วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจาก "ตึกสตง.ถล่ม" สะท้อนคอร์รัปชันถึง“เกาะสมุย”

จาก “ตึกสตง.ถล่ม” สะท้อนคอร์รัปชันถึง“เกาะสมุย”

เผยแพร่

spot_img

วิกฤตความเชื่อมั่นเชิงระบบ ขบวนการส่วยใบอนุญาตก่อสร้าง ?

 ชำแหละรูรั่วกฎหมายควบคุมอาคาร เมื่อการทุจริตเชิงโครงสร้างกลายเป็นฆาตกรเงียบที่กัดกินความปลอดภัยของประชาชน

                         วิศวกรรมความประมาทบนรอยร้าวของระบบกำกับดูแล  เมื่อถอดบทเรียนจากเหตุอาคารระฟ้าถล่มสู่การทุจริตออกใบอนุญาตในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

                       จากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ความสูง 33 ชั้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมาอันเนื่องมาจากแรงสั่นสะเทือนทางธรณีวิทยา ได้เปิดเผยให้เห็นถึงภาวะวิกฤตของการประพฤติมิชอบเชิงโครงสร้างและความเสื่อมถอยของระบบการตรวจสอบอย่างรุนแรง

                     ในขณะที่การขยายผลสอบสวนจากซากปรักหักพังในกรุงเทพฯ นำไปสู่การขุดรากถอนโคนขบวนการใบอนุญาตปลอมที่เกาะสมุย สะท้อนให้เห็นความจริงที่น่ากังวลว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกำลังถูกนำไปแลกกับผลประโยชน์โดยมิชอบ ขณะที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างสิงคโปร์และฮ่องกงสามารถรักษามาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยมผ่านระบบความโปร่งใสและถูกต้องของข้อมูลดิจิทัล แต่ในประเทศไทย การพึ่งพาระบบเอกสารและการใช้อุลพินิจของเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ถูกประเมินไว้แล้วแต่ยังปล่อยให้เกิดขึ้นต่อสาธารณชน

                           โศกนาฏกรรมอาคาร สตง. ถล่มนั้น ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมนิติวิทยาศาสตร์พบว่าไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากปัญหาการลดคุณภาพวัสดุให้ต่ำกว่ามาตรฐานของเหล็กเสริมแรงและการละเลยต่อความมั่นคงสมบูรณ์ของผนังรับแรงเชือน ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการพยุงโครงสร้างอาคาร หลักฐานที่ปรากฏนำไปสู่การสั่งฟ้องและดำเนินคดีหมู่กับผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 23 ราย ประกอบด้วยวิศวกร ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน 

                          พฤติกรรมความประมาทนี้ได้ลุกลามไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะสมุย ซึ่งมีการตรวจพบขบวนการออกใบอนุญาตก่อสร้าง หรือ ใบ อ.1 ปลอม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มวิลล่าหรูสามารถก่อสร้างบนพื้นที่ลาดชันและพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ต้องผ่านการประเมินสภาพทางธรณีเทคนิคและความมั่นคงของดิน ส่งผลให้ใบรับรองการใช้อาคาร หรือ ใบ อ.6 ที่ควรจะเป็นหลักประกันความปลอดภัย กลายเป็นเพียงเอกสารที่ขาดความน่าเชื่อถือซึ่งอาจเปลี่ยนอาคารพักอาศัยให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงโดยที่ประชาชนไม่ทราบล่วงหน้า

                          เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศในอาเชี่ยน สิงคโปร์มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ใช้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลโดยองค์กรอิสระที่สาม ซึ่งกำหนดให้ผู้ออกแบบและผู้ตรวจสอบต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันและต้องรับผิดชอบร่วมกันทางกฎหมาย เช่นเดียวกับฮ่องกงที่มีเทศบัญญัติอาคารซึ่งกำหนดโทษทางอาญาอย่างรุนแรงต่อผู้บริหารอาคารและวิศวกรหากพบความบกพร่องทางโครงสร้าง 

                          ในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยยังคงใช้ระบบการอนุมัติโดยหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก ซึ่งเปิดช่องให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้อนุมัติแบบและผู้ที่มีหน้าที่ตรวจการจ้างได้ง่ายกว่า เป็นวงจรความเสียหายที่สร้างความหวาดระแวงให้กับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

                           ในทางวิศวกรรมศาสตร์ ความมั่นคงของอาคารขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์ต่อแบบแปลนที่คำนวณไว้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาคารผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใบอนุญาตบนเครือข่ายข้อมูลดิจิทัลที่แก้ไขไม่ได้ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงใบอนุญาตและให้ประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนในรูปแบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระเพื่อโอนอำนาจการตรวจรับรองอาคารจากกลไกการเมืองท้องถิ่นไปสู่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลาง อันเป็นการแยกประเด็นความปลอดภัยออกจากระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง

                          นอกจากนี้ควรกำหนดให้ทุกอาคารสาธารณะต้องมีสมุดประจำตัวอาคารบังคับที่ระบุประวัติการตรวจสอบความมั่นคงรายปีอย่างโปร่งใส เพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลความปลอดภัยได้ก่อนเข้าใช้บริการหรืออยู่อาศัย

                           ท้ายที่สุดแล้ว แม้นวัตกรรมสมัยใหม่จะรุดหน้าไปเพียงใด แต่ความมั่นคงของอาคารย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความซื่อตรงต่อจริยธรรมวิชาชีพของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นเรื่องน่าเสียดายที่แม้ประเทศไทยจะมีวิศวกรที่มีความสามารถระดับสากล แต่ระบบการตรวจสอบกลับมีความเปราะบางต่อสิ่งจูงใจในทางมิชอบ ดูเหมือนว่าสิ่งที่มั่นคงที่สุดในระบบก่อสร้างที่ควรเร่งแก้ไขอาจไม่ใช่เพียงเนื้อคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่คือการสร้างระบบราชการที่มีธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด เพื่อให้มาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก และไม่ถูกลดทอนคุณค่าลงด้วยผลประโยชน์ส่วนบุคคลไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น