หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทางสองแพร่ง "ภูมิใจไทย" ดีลข้ามขั้วเพื่ออยู่รอด หรือโดดเดี่ยว…เพื่ออธิปไตย?

ทางสองแพร่ง “ภูมิใจไทย” ดีลข้ามขั้วเพื่ออยู่รอด หรือโดดเดี่ยว…เพื่ออธิปไตย?

เผยแพร่

spot_img

 เปิดสูตรลับรัฐบาล 300 เสียง กับเดิมพัน “ชนักติดหลัง” ของพรรคเพื่อไทย

                             สปอตไลท์ทุกดวงจับจ้องไปที่พรรคภูมิใจไทยหลังผงาดเป็นเบอร์หนึ่งในสภาชุดที่ 27 ท่ามกลางปรากฏการณ์พลังเงียบทุบสถิติ 80% ทว่าโจทย์ใหญ่ที่ “เสี่ยหนู” ต้องแก้ไม่ใช่แค่ตัวเลข สส. แต่คือการเลือกระหว่าง “ความปลอดภัยทางการเมือง” กับ “ความเชื่อมั่นด้านอธิปไตย” โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปรสำคัญที่มีทั้งคุณและโทษ

                            ภูมิใจไทยจะยอม “อุ้ม” มิตรที่มีชนักติดหลังกรณีคลิปหลุดชายแดนกัมพูชาเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม หรือจะเลือกสร้างอาณาจักร 300 เสียงสายอนุรักษนิยมที่ไร้เงาพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน?     

                            ความเร็วในการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นคำตอบว่ากติกาใหม่ของประเทศไทยจะเริ่มต้นด้วยเสถียรภาพหรือความระแวง!

บาดแผลกัมพูชา  ชนักติดหลังที่สลัดไม่หลุด

                         มิติความมั่นคงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ หลังกรณี “คลิปหลุด” ในปี 2568 ที่พัวพันกับอดีตนายกฯ แพทองธาร จนนำไปสู่การปะทะชายแดนกัมพูชาถึง 2 ครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงกังขาในความโปร่งใสและอธิปไตยชาติ หากภูมิใจไทยตัดสินใจดึงเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาล อาจถูกครหาว่าเป็นการ “อุ้ม” พรรคที่สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคง ซึ่งขัดต่อภาพลักษณ์ “รักชาติ-ปกป้องกองทัพ” ที่ภูมิใจไทยชูเป็นจุดขายหลัก และหากเกิดเหตุซ้ำรอย ภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจะต้องแบกรับผิดชอบเพียงผู้เดียว

ทางเลือกที่ 1  รัฐบาล 300+ อุดมการณ์นิ่ง (ไร้แดง-ส้ม)

                       สูตรการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พรรคกล้าธรรม, ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ และประชาชาติ คือทางเลือกที่มีเสถียรภาพในแง่อุดมการณ์สูงสุด ด้วยตัวเลข สส.เขต ที่ถล่มทลายทำให้ภูมิใจไทยสามารถสร้างรัฐบาลสายอนุรักษนิยม-ทางสายกลางที่ “คุยกันรู้เรื่อง” ไม่ต้องพะวงเรื่องการตรวจสอบจากคนกันเอง สูตรนี้จะช่วยโดดเดี่ยวพรรคประชาชนและเพื่อไทยให้ไปอยู่ในฐานะฝ่ายค้านทันที ซึ่งจะช่วยล้างภาพจำการเมืองแบบเดิมที่เน้นผลประโยชน์ทับซ้อนข้ามขั้ว

จุดตายสูตรโดดเดี่ยว  สภาบนดินปะทะสภาใต้ดิน

                       อย่างไรก็ตาม สูตร 300+ ไร้เพื่อไทยก็มี “จุดตาย” ที่น่ากลัว หากปล่อยให้เพื่อไทยต้องไปจับมือกับพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน จะเป็นการสร้าง “ฝ่ายค้านที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์” ที่มีทั้งมวลชนสายปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งและกลไกการตรวจสอบระดับสากล 

                     รัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพในสภา อาจล้มครืนได้จากแรงกดดัน “ใต้ดิน” หรือมวลชนนอกสภาที่พร้อมจะจุดไฟความไม่พอใจขึ้นมาทุกเมื่อ

ทางเลือกที่ 2   กลยุทธ์ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ดึงเพื่อไทยร่วมทีม

                       นักยุทธศาสตร์มองว่าการที่ภูมิใจไทยยัง “กั๊ก” เพื่อไทยไว้อาจเป็นแผนการแยกเพื่อไทยออกจากพรรคประชาชน การดึงเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาลคือการทำให้ฝ่ายค้านอ่อนแอลงครึ่งหนึ่งในทันที อีกทั้งในสถานะที่เพื่อไทยพ่ายแพ้ยระนาวเป็นอันดับ 3 ภูมิใจไทยย่อมมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ สามารถบีบให้เพื่อไทยรับเพียงกระทรวงเกรดรอง และควบคุมนโยบายต่างประเทศไม่ให้สร้างปัญหากระทบชายแดนได้ง่ายขึ้น

ชิงความเร็ว  บทเรียนจากความล่าช้าในอดีต

                             ไม่ว่าจะเลือกทางใด หัวใจสำคัญคือ “ความเร็ว” ภูมิใจไทยรู้ซึ้งถึงบทเรียนปี 66 ที่การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในฐานะพรรคลำดับแรก การขยับดีลให้จบอย่างรวดเร็วเพื่อชิงความได้เปรียบจึงเป็นภารกิจหลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าภายใต้กติกาที่ประชาชนเพิ่งลงประชามติ “เห็นชอบ” มาสดๆ ร้อนๆ นั้น ประเทศไทยพร้อมจะเดินหน้าทันทีโดยไม่ติดหล่มความขัดแย้งเดิมๆ

                          “เลือกตั้งจบแต่อารมณ์ไม่จบ! เห็นผลคะแนนแล้วบอกเลยว่า “หนู” กลายเป็น “ราชสีห์”  คุมกระดานอำนาจ อย่างเต็มภาคภูมิ ทว่าความสง่างามของราชสีห์ครั้งนี้กำลังถูกทดสอบด้วยพันธสัญญาแห่งมิตรภาพที่เปื้อนรอยด่างพร้อยของอธิปไตยชายแดน การเลือกอุ้มพรรคเพื่อนพ้องที่พกชนักติดหลังมาเต็มตัว อาจเป็นกลยุทธ์ตัดไฟแต่ต้นลมที่ดูชาญฉลาดในเชิงตัวเลข แต่ในเชิงเกียรติภูมิของผู้นำอาณาจักร นี่คือความเสี่ยงที่ราชสีห์ต้องตอบคำถามต่อมวลชนผู้ออกมาแสดงพลังถล่มทลายว่า ผลประโยชน์ของพรรคพวกร่วมทางนั้น สำคัญกว่าเสถียรภาพความมั่นคงของชาติจริงหรือ? สัญญาณประชามติที่ผ่านฉลุยนั้นชัดเจนเหลือเกินว่าประชาชนต้องการกติกาใหม่ที่ขาวสะอาด ไม่ใช่การประนีประนอมบนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่นเดิมๆ”

บทสรุป   ดุลอำนาจใหม่ภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง

                            บทสรุปการเมืองหลังคืนเลือกตั้ง 8 กุมภาฯ จึงเป็นเกมการทูตที่ผสมผสานกับยุทธศาสตร์การเมืองอย่างแยกไม่ออก ภูมิใจไทยต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “การเอาศัตรูมาไว้ใกล้ตัว” เพื่อคุมไม่ให้สร้างปัญหาอธิปไตย หรือจะ “ตัดขาดเพื่อรักษาความชอบธรรม” จากมวลชนรักชาติ ไม่ว่าผลจะออกมาทางใด สภาชุดที่ 27 นี้จะเป็นบทพิสูจน์ภาวะผู้นำของภูมิใจไทยว่าจะนำพาประเทศไทยก้าวข้าม “ชนักติดหลัง” ของพรรคพวกร่วมทางไปได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...