศรัทธาการบริหาร ?

กองทุนประกันสังคม 2.9 ล้านล้านบาท “แรงงาน”…เขย่าศรัทธาการบริหาร ?

เผยแพร่

spot_img

 กองทุนประกันสังคม 2.9 ล้านล้านบาท กับแรงกดดันให้ปฏิรูปอย่างโปร่งใส

                           กระแสข่าวและการถกเถียงเกี่ยวกับสำนักงานประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา มีจุดเริ่มต้นจากเวทีรัฐสภา เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นการบริหาร กองทุนประกันสังคม ขึ้นตั้งคำถามต่อกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะการบริหาร กองทุนชราภาพ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่รองรับผู้ประกันตนหลายสิบล้านคน และมีเงินสะสมรวมกันราว 2.9 ล้านล้านบาท

                            ฝ่ายค้านชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่ภาครัฐส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการขยายอายุเกษียณหรือการปรับเพิ่มเงินสมทบในอนาคต สังคมยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการบริหารเงินกองทุนในปัจจุบัน ว่าเป็นไปอย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทุนหรือไม่

                          หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม คือ การตัดสินใจลงทุนและการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม เช่น กรณีการจัดซื้ออาคารสำนักงานและทรัพย์สินมูลค่าสูง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับภารกิจของกองทุนหรือไม่ รวมถึงกระบวนการตัดสินใจที่มีข้อมูลเปิดเผยต่อผู้ประกันตนมากน้อยเพียงใด

                         นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามต่อ ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและการดูงานของผู้บริหารกองทุน ซึ่งมีตัวเลขงบประมาณค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมสถานะทางการเงินของกองทุนชราภาพที่สำนักงานประกันสังคมเองเคยออกมาเตือนว่าอาจเผชิญความเสี่ยงในระยะยาวจากโครงสร้างสังคมสูงวัย ประเด็นเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามเชิงหลักการว่า การบริหารจัดการภายในองค์กรได้สะท้อนความระมัดระวังและความรับผิดชอบต่อเงินสมทบของแรงงานมากเพียงใด

                         สาระสำคัญของข้อคัดค้านจากฝ่ายค้านจึงอยู่ที่หลักการว่า เงินในกองทุนประกันสังคมไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินทั่วไป แต่เป็นเงินที่มาจากการสมทบของลูกจ้างและนายจ้าง การตัดสินใจใช้จ่ายหรือการลงทุนใด ๆ ควรอยู่ภายใต้กรอบความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถอธิบายเหตุผลเชิงนโยบายต่อสาธารณะอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกันตนให้แบกรับภาระเพิ่มเติมในอนาคต

                         เมื่อประเด็นจากเวทีรัฐสภาถูกถ่ายทอดออกไปนอกห้องประชุม เสียงสะท้อนจากผู้ประกันตน นักวิชาการด้านแรงงาน และภาคประชาชนจึงเริ่มดังขึ้นตามมา ประเด็นที่เคยอยู่ในวงจำกัด ขยายตัวเป็นคำถามในสังคมวงกว้างว่า กองทุนประกันสังคมซึ่งมีขนาดใหญ่ถึงระดับ หลายล้านล้านบาท ควรถูกบริหารด้วยมาตรฐานความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในระดับใด จึงจะสอดคล้องกับสถานะของกองทุนสาธารณะที่ประชาชนเป็นผู้ร่วมจ่าย

                        ในระบบรัฐสภา คำถามของฝ่ายค้านอาจเป็นเพียงกลไกปกติของการตรวจสอบถ่วงดุล แต่สำหรับกองทุนที่ตั้งอยู่บนเงินสมทบของแรงงาน คำถามเหล่านี้มีความหมายมากกว่านั้น เพราะทุกการตัดสินใจด้านการใช้จ่ายและการลงทุน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงในอนาคตของผู้ประกันตน

                        การชี้แจงต่อสาธารณะจึงไม่ใช่เพียงการตอบโต้ทางการเมือง หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อ “เจ้าของกองทุน” และเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การปฏิรูปกองทุนประกันสังคมสามารถเดินหน้าได้อย่างมีความชอบธรรมและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม

2569-01-28  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”