วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

 ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

เผยแพร่

spot_img

การประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยเพื่อตรวจสอบรัฐบาลใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมรัฐบาลกันมาก่อน กำลังถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ขาดประสิทธิภาพและอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประเทศชาติ ในช่วงเวลาที่ควรหันมารวมพลังเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก.

                          การที่พรรคเพื่อไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาล “อนุทิน 1” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเล่นเกมการเมืองที่มุ่งตอบสนองต่อความขัดแย้งภายในมากกว่าการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง 

                        ทั้งสองพรรคเคยร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและดำเนินนโยบายต่างๆ มาแล้ว การอภิปรายในครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการเปิดเผยความลับในบ้านที่ตัวเองเคยร่วมสร้าง การทุ่มเททรัพยากรทางการเมืองเพื่อตรวจสอบรัฐบาลที่รู้ดีอยู่แล้วว่ามีเวลาทำงานเพียงสี่เดือนตามเงื่อนไข MOA ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกมากนัก เพราะรัฐบาลเองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาในการบริหารงานอย่างเต็มที่และไม่สามารถทำโครงการขนาดใหญ่ได้

                       ในมุมมองทางรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนบทบาทจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นและความขัดแย้งที่ฝังรากลึกระหว่างสองพรรค 

                      การตรวจสอบจึงอาจเป็นเพียงการแสดงออกถึงความแค้นส่วนตัวหรือความต้องการสร้างฐานอำนาจใหม่ทางการเมืองมากกว่าการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะที่แท้จริง ซึ่งในสถานการณ์ปกติก็อาจเป็นเรื่องที่รับได้ แต่ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเร่งด่วนอย่างปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการหันมาโจมตีกันเองภายในประเทศจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาด

                       ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือการที่กัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและสนับสนุนให้พลเมืองของตนรุกล้ำพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่องในขณะที่ฝ่ายการเมืองของไทยกำลังแตกแยก เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ากัมพูชากำลังฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง 

                          การที่ฝ่ายค้านซึ่งเป็นรัฐบาลเดิม และรัฐบาลใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเผชิญหน้าในสภา ยิ่งทำให้ประเทศขาดความเป็นเอกภาพในการรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรหันมาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

                           การรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนจึงเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและจำเป็นกว่าการใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือในการระบายความแค้นทางการเมือง

                           ขณะที่ “ศึกใน” กำลังเปิดฉากอย่างดุเดือดในสนามการเมือง “ศึกนอก” ที่ชายแดนกลับคุกรุ่นกว่าที่เคย รัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังง่วนอยู่กับการชำระแค้นจากความหลัง จนลืมไปว่ายังมีศัตรูร่วมที่กำลังจ้องมองและพร้อมจะฉวยโอกาสจากความแตกแยกของพวกเขาอยู่

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก