วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT   คดี “ฮั้ว ส.ว.” คลื่นใต้น้ำที่กำลังสั่นสะเทือนรัฐบาลสีน้ำเงิน

   คดี “ฮั้ว ส.ว.” คลื่นใต้น้ำที่กำลังสั่นสะเทือนรัฐบาลสีน้ำเงิน

เผยแพร่

spot_img

แม้รัฐบาลจะยังยืนยันว่าทุกอย่างเป็น “ไปตามกระบวนการ” แต่ความเงียบในห้องประชุมสภาฯ และเอกสารลับที่หลุดออกมา กลับดังกว่าคำชี้แจงใด ๆ  และสะท้อนว่า เสถียรภาพของรัฐบาลอาจไม่ได้ถูกคุกคามจากฝ่ายค้าน หากแต่มาจากแรงสั่นสะเทือนภายในตัวเอง

                               คดี “ฮั้ว ส.ว.” กลายเป็นบททดสอบศรัทธาของประชาชนต่อระบบการเมืองไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการไต่สวนฯ มีมติส่งเรื่องให้ กกต. ดำเนินการต่อ โดยมีเวลาเพียง 90 วันก่อนเข้าสู่การชี้ขาดขั้นสุดท้าย หลักฐานที่ถูกเปิดเผย ตั้งแต่โพยรายชื่อผู้ได้รับเลือกที่ตรงกับผลจริง ไปจนถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงเครือข่าย 229 รายชื่อ ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงความเป็นระบบในกระบวนการ “จัดตั้ง” ส.ว. หากแต่สะท้อนถึงการแทรกซึมของพรรคการเมืองในพื้นที่ที่ควรเป็นอิสระ ซึ่งกระแสข่าวมีพรรคภูมิใจไทยถูกจับตามากที่สุดในฐานะแกนนำรัฐบาล

                               การอภิปรายในสภาฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้คดีนี้ปะทุอีกครั้ง ฝ่ายค้านนำ “เอกสารแจ้งข้อกล่าวหา” มาเปิดเผยกลางสภา พร้อมระบุชื่อบุคคลระดับสูงในรัฐบาลว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฮั้ว ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลโต้กลับว่าฝ่ายค้าน “ต้องการเวลาออกทีวีมากกว่าความจริง” แต่สิ่งที่ตามมาคือความไม่ไว้วางใจทั้งในสภาและนอกสภา เมื่อเลขาธิการ กกต. ต้องสั่งสอบภายในถึงการรั่วของเอกสารลับเอง ความพยายามป้องกันความเสียหายทางภาพลักษณ์จึงยิ่งกลายเป็นการยอมรับโดยปริยายว่า “รอยร้าวมีอยู่จริง”

                          ผลลัพธ์ทางการเมืองของคดีนี้อาจแยกเป็นสองเส้นทางชัดเจน

                       ประการแรก  หาก กกต. และศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอในการเชื่อมโยงไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรค อาจนำไปสู่การยุบพรรคและการตัดสิทธิ์ทางการเมืองของแกนนำ ซึ่งจะเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ต่อรัฐบาลปัจจุบัน

                       ประการที่สอง  หากกระบวนการยืดเยื้อออกไปจนกระแสสังคมจาง คดีอาจจบแบบ “มวยล้มต้มคนดู” ด้วยการลงโทษเฉพาะรายบุคคล   และปล่อยให้ระบบการเมืองไทยเดินต่อไปด้วยความปวดร้าวแบบเงียบ ๆ

                     ในขณะที่นักการเมืองบางคนยังยืนกรานว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยว” กับเส้นทางเงินที่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกต คดีนี้กำลังเผยให้เห็นการเมืองไทยในมิติที่ขมขื่น  การฮั้ว ส.ว. ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อเสียง แต่คือการซื้อ “กลไกคุ้มกัน” เพื่อประกันอำนาจของตัวเอง

                     หากมองให้ลึก มันคือการทำประกันภัยทางการเมืองชั้นหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้กรมธรรม์กำลังถูกเพิกถอน  เพราะผู้ถือประกันดัน “จุดไฟเผาบ้านตัวเอง” เพื่อหวังเคลม

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม