วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTก่อนนี้….ทำงาน 1 เดือนซื้อได้  3 บาท !  วันนี้…ทำงาน 3 เดือน  ซื้อได้ 1 บาท

ก่อนนี้….ทำงาน 1 เดือนซื้อได้  3 บาท !  วันนี้…ทำงาน 3 เดือน  ซื้อได้ 1 บาท

เผยแพร่

spot_img

ราคาทองคำกับรายได้ของคนไทยแม้เงินเดือนขึ้นแต่ทองพุ่งเร็วยิ่งกว่า..!

                      ทองคำพุ่งทะลุโลก … รายได้โตช้า สะท้อน “กำลังซื้อที่ถดถอย”

                      ราคาทองคำโลกยังคงเดินหน้าทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำตลาดสปอตพุ่งทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในปี 2025 

                  ทั่วโลกจับตาการซื้อทองคำจากนักลงทุนและธนาคารกลางเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความต้องการสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ  

                      ในขณะเดียวกัน กำลังซื้อรายได้ของประชาชนโดยเฉพาะเงินเดือนเริ่มต้น แม้จะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา แต่ความสามารถในการซื้อทองคำกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ข้าราชการไทยที่มีเงินเดือนเริ่มต้น 1,200 บาท สามารถซื้อทองคำได้ถึง 3 บาท ณ เวลานั้น แต่ปัจจุบัน เงินเดือนเริ่มต้นรัฐบาลไทยที่ประมาณ 20,000 บาท เทียบกับราคาทองคำเทียบเท่า ต้องเก็บเงินถึง ประมาณ 3 เดือนเพื่อซื้อทองคำ 1 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของรายได้ไม่สามารถตามราคาทองคำทัน แม้ตัวเงินจะมากขึ้นหลายเท่าตัวก็ตาม

                    เพื่อให้เห็นภาพเทียบเคียงเช่นนี้ ในต่างประเทศหลายประเทศที่มีรายได้ประจำและกำลังซื้อที่ใกล้เคียงไทย ก็พบว่าความสามารถในการซื้อทองคำมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยทั่วไปความสามารถในการซื้อทองคำจะสะท้อน “อำนาจซื้อ” ที่แท้จริงของประชาชน ดังที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ความสามารถในการซื้อทองคำ (gold affordability) เป็น “ดัชนีที่สำคัญ” ที่สะท้อนระดับความมั่งคั่งและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจในประเทศ  

                      ที่อินเดีย.. แม้เป็นประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยประชากรต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่ทองคำมีบทบาททางวัฒนธรรมและการออม จึงยังมีความต้องการสูงมากในฐานะสินทรัพย์สำรองความมั่นคง ในขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้ว รายได้เฉลี่ยสูงกว่ามาก แต่ “ความสามารถซื้อทองคำ” ต่อรายได้ก็ไม่ได้สูงกว่ามากนัก เพราะราคาทองคำปรับสูงมากตามมาตรฐานโลกจนเกือบลบล้างรายได้ที่สูงกว่าในระดับเงินซื้อทองคำต่อเดือนหลายประเทศ  

                         สำหรับประเทศไทย ผลของราคาทองคำที่สูงขึ้นซ้อนกับรายได้ที่โตช้ากว่าอัตราเงินเฟ้อ และ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คนทั่วไปรู้สึกว่า “ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำหรับคนรวยหรือเพื่อการลงทุนเชิงสถาบัน มากกว่าเพื่อออมในชีวิตประจำวัน” โดยปัจจัยสำคัญคือรายได้เพิ่มขึ้นไม่พอจะคงกำลังซื้อทองไว้เท่าอดีต แม้ผลสำรวจทั่วไปชี้ว่าค่าครองชีพและรายได้ของแรงงานไทยติดอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ทั่วโลก  

                        สถานการณ์นี้สะท้อน ความไม่เท่ากันของการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่าง “สินทรัพย์” กับ “รายได้แรงงาน” ซึ่งหากไม่ปรับตัวทั้งด้านรายได้และดัชนีเงินเฟ้อ การเติบโตของราคาทองคำจะยิ่งทิ้งห่าง “อำนาจซื้อของแรงงานรายได้ปานกลาง” นำไปสู่ข้อสรุปเชิงเศรษฐกิจว่า ทองคำแม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ กำลังซื้อที่หยุดนิ่ง สำหรับประชาชนทั่วไป ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและผู้มีรายได้สูงสามารถใช้ทองคำรักษาความมั่งคั่งได้ดีกว่า

                      รัฐไม่ควรนิ่งเฉย ที่จะเข้มงวดในการกำกับดูแลราคาทองคำภายในประเทศ โดยสมาคมค้าทองคำและธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับกรมศุลกากรและกระทรวงพาณิชย์ ควบคุมราคากลางอ้างอิงจากราคาสปอตโลก พร้อมมาตรการป้องกันการขายเกินราคาหรือฉ้อโกงผู้บริโภค 

                      ขณะเดียวกัน ประชาชนควรติดตามราคาทองคำสปอตโลก พิจารณาช่องทางลงทุนทางเลือก เช่น กองทุนทองคำหรือสลากออมทอง เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาอำนาจซื้อในภาวะราคาทองพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

8/01/2569   “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”