วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจับมาดูโร “เขย่า”..กติกาโลก !! เอเชียควรยืนตรงไหน  เมื่อ“อำนาจคือคำตัดสิน

จับมาดูโร “เขย่า”..กติกาโลก !! เอเชียควรยืนตรงไหน  เมื่อ“อำนาจคือคำตัดสิน

เผยแพร่

spot_img

ทรัมป์กับการเมืองอำนาจเหนือระเบียบสากล

                             ปฏิบัติการที่สหรัฐฯ นำโดย ประธานาธิบดีโดนัลทรัมป์ ส่งกำลังพิเศษเข้ากรุงการากัส จับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยา ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ภายใต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในลาตินอเมริกา แต่ยังจุดคำถามใหญ่ต่อเวทีระหว่างประเทศว่า มหาอำนาจกำลังเลือกใช้อำนาจ “เหนือกติกาโลก” อย่างเปิดเผยมากเพียงใด

                             ในมุมของวอชิงตัน ปฏิบัติการนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายข้ามชาติ แต่ในสายตานักการทูตและนักวิเคราะห์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเท่ากับการใช้กำลังข้ามพรมแดนโดยไม่ผ่านกลไกสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ที่ย้ำมาโดยตลอดว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรอฉันทามติพหุภาคี หากเห็นว่าผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและพลังงานของตนถูกท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อเวเนซุเอลาถือครองทรัพยากรน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

                           ทรัมป์ยังใช้วาทกรรมว่าเขาเป็นผู้นำที่สามารถ “ยุติความขัดแย้งได้ถึง 8 ครั้ง” เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ผู้จัดการปัญหาโลกอย่างเด็ดขาด โดยกรณีที่ถูกอ้างถึงมักรวมความตึงเครียดหรือการหยุดปะทะในหลายภูมิภาค เช่น อินเดียปากีสถาน, อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน, อิสราเอล ฮามาส, อิสราเอล อิหร่าน, เซอร์เบีย โคโซโว, คองโก รวันดา, อียิปต์ เอธิโอเปีย และซูดาน ซูดานใต้   และคงหมายรวมด้วย ถึงไทย-กัมพูชา ที่ขัดแย้งตามแนวชายแดน 

                         อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านความมั่นคงชี้ว่า หลายกรณีเป็นเพียงการลดระดับความรุนแรงชั่วคราว ไม่ใช่การยุติสงครามตามนิยามสากล แต่ถูกนำมาใช้เป็น “ทุนทางการเมือง” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้อำนาจฝ่ายเดียว

                          ผลสะเทือนที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ชะตากรรมของผู้นำเวเนซุเอลา หากแต่คือการสั่นคลอนระเบียบโลกที่ยึดกติกาเป็นศูนย์กลาง เมื่อมหาอำนาจแสดงให้เห็นว่าสามารถข้ามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม 

                         โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคการแข่งขันเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ที่การจัดระเบียบอิทธิพลสำคัญกว่าการรักษากรอบพหุภาคี ความเสี่ยงจึงไม่ใช่สงครามใหญ่ในทันที แต่คือความขัดแย้งสะสมที่พร้อมปะทุเป็นจุด ๆ ทั่วโลก

                           ในโลกที่ผู้นำมหาอำนาจสามารถประกาศว่า “ผมหยุดความขัดแย้งมาแล้ว” หรือ “ผมจับผู้นำต่างชาติได้” โดยไม่ต้องรอคำอธิบายจากกฎหมายระหว่างประเทศนั้น  ประเทศขนาดเล็กและขนาดกลางไม่อาจตั้งคำถามเพียงว่ากติกาโลกยังใช้ได้หรือไม่ แต่ต้องถามให้ชัดว่า ตนเองพร้อมรับมือกับวันที่กติกาถูกละเลยหรือยัง 

                          ไทยนอกจากจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันของตนเอง ทั้งการยึดกรอบอาเซียนให้แข็งแรง การสื่อสารกับสหรัฐฯ ในระดับสถาบันมากกว่าบุคคล และการรักษาระยะเชิงยุทธศาสตร์กับจีนอย่างมีสติแล้ว  

                          ต้องเริ่มขยับตัวแต่วันนี้…!

                          การลังเล รอดูสถานการณ์ หรือหวังว่าเหตุจะไม่เกิด ย่อมไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป เพราะในเกมอำนาจแบบใหม่นี้ การตัดสินใจมักเกิดก่อนคำอธิบายเสมอ หากไทยไม่เตรียมท่าทีเชิงนโยบายล่วงหน้า ไม่สร้างอำนาจต่อรองของตนเอง และไม่กำหนดเส้นแดงให้ชัด วันหนึ่งอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอกโดยไม่มีเวลาเลือก  เข้าตำราว่า ถั่วจะสุก งาก็ไหม้ และถูกกำหนดบทบาทให้เป็นเพียงฉากหลังของความสำเร็จทางการเมืองของผู้อื่น โดยไม่ทันได้ตั้งหลัก

7/01/2569   “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”