วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTทางสองแพร่ง "ภูมิใจไทย" ดีลข้ามขั้วเพื่ออยู่รอด หรือโดดเดี่ยว…เพื่ออธิปไตย?

ทางสองแพร่ง “ภูมิใจไทย” ดีลข้ามขั้วเพื่ออยู่รอด หรือโดดเดี่ยว…เพื่ออธิปไตย?

เผยแพร่

spot_img

 เปิดสูตรลับรัฐบาล 300 เสียง กับเดิมพัน “ชนักติดหลัง” ของพรรคเพื่อไทย

                             สปอตไลท์ทุกดวงจับจ้องไปที่พรรคภูมิใจไทยหลังผงาดเป็นเบอร์หนึ่งในสภาชุดที่ 27 ท่ามกลางปรากฏการณ์พลังเงียบทุบสถิติ 80% ทว่าโจทย์ใหญ่ที่ “เสี่ยหนู” ต้องแก้ไม่ใช่แค่ตัวเลข สส. แต่คือการเลือกระหว่าง “ความปลอดภัยทางการเมือง” กับ “ความเชื่อมั่นด้านอธิปไตย” โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปรสำคัญที่มีทั้งคุณและโทษ

                            ภูมิใจไทยจะยอม “อุ้ม” มิตรที่มีชนักติดหลังกรณีคลิปหลุดชายแดนกัมพูชาเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม หรือจะเลือกสร้างอาณาจักร 300 เสียงสายอนุรักษนิยมที่ไร้เงาพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน?     

                            ความเร็วในการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นคำตอบว่ากติกาใหม่ของประเทศไทยจะเริ่มต้นด้วยเสถียรภาพหรือความระแวง!

บาดแผลกัมพูชา  ชนักติดหลังที่สลัดไม่หลุด

                         มิติความมั่นคงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ หลังกรณี “คลิปหลุด” ในปี 2568 ที่พัวพันกับอดีตนายกฯ แพทองธาร จนนำไปสู่การปะทะชายแดนกัมพูชาถึง 2 ครั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงกังขาในความโปร่งใสและอธิปไตยชาติ หากภูมิใจไทยตัดสินใจดึงเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาล อาจถูกครหาว่าเป็นการ “อุ้ม” พรรคที่สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคง ซึ่งขัดต่อภาพลักษณ์ “รักชาติ-ปกป้องกองทัพ” ที่ภูมิใจไทยชูเป็นจุดขายหลัก และหากเกิดเหตุซ้ำรอย ภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจะต้องแบกรับผิดชอบเพียงผู้เดียว

ทางเลือกที่ 1  รัฐบาล 300+ อุดมการณ์นิ่ง (ไร้แดง-ส้ม)

                       สูตรการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พรรคกล้าธรรม, ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ และประชาชาติ คือทางเลือกที่มีเสถียรภาพในแง่อุดมการณ์สูงสุด ด้วยตัวเลข สส.เขต ที่ถล่มทลายทำให้ภูมิใจไทยสามารถสร้างรัฐบาลสายอนุรักษนิยม-ทางสายกลางที่ “คุยกันรู้เรื่อง” ไม่ต้องพะวงเรื่องการตรวจสอบจากคนกันเอง สูตรนี้จะช่วยโดดเดี่ยวพรรคประชาชนและเพื่อไทยให้ไปอยู่ในฐานะฝ่ายค้านทันที ซึ่งจะช่วยล้างภาพจำการเมืองแบบเดิมที่เน้นผลประโยชน์ทับซ้อนข้ามขั้ว

จุดตายสูตรโดดเดี่ยว  สภาบนดินปะทะสภาใต้ดิน

                       อย่างไรก็ตาม สูตร 300+ ไร้เพื่อไทยก็มี “จุดตาย” ที่น่ากลัว หากปล่อยให้เพื่อไทยต้องไปจับมือกับพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน จะเป็นการสร้าง “ฝ่ายค้านที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์” ที่มีทั้งมวลชนสายปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งและกลไกการตรวจสอบระดับสากล 

                     รัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพในสภา อาจล้มครืนได้จากแรงกดดัน “ใต้ดิน” หรือมวลชนนอกสภาที่พร้อมจะจุดไฟความไม่พอใจขึ้นมาทุกเมื่อ

ทางเลือกที่ 2   กลยุทธ์ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ดึงเพื่อไทยร่วมทีม

                       นักยุทธศาสตร์มองว่าการที่ภูมิใจไทยยัง “กั๊ก” เพื่อไทยไว้อาจเป็นแผนการแยกเพื่อไทยออกจากพรรคประชาชน การดึงเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาลคือการทำให้ฝ่ายค้านอ่อนแอลงครึ่งหนึ่งในทันที อีกทั้งในสถานะที่เพื่อไทยพ่ายแพ้ยระนาวเป็นอันดับ 3 ภูมิใจไทยย่อมมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์ สามารถบีบให้เพื่อไทยรับเพียงกระทรวงเกรดรอง และควบคุมนโยบายต่างประเทศไม่ให้สร้างปัญหากระทบชายแดนได้ง่ายขึ้น

ชิงความเร็ว  บทเรียนจากความล่าช้าในอดีต

                             ไม่ว่าจะเลือกทางใด หัวใจสำคัญคือ “ความเร็ว” ภูมิใจไทยรู้ซึ้งถึงบทเรียนปี 66 ที่การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในฐานะพรรคลำดับแรก การขยับดีลให้จบอย่างรวดเร็วเพื่อชิงความได้เปรียบจึงเป็นภารกิจหลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าภายใต้กติกาที่ประชาชนเพิ่งลงประชามติ “เห็นชอบ” มาสดๆ ร้อนๆ นั้น ประเทศไทยพร้อมจะเดินหน้าทันทีโดยไม่ติดหล่มความขัดแย้งเดิมๆ

                          “เลือกตั้งจบแต่อารมณ์ไม่จบ! เห็นผลคะแนนแล้วบอกเลยว่า “หนู” กลายเป็น “ราชสีห์”  คุมกระดานอำนาจ อย่างเต็มภาคภูมิ ทว่าความสง่างามของราชสีห์ครั้งนี้กำลังถูกทดสอบด้วยพันธสัญญาแห่งมิตรภาพที่เปื้อนรอยด่างพร้อยของอธิปไตยชายแดน การเลือกอุ้มพรรคเพื่อนพ้องที่พกชนักติดหลังมาเต็มตัว อาจเป็นกลยุทธ์ตัดไฟแต่ต้นลมที่ดูชาญฉลาดในเชิงตัวเลข แต่ในเชิงเกียรติภูมิของผู้นำอาณาจักร นี่คือความเสี่ยงที่ราชสีห์ต้องตอบคำถามต่อมวลชนผู้ออกมาแสดงพลังถล่มทลายว่า ผลประโยชน์ของพรรคพวกร่วมทางนั้น สำคัญกว่าเสถียรภาพความมั่นคงของชาติจริงหรือ? สัญญาณประชามติที่ผ่านฉลุยนั้นชัดเจนเหลือเกินว่าประชาชนต้องการกติกาใหม่ที่ขาวสะอาด ไม่ใช่การประนีประนอมบนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่นเดิมๆ”

บทสรุป   ดุลอำนาจใหม่ภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง

                            บทสรุปการเมืองหลังคืนเลือกตั้ง 8 กุมภาฯ จึงเป็นเกมการทูตที่ผสมผสานกับยุทธศาสตร์การเมืองอย่างแยกไม่ออก ภูมิใจไทยต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “การเอาศัตรูมาไว้ใกล้ตัว” เพื่อคุมไม่ให้สร้างปัญหาอธิปไตย หรือจะ “ตัดขาดเพื่อรักษาความชอบธรรม” จากมวลชนรักชาติ ไม่ว่าผลจะออกมาทางใด สภาชุดที่ 27 นี้จะเป็นบทพิสูจน์ภาวะผู้นำของภูมิใจไทยว่าจะนำพาประเทศไทยก้าวข้าม “ชนักติดหลัง” ของพรรคพวกร่วมทางไปได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”