วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทหารบ้านกัมพูชา "ฝ่าฝืนคำสั่ง" ปล่อยโซเชียล หารายได้ สร้างภาพลักษณ์ ท้าทายความปลอดภัยยุทธศาสตร์

ทหารบ้านกัมพูชา “ฝ่าฝืนคำสั่ง” ปล่อยโซเชียล หารายได้ สร้างภาพลักษณ์ ท้าทายความปลอดภัยยุทธศาสตร์

เผยแพร่

spot_img

ไทยทริบูน วิเคราะห์ 31 สิงหาคม 2568

#ทหารบ้านกัมพูชา ในแนวหน้า กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนโลกโซเชียล ด้วยการ #โพสต์คลิปใช้ชีวิตประจำวัน การฝึกและใช้อาวุธ แม้ #กองทัพกัมพูชา จะออกคำสั่งห้ามเผยแพร่เนื้อหาที่อาจเปิดเผย #ตำแหน่งยุทธศาสตร์

แต่ความพยายามของกองทัพกลับไม่อาจ #หยุดแรงจูงใจจากรายได้ และความต้องการได้รับ #การยอมรับในสังคม

เหตุผลสำคัญคือ “ค่าตอบแทนจากการประจำการไม่เพียงพอ” เงินช่วยเหลือหรือบริจาคจากผู้บังคับบัญชาและชาวบ้านมักมีจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่น ทหารบ้านบางรายได้รับเพียง 6,000 เรียลต่อหน่วย (ประมาณ 48 บาทไทย) ต่อเดือน ซึ่งไม่สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างเพียงพอ

ทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ทหารเหล่านี้คือ #รสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น #TikTok และ #YouTube โดย “รายได้มาจากยอดวิว ยอดไลค์ การสนับสนุนจากผู้ติดตาม” รวมถึงเงินบริจาคโดยตรงจากชาวบ้านหรือ #อินฟลูเอนเซอร์ ในกัมพูชา รายได้เหล่านี้สามารถสร้างเงินได้รวดเร็วและมากกว่าที่กองทัพจ่าย ทำให้ทหารให้ความสำคัญกับโซเชียลมากกว่าวินัยทางทหาร

นอกจากนี้ การทำคอนเทนต์ยัง #สร้างภาพลักษณ์วีรบุรุษ ในสายตา #สังคมออนไลน์ ซึ่งให้ “คุณค่าทางจิตใจและสังคม” เหนือ #คำสั่งทางทหาร ทหารบ้านบางคนยอมละเมิดวินัยและกฎกองทัพ เพราะเห็นว่าผลประโยชน์ทางการเงินและความยอมรับในสังคมออนไลน์มีค่ามากกว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูลยุทธศาสตร์

การโพสต์คลิปและภาพถ่ายจากแนวหน้าของทหารบ้านกัมพูชาบนโซเชียลมีเดีย ไม่เพียงแต่สร้างรายได้และภาพลักษณ์วีรบุรุษในสายตาสังคม แต่ยัง เปิดเผยตำแหน่งยุทธศาสตร์และฐานปฏิบัติการสำคัญ ของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่การสู้รบเต็มรูปแบบเหมือน #สงครามรัสเซีย_ยูเครน ผลลัพธ์คงต่างออกไป

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ในกรณีพื้นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรง การเปิดเผยพิกัดและฐานปฏิบัติการต่อสาธารณะ จะกลายเป็น เป้าหมายโจมตีโดยตรง ด้วยอาวุธหนัก เช่น ระเบิด, ปืนใหญ่ หรือโดรน ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น ทหารบ้านกัมพูชาอาจเสียชีวิตทันที ขณะเดียวกันโอกาสสร้างคอนเทนต์ก็แทบไม่มี

อย่างไรก็ดี ความโชคดีของทหารบ้านกัมพูชาคือ ไทยไม่ได้มีการโจมตีหรือปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่เหล่านี้ ทำให้พวกเขาสามารถถ่ายทำชีวิตประจำวันและอาวุธที่ใช้งานอยู่บนแนวหน้าต่อเนื่องโดยไม่มีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้น

นี่คือ ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคอนเทนต์ยอดนิยม ที่ชี้ให้เห็นว่า แม้การทำคอนเทนต์เป็นแหล่งรายได้และเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนเป็นสงครามเต็มรูปแบบเหมือนยูเครน ทุกอย่างอาจกลับกลายเป็น ความตายและความสูญเสียทันที

การโพสต์คอนเทนต์บนแนวหน้าของทหารกัมพูชาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ยินยอมจะรับ พวกเขาโชคดีที่พื้นที่สงบและไม่ได้เผชิญสงครามรุนแรง แต่หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนเป็นเช่นรัสเซีย–ยูเครน ทหารเหล่านี้คงไม่มีเวลามาถ่ายคลิปหรือสร้างคอนเทนต์เพื่อรายได้อีกต่อไป

สรุปได้ว่า การโพสต์คอนเทนต์ของทหารบ้านกัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงความสนุกหรือการแชร์ชีวิตประจำวัน แต่สะท้อนถึง ความล้มเหลวในการสร้างแรงจูงใจทางการเงินของกองทัพ และการผสมผสานระหว่าง แรงจูงใจทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ทางสังคม ที่ทำให้พวกเขาพร้อม “ข้ามคำสั่ง” เพื่อให้ตัวเองและรายได้โดดเด่นบนโลกออนไลน์ แม้จะเสี่ยงต่อความปลอดภัยของยุทธศาสตร์กองทัพ

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

#กัมพูชาไว้ใจไม่ได้

#ฮุนเซนอาชญากรสงคราม

#HunSenwarcriminal

#สดุดีทหารไทย#รักประเทศไทย

#เขมรสับปลับ#กัมพูชาตระบัดสัตย์

#TruthFromThailand

#WeStandWithThailand

#CambodiaviolatestheOttawaConvention

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น